‘อังคณา’ ห่วง ‘งบฯ 68’ ไร้ประเด็นสิทธิมนุษยชน

9 ก.ย. 2567 - 15:11

  • น่ากังวล ! ‘อังคณา’ ห่วง ‘งบฯ 68’ ตั้งข้อสังเกตปมแก้ปัญหาภาคใต้ มีแต่ด้านความมั่นคง ไร้ ‘สิทธิมนุษยชน - เพศสภาพ’ เตือนขอให้เห็นความสำคัญหวั่นซ้ำรอย ‘ฆ่าตัดตอน’ ยาเสพติด

Member_of_the_Senate_Comment_Budget_2025_SPACEBAR_Hero_3d98d2e2e5.jpg

‘อังคณา นีละไพจิตร’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ว่า สว.ไม่มีอำนาจเพิ่มหรือตัดงบลดงบประมาณได้ แต่มีข้อสังเกตได้ ส่วนตัวมีข้อสังเกตว่า ประเทศไทยมีแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ รวมถึงรัฐธรรมนูญมาตร า71 วรรค 4 ระบุถึงการจัดงบประมาณให้เหมาะกับเพศสภาพ วัย พอมาดูงบ ปี2568 ตั้งข้อสงสัยว่า แผนมนุษยชนแห่งชาติอยู่ตรงส่วนไหนของงบฯ ทุกกระทรวงได้นำไปใส่หรือไม่ ต้องพูดคุยกันเรื่องนี้ เพราะเป็นมติครม.ที่รับรองตามแผนมนุษยชนแห่งชาติแล้ว 

แต่ไม่มีงบประมาณเรื่องนี้ ขณะที่งบ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนมากเป็นเรื่องความมั่นคง แต่ไม่ได้คุ้มครองสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่องบูรณาจัดการอบรมเฉยๆ ทุกกระทรวง ทบวง กรมต้องดำเนินการให้มีงบประมาณขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชน จัดสรรงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเพศสภาพ อย่างในทุกกระทรวงยังไม่มีห้องน้ำสำหรับทุกเพศ หรือการจัดห้องสำหรับผู้หญิงที่ต้องให้นมลูก ทั้งที่เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนที่ยังขาดอยู่ 

อังคณา กล่าวต่อว่า ส่วนการเตรียมการแถลงนโยบายรัฐบาลนั้น ได้อ่านนโยบายทั้งหมดอย่างเร็วๆ พบว่า มีเรื่องน่าสนใจคือ การปราบปราบยาเสพติดที่กังวลว่าจะกลับไปเป็นเหมือนปี 2546 ที่เป็นช่วงสงครามยาเสพติด มีคนตาย 3,000 กว่าคน แต่ไม่มีใครเคยต้องโทษ ทำให้คนตายฟรี  กังวลว่า สงครามยาเสพติดจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ จะปราบอย่างไร ขณะนี้มีกฎหมายให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วย จึงตั้งคำถามว่า จะดูแลอย่างไร มีศักยภาพหรือไม่ เป็นเรื่องท้าทายอย่างแรก เพราะคิดว่าจะปราบปราม แต่จะทำอย่างไร 

ที่ผ่านมาสมัยรัฐบาล ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ใช้กำลังปราบปราม มีเหตุฆ่าตัดตอนจำนวนมาก คดีก็หมดอายุความ  อีกเรื่องคือ ปัญหาชายแดนภาคใต้ถูกจัดอันดับความสำคัญน้อย ทั้งที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมากกว่า 20 ปี รัฐบาล ‘แพทองธาร ชินวัตร’ จะจัดการอย่างไรให้หยุดการสู้รบ การแถลงนโยบายรัฐบาลชุดนี้ ไม่ได้ต่างจากรัฐบาล ‘เศรษฐา ทวีสิน’ อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้าไปเปรียบเทียบกับรัฐบาลนายทักษิณก็ไม่ต่างกัน ดูแล้วไม่มีอะไรใหม่ ของเดิมที่ทำแล้วมีปัญหาเรื่องยาเสพติด ก็ยังกังวลจะเกิดเหตุการณ์แบบเดิมหรือไม่ 

ด้าน ‘ปฏิมา จีระแพทย์’ สว. กล่าวว่า มีความเป็นห่วงแพทองธาร และครม.ทุกคน หลังจากฟังนายกฯ แถลงต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา เมื่อได้อ่านนโยบายรัฐบาล 14 หน้า รู้สึกว่าแพทองธาร ไม่ได้คิดและเขียนนโยบายเอง ต้องการให้น.ส.แพทองธาร ออกนโยบายสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนอย่างชัดเจนว่านโยบายทุกข้อจะทำให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจน อาทิ หากต้องการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ให้กลุ่มเปราะบาง พร้อมให้กำหนดอย่างชัดเจน ว่าภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้  ส่วนเงินที่เหลือจะแจกเป็นรูปแบบใดขอให้มีความชัดเจน เนื่องจากประชาชนรอมานาน และนายกฯควรระบุให้ชัดเจน ภายใน 1-2 เดือน จะดำเนินการเรื่องใดบ้าง ประชาชนจะได้เฝ้าดูการทำงาน รวมถึงปัญหาน้ำท่วมภาคเหนือ จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างไร เป็นปัญหาเร่งด่วนที่สั่งการได้ทันทีเพื่อเร่งช่วยเหลือประชาชน  

ส่วนมาตรการลดหนี้สินภาคครัวเรือนนั้น ขณะนี้ทั้งสิงคโปร์ จีนกำลังเกิดปัญหาเช่นกัน และเริ่มนโยบายลดดอกเบี้ยช่วยเหลือประชาชน หากใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง สามารถช่วยเหลือได้ รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และสมาคมธนาคารไทย มีมาตรการช่วยผู้ประสบภัยระดับหนึ่งแล้ว แต่มองว่าเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องรอการแก้ปัญหาระยะกลาง ระยะยาวต่อไป  ขอฝากว่า ต้องททท. หรือ ทำทันที อย่ารอยาวๆ ประชาชนจะเดือดร้อน 

ขณะที่ ‘นันทนา นันทวโรภาส’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวถึงการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาในวันที่ 12 -13ก.ย.นี้ว่า รัฐบาลยังผลักดันนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต แต่อาจเปลี่ยนรูปแบบ ต้องรอดูเพราะงบประมาณถูกจัดสรรและดำเนินการไปแล้ว และดูนโยบายนี้จะทำได้ตามกฎหมาย กระตุ้นเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ และจะเป็นพายุหมุนหรือเป็นแค่ลมพัด ส่วนกรอบเวลาอภิปราย เชื่อว่า ที่ประชุมวิป 3 ฝ่ายจะจัดสรรเวลาให้สว.ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง สว.จะมีข้อสังเกตให้ใช้งบอย่างระมัดร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์