เร่งสรุปผลจำแนกคดี ‘แรงจูงใจทางการเมือง’ ชง ‘กมธ.นิรโทษกรรม’ ก่อน ก.ค.

1 มิ.ย. 2567 - 11:32

  • ‘ยุทธพร’ ยันปม ‘ทักษิณ’ ไม่ส่งผลเคาะนิรโทษกรรม ‘ม.112’

  • ชี้นิรโทษฯ ครั้งนี้ ‘ยิ่งลักษณ์’ ไม่ได้ประโยชน์ด้วย เหตุไม่รวมฐานคดีฯ ‘ม.157’

  • เร่งสรุปผลจำแนกคดี ‘แรงจูงใจทางการเมือง’ ชง ‘กมธ.ชุดใหญ่’ ก่อน ก.ค.

Amnesty_progress_expected_to_be_finalized_to_the_committee_before_July_SPACEBAR_Hero_f7d388ab08.jpg

ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาและจำแนกการกระทำเพื่อประกอบการพิจารณาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม เปิดเผยถึงการดำเนินงานของอนุ กมธ. ว่า ขณะนี้ได้จำแนกคดีต่างๆ ที่มีแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งเบื้องต้นจำแนกไว้ 25 ฐานความผิด เป็นคดีที่มีความอ่อนไหว และเกิดขึ้นในภาวะกระบวนการยุติธรรมไม่ปกติ

ซึ่งจะเสนอให้ กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการตราพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม โดยตั้งเป้าว่า จะดำเนินการให้เสร็จก่อนการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในเดือนกรกฎาคม

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณี ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกดำเนินคดีในกฎหมายอาญา มาตรา 112 จะทำให้กระทบต่อการพิจารณานิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 หรือไม่นั้น ยุทธพร ยืนยันว่า ไม่เคยมีการพูดคุยกรณี ทักษิณ ในที่ประชุมของ กมธ. แม้กระทั่งในการคุยอย่างไม่เป็นทางการ ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น เป็นเรื่องที่สังคมนำไปปะติดปะต่อกับเรื่องการเมือง

ยืนยันว่าเรื่องของทักษิณ ไม่มีผลต่อการพิจารณา เพราะกระบวนการนิรโทษกรรม เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการสั่งฟ้องคดีของทักษิณ

ส่วนที่มีการพูดกันว่า การนิรโทษกรรมครั้งนี้ จะเป็นการช่วยเหลือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้เช่นเดียวกัน

เพราะในฐานความผิดที่อนุ กมธ.จําแนกไว้ ไม่มีเรื่องคดีทุจริต และกฎหมายอาญา มาตรา 157 ดังนั้น ยิ่งลักษณ์ ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้

เมื่อถามถึงมุมมองที่ว่า การนิรโทษกรรมครั้งนี้จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองได้จริงหรือไม่นั้น ยุทธพร กล่าวว่า กฎหมายเป็นหนึ่งในเครื่องมือ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด ต้องใช้กระบวนการพูดคุย และสังคมต้องตกผลึกในการวางความขัดแย้ง เพื่อช่วยกันหาทางออก เป็นเจตจำนงใหญ่ของการนิรโทษกรรมครั้งนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์