‘อังคณา’ ไม่แปลกใจ ‘กคพ.’ รับคดีฮั้ว สว.เป็นฟอกเงิน

7 มี.ค. 2568 - 13:30

  • ‘อังคณา’ ไม่แปลกใจ ‘กคพ.’ รับคดีฮั้ว เลือกสว.เป็นฟอกเงิน ลั่น ถ้าทำมาขนาดนี้ขอทำต่อให้จริง

  • ไม่เชื่อ ‘เนวิน-อนุทิน’ พบ ‘ทักษิณ’ แค่คุยเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ รับ กังวล ขออย่าเป็นเกมต่อรองการเมือง

  • จี้ กกต.ควรเร่งดำเนินการอย่าปล่อยไว้นาน ดีเอสไอต้องพิสูจน์ตัวเอง เหน็บ ‘ทวี’ พูดเยอะ ถ้าทำไม่ได้ น่าเสียใจ

angkana_7mar25_SPACEBAR_Hero_b1d7d6f415.jpg

อังคณา นีละไพจิตร สว. ให้สัมภาษณ์ถึงมติที่คณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) 11 เสียง รับคดีฮั้วเลือกสว.เป็นคดีพิเศษฐานความผิดฟอกเงินว่า ที่แปลกใจคือทำไมคณะกรรมการที่เป็นตำรวจไม่มาประชุมให้ครบ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และสังคมให้ความสำคัญ จึงทำให้เสียงหายไป ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับเป็นคดีพิเศษ เพราะหากครบองค์ประชุมแล้วจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ว่ากันไป และไม่แปลกใจที่กคพ.รับเป็นคดีฟอกเงิน เพราะจากที่ทราบน่าจะมีการพูดคุยกันแล้วในระดับหนึ่ง แต่ในฐานะที่ฟังมาจากประชาชน ถ้าทำมาถึงขนาดนี้แล้วก็ทำให้ต่อให้จริง 

ส่วนที่ระบุว่ามีการพูดคุยกันนั้นหมายถึงใคร อังคณา กล่าวว่า ที่มีข่าวว่า เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ​และรมว.มหาดไทย ไปพบกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดกันเยอะในหน้าสื่อและโซเชียล ซึ่งส่วนตัวไม่เชื่อว่า มีการไปพูดคุยเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์กัน และคิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องคดีนี้ด้วย ถือเป็นเรื่องสำคัญ 

เมื่อถามว่า ในส่วนของสว.อาจจะมีการยื่นอภิปรายรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ส่วนตัวจะร่วมด้วยหรือไม่ อังคณา กล่าวว่า ยืนยันมาตลอดว่าไม่เห็นด้วย เนื่องจากมองว่าการตอบโต้ในลักษณะนี้เป็นการฟ้องปิดปาก และคัดค้านเรื่องการฟ้องปิดปาก หรือฟ้องเพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมสาธารณะ คงไม่ร่วมด้วย แต่ก็เคารพความคิดเห็นของสว.ส่วนใหญ่ ท่านมีสิทธิ์ที่จะทำได้ อยากให้ทุกฝ่ายทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นกรมสอบสวนพิเศษ​(ดีเอสไอ) หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างไรก็ตาม ก็เป็น 1 ใน 199 คน ที่จะต้องถูกตรวจสอบ ซึ่งก็พร้อม

ทั้งนี้ มองว่าคดีที่เป็นการฮั้วที่กกต.ทำอยู่ จะทันหรือไม่ อังคณา กล่าวว่า ขอย้อนว่า เรื่องของอังคณา มีการสอบถามว่ามีประสบการณ์ 10 ปีจริงหรือไม่ เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ค้นในเว็บไซต์ก็เจอ ยังใช้เวลากว่า 7 เดือน และตอนที่กกต.ออกหมายเรียกไปให้ข้อมูล ตอนนั้นก็ถามเจ้าหน้าที่ว่า แล้วเรื่องที่มีการซับซ้อนมากกว่านี้รวมถึงใช้เวลามากกว่านี้ จะดำเนินการอย่างไร ซึ่งก็ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่าคงจะขอขยายเวลา แต่ไม่ทราบว่าจะขอขยายไปได้อีกเท่าไหร่ เพราะตั้งแต่วันแรกที่มีการประกาศรายชื่อของสว.ก็มีการวิพากษ์วิจารณ์มาตลอด ฉะนั้น กกต. ควรจะรีบเร่งในการดำเนินการ ไม่ควรปล่อยให้ล่าช้า และคลุมเครือไปเรื่อยๆ 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าสุดท้ายเรื่องนี้อาจจะหายไปหรือทำไม่ทัน อังคณา กล่าวว่า ในกระบวนการยุติธรรม หากมีการกล่าวหาว่ากระทำความผิด กว่าจะมีกระบวนการส่งฟ้องหรือสืบพยานนั้น แล้วเหลือเวลาอีกไม่เท่าไหร่ เผลอๆ อาจจะหมดวาระไปแล้ว 

เมื่อถามถึงกรณีที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ระบุว่า หากมีการอั้งยี่กันก็สามารถที่จะสอบต่อไปได้ มองว่า จะมีการนำการ์ดใบนี้ออกมาเล่นเกมการเมืองกันอีกในช่วงไหน อังคณา กังวลว่า อย่าให้เป็นเกมการต่อรอง เพราะหากมีการสืบจากคดีฟอกเงินแล้วพบว่าเป็นการอั้งยี่ แล้วใช้ข้อเท็จจริงเป็นเครื่องต่อรองนั้น สังคมจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย แต่หากพบว่าเป็นการอั้งยี่จริงและมีการดำเนินการต่อ ก็จะทำให้สังคมเกิดความชัดเจนและจะเป็นการพิสูจน์การทำงานว่าดีเอสไอทำงานภายใต้แรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ เพราะที่ผ่านมารัฐบาลแต่ละสมัยก็พบว่าดีเอสไอถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง มีอดีตอธิบดีเคยติดคุก และบทบาทที่สำคัญที่สุดของสว.คือการเห็นชอบและพิจารณาคุณสมบัติขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะปีนี้ที่กกต.จะหมดวาระกันหลายคน ซึ่งหากเป็นความจริงว่าสว. 199 คน หรือจะเป็น 138+2 คน มาโดยไม่ชอบ ตรงนี้จะเป็นการทำลายรากฐานของระบอบประชาธิปไตย ทำลายความโปร่งใสและกลไกตรวจสอบทั้งหมด ฉะนั้น ขอให้มีการดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ดีเอสไอก็ต้องพิสูจน์ตัวเองว่า ไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ทั้งนี้ หากสว.แต่งตั้งกกต. ชุดใหม่ก็จะเป็นคนของตัวเองใช่หรือไม่ อังคณา กล่าวว่า ถูก และจะมีผลต่อการเลือกตั้งครั้งถัดไปด้วย รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือศาลรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งสว.จะตกเป็นเป้าในการเลือกองค์กรอิสระต่างๆ โดยเฉพาะกกต.ที่มีความสำคัญอย่างมาก แล้วต่อไปสังคมจะไว้วางใจได้อย่างไรว่า เราจะมีองค์กรอิสระที่เป็นอิสระ ผู้แทนของประชาชนที่เป็นผู้แทนอย่างแท้จริง หวังว่า จะไม่เอาเรื่องนี้เป็นเครื่องมือการต่อรองทางการเมือง แต่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงและพ.ต.อ.ทวี ก็เหมือนเดิมพันด้วยตำแหน่งของตัวเอง หากสุดท้ายทำอะไรไม่ได้ก็น่าเสียใจ ที่พูดอะไรไปตั้งเยอะแต่สุดท้ายทำอะไรไม่ได้ ส่วนองค์กรอิสระที่สว.ชุดนี้มีการเลือกไปแล้วนั้น ส่วนตัวกังวลว่า หากสุดท้ายผลออกมาว่ามีสว. ที่อาจจะได้มาโดยไม่ชอบตามรัฐธรรมนูญ แล้วผลจากการที่สว.ได้ไปเลือกองค์กรอิสระแล้ว จะมีผลกระทบหรือไม่ หรือไม่เป็นอะไร แต่ก็ขอให้กกต.รับดำเนินการไปก่อน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์