ปฏิบัติการสอย ‘เศรษฐา’ ล้างไพ่การเมืองใหม่?!

18 พ.ค. 2567 - 10:54

  • จับตาปมรัฐมนตรีสายล่อฟ้า ‘พิชิต ชื่นบาน’ มูลเหตุปฏิบัติการ ‘40 สว.’ เข้าชื่อยื่นถอดถอน ‘นายกฯ คนที่ 30’ ผ่านช่องทางมาตรา 82 ส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัย

Analysis_of_the_poeration_to_impeach_Srettha_SPACEBAR_Hero_9ed47f7abc.jpg

ในขณะที่ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ นายกรัฐมนตรี อยู่ระหว่างเพิ่มสถิติการเดินทางไปต่างประเทศให้ตัวเอง เพลิดเพลินเจริญใจกับการท่องเมืองมิลาน ดูสินค้าแบรนด์ดังในอิตาลี พร้อมนำผ้าขาวม้าไทยไปเปิดตลาดที่นั่น

แต่ที่ประเทศไทย ‘40 สว.’ พากันเข้าชื่อยื่น ‘ถอดถอน’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ออกจากตำแหน่ง โดยมี ‘พิชิต ชื่นบาน’ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นหัวเชื้อ ถูกยื่นถอดถอนไปพร้อมกันด้วย ผ่านช่องทางรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 ส่งให้ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ วินิจฉัย

การยื่นสอย ‘เศรษฐา’ พ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ของ 40 สว.หนนี้ นับเป็นกลเกมการเมืองที่ไม่ธรรมดา เพราะเป็นปฏิบัติการสายฟ้าแลบ ชนิดไม่มีแหวกหญ้าให้งูตื่นก่อน แถม ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ ประธานวุฒิสภา ก็ไม่มีเงื้อง่าราคาแพง

รับเรื่องปุ๊บส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญปั๊บ เหมือนไม่อยากเก็บ ‘เผือกร้อน’ ไว้ในมือ!!

ทันทีที่ได้รับสัญญาณชัดจากฝ่ายธุรการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ได้รับเรื่องไว้ในเวลา 10.20 น. ‘ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม’ หนึ่งใน สว.ที่เป็นหัวหมู่ทะลวงฟัน ก็ออกมาตีปี๊บเป็นข่าวใหญ่โดยพลัน

มองเผินๆ เรื่องนี้ เหมือนเป็นการทำหน้าที่ปกติของ สว.ในฐานะตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างที่ ‘ดิเรกฤทธิ์’ ให้สัมภาษณ์แจกแจงรายละเอียดไว้

เนื่องจากได้เห็นถึงความไม่เหมาะสมของนายพิชิต ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในหลายประเด็น ดังที่สังคมได้แสดงความเห็นไว้อย่างกว้างขวาง

ทั้งการละเมิดอำนาจศาล มีคำสั่งศาลให้จำคุก มีพฤติกรรมทุจริต ติดสินบนกระบวนการยุติธรรม ถูกสภาทนายความลบชื่อออกจากการเป็นทนายความ จึงเป็นกรณีที่ชัดแจ้งว่าไม่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ และยังมีพฤติกรรมฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง

ในขณะที่ ‘นายกฯ เศรษฐา’ ผู้เสนอชื่อ ‘พิชิต’ ให้ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ก็ต้องรับผิดชอบด้วย แม้จะอ้างได้หารือกับกฤษฎีกาแล้ว แต่พบว่าเป็นการหารือที่ไม่ตรงประเด็น จึงต้องเข้าชื่อกันยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

แต่บังเอิญว่า การเข้าชื่อกันของ 40 สว.อยู่ในช่วงสถานการณ์พิเศษ คือดำเนินการในขณะทำหน้าที่รักษาการ รอวันเก็บข้าวของกลับบ้าน จึงไม่น่าจะมีเหตุต้องผูกปมเจ็บแค้นกับใครให้เป็นภาระรุงรังกับชีวิตในวันข้างหน้า

อีกด้าน ประจวบเหมาะกับภายในรัฐบาลวันนี้ มีปัญหาความไม่ลงตัวในเชิงอำนาจเกิดขึ้น มีการขบเหลี่ยมเฉือนคม ปีนเกลียวในกลุ่มเดียวกัน แต่อยู่คนละพวกหลายเรื่อง ที่คนระดับวงในจริงๆ เท่านั้นถึงจะรู้ได้

ไม่นับนิทานการเมืองเรื่อง ‘หักเหลี่ยมดีลลับลังกาวี’ ที่ยังพูดถึงกันหนาหูไม่รู้จบ

เมื่อเป็นการยื่นถอดถอนในสภาพการณ์แบบนี้ ด้านหนึ่ง จึงเสมือนจงใจใช้บทบัญญัติที่มีอยู่ในรัฐธรรมนูญ เป็นพันธนาการล่ามอีกฝ่ายเอาไว้ ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไร เป็นเรื่องของอนาคตที่ผิดถูกต้องว่ากันตามกฎหมาย  

เพราะเรื่องแบบนี้ ในอดีตเคยมีตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว ทั้งกรณี ‘สมัคร สุนทรเวช’ และ ‘ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร’ ที่พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไป ด้วยคำตัดสินขององค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งคู่ แม้จะมีเหตุผลที่มาแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ก็นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในเวลาต่อมา

ดังนั้น การยื่นถอดถอน ‘นายกฯ เศรษฐา’ ของ 40 สว.ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุผลใด ในทางการเมืองสามารถใช้เป็นนั่งร้านนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้ อย่างน้อยที่สุด หากศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องไว้พิจารณา ก็ต้องลุ้นว่าจะมีดาบแรก ‘สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่’ หรือไม่?

สุดท้ายหนักสุด หากศาลตัดสินมีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา นั่นแหละจะนำไปสู่จุดเปลี่ยนทางการเมือง เพราะเมื่อนายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ก็ทำให้ ครม.ทั้งคณะต้องสิ้นสุดลงด้วย ถึงตอนนั้น การเมืองเรื่องรัฐบาลผสม ก็ต้องมา ‘ผสมสูตร’ กันใหม่

ปฏิบัติการล้างไพ่ใหม่ก็จะบังเกิดขึ้นตามมา!!

พรรคไหน ฝ่ายใด ใครจะจับหรือไม่จับกับใคร? หรือใครจะไปรวบรวมพรรคการเมืองสร้างขั้วขึ้นใหม่ หรือว่าขั้วเดิมจะยังผนึกกันไว้แน่น เพียงแต่เปลี่ยนหัวใหม่ แค่ไม่ใช้บริการคนเดิม ที่ยิ่งนานวันจะออกฤทธิ์ออกเดชมากขึ้น ก็สุดแต่จะว่ากันไป

สุดท้าย งานนี้ต้องไปดูว่าเป็น ‘เกมของใคร?’

เพราะแม้จะเป็นการเขี่ยลูกจาก ‘40 สว.กลุ่มอนุรักษ์ สายทหาร’ ที่มีความใกล้ชิดกับทั้ง ‘สองลุง’ ก็จริง แต่อีกด้าน จากปัญหาคลื่นใต้น้ำในรัฐบาลเอง ก็อาจจะพลิกเกมแบบ ‘เกมซ้อนเกม’ ฉวยจังหวะสั่งสอนม้าพยศ เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีคนใหม่กันเสียเลยก็เป็นได้

เอาเป็นว่า การยื่นถอดถอน ‘เศรษฐา’ พ้นเก้าอี้นายกฯ หนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเกมจากฝ่ายไหนก็ตาม แต่ดูชะตากรรมของ ‘นายกฯ คนที่ 30’ ชั่วโมงนี้ เริ่มจะไม่สดใสเหมือนสีถุงเท้าที่ชื่นชอบเสียแล้ว

ดีไม่ดีอาจจะได้เห็นคนชื่อ ‘ภูมิธรรม เวชยชัย’ เลื่อนชั้นขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการนายกรัฐมนตรีในเร็วๆ นี้ก็เป็นได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์