อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) สมาชิกกลุ่มสามมิตร ให้สัมภาษณ์ถึงอนาคตของกลุ่มสามมิตร ว่า น่าจะชัดเจนแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและประธานยุทธศาสตร์พรรค พปชร. ได้พูดไว้
อนุชา กล่าวว่า ตนมีความสุขที่ทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไร แต่ตนเห็นความจริงใจในการทำงาน
เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรจะแยกย้ายกันไปอยู่คนละพรรคเลยใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าคนอื่นๆ คิดอย่างไร อย่างสมศักดิ์ ก็ยังอยู่พรรค พปชร. ซึ่งต่อไปคงไม่ได้มีการพูดคุยกันลึกแล้ว เพราะเป็นเรื่องบริบทการเมือง แต่ยังรักษาความเป็นพี่เป็นน้อง ยังรักมั่นคงเหมือนเดิม
เมื่อถามว่า ส่วนตัวจะไปเขียนใบสมัครเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อไหร่ อนุชา กล่าวว่า ตนยังต้องทำงานในตำแหน่ง ส.ส.ยังไม่ได้กำหนดว่าจะไปเมื่อใด ตอนนี้พยายามทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องทํางานประสานกับรัฐสภา
เมื่อถามว่า ตอนนี้ถือว่ายังมีเวลาตัดสินใจ ใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า “ผมตัดสินใจแล้ว โดยจะลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ซึ่งไม่มีการดีลอะไรทั้งสิ้น ผมทํางานการเมืองมานาน กล้าพูดได้เลยว่า ไม่เคยดีลการเมืองหรือผลประโยชน์แม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตการเมือง”
เมื่อถามว่า การที่เลือกไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะในพื้นที่ชื่นชอบการทํางานใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า ส่วนตัวชอบความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการทํางาน พล.อ.ประยุทธ์ รักและทําให้ทุกคน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ สามารถทําให้รัฐนาวาที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลทํางานอยู่ด้วยกันถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่มีความจริงใจ หรือไม่ได้เป็นผู้บริหารพอสมควร คงไม่ได้มาถึงจุดนี้ที่ใกล้จะครบวาระ ดังนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความสามารถระดับหนึ่งทีเดียว เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบวาระก็อยู่ได้ แต่ท่านจะเลือกวิธีไหน ตนไม่ทราบ
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าเป็นการเดินเกมขั้นเซียนของกลุ่มสามมิตร ที่ส่งแยกกันไปอยู่ในแต่ละพรรค อนุชา กล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น คิดการเมืองแบบนั้นไม่สวย เพราะบางทีความเป็นพี่น้องก็มีเรื่องส่วนตัว และสมศักดิ์ เองในฐานะเป็นพี่ จะเข้าใจอยู่แล้ว ถ้าน้องคิดอย่างไรสนับสนุน ไม่เคยคิดแง่ลบแม้แต่นิดเดียว
“ยืนยันว่าความเป็นพี่น้องยังเหมือนเดิม แต่ต้องยอมรับว่าการเมืองอยู่ที่การทํางานด้วย จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่านายสมศักดิ์ จะตัดสินใจอย่างไร อาจจะมาอยู่กับตนก็ได้ หรืออาจจะอยู่กับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งยังไม่แน่ แต่สำหรับตนอยากตัดสินใจเร็ว เพราะต้องการให้เกิดความชัดเจนในทิศทางการเมือง และจะได้คิดเรื่องอนาคตว่าจะช่วยพรรค ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ ในส่วนใด อย่างไรบ้าง”
อนุชา กล่าวต่อว่า สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ ถือว่าเป็นผู้ที่ให้ความเคารพไม่เปลี่ยนแปลง เป็นคนดี เป็นที่รักใคร่ของทุกคน เมื่อถาม ว่าได้แจ้ง พล.อ.ประวิตร แล้วใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า กึ่งแจ้ง เพราะบางทีก็เกรงใจ พล.อ.ประวิตร
ขณะที่ความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในวันเดียวกัน (2 กุมภาพันธ์ 2566) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณี ไตรรงค์ สุวรรณคีรี แกนนำพรรค ออกมาระบุ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ลำดับที่ 1 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเชื่อว่า ไตรรงค์ ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนยินดี หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 รวมถึงเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ
เลขาฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกระบวนการการสรรหาทั้งแคนดิเดตนายกฯ และพิจารณาลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะเกิดขึ้นตามกฎหมายนั้น ตนยินดีให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรค และสมาชิกทุกคนจะให้การสนันสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วประเทศ และต่างก็เรียกร้องเข้ามาว่านอกจากเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคแล้วก็อยากให้เป็น ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย
อนุชา กล่าวว่า ตนมีความสุขที่ทำงานกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นอย่างไร แต่ตนเห็นความจริงใจในการทำงาน
เมื่อถามว่า กลุ่มสามมิตรจะแยกย้ายกันไปอยู่คนละพรรคเลยใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าคนอื่นๆ คิดอย่างไร อย่างสมศักดิ์ ก็ยังอยู่พรรค พปชร. ซึ่งต่อไปคงไม่ได้มีการพูดคุยกันลึกแล้ว เพราะเป็นเรื่องบริบทการเมือง แต่ยังรักษาความเป็นพี่เป็นน้อง ยังรักมั่นคงเหมือนเดิม
เมื่อถามว่า ส่วนตัวจะไปเขียนใบสมัครเข้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อไหร่ อนุชา กล่าวว่า ตนยังต้องทำงานในตำแหน่ง ส.ส.ยังไม่ได้กำหนดว่าจะไปเมื่อใด ตอนนี้พยายามทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องทํางานประสานกับรัฐสภา
เมื่อถามว่า ตอนนี้ถือว่ายังมีเวลาตัดสินใจ ใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า “ผมตัดสินใจแล้ว โดยจะลงสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ซึ่งไม่มีการดีลอะไรทั้งสิ้น ผมทํางานการเมืองมานาน กล้าพูดได้เลยว่า ไม่เคยดีลการเมืองหรือผลประโยชน์แม้แต่ครั้งเดียวในชีวิตการเมือง”
เมื่อถามว่า การที่เลือกไปอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะในพื้นที่ชื่นชอบการทํางานใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า ส่วนตัวชอบความจริงใจของ พล.อ.ประยุทธ์ ในการทํางาน พล.อ.ประยุทธ์ รักและทําให้ทุกคน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ สามารถทําให้รัฐนาวาที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลทํางานอยู่ด้วยกันถึงวันนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าไม่มีความจริงใจ หรือไม่ได้เป็นผู้บริหารพอสมควร คงไม่ได้มาถึงจุดนี้ที่ใกล้จะครบวาระ ดังนั้นเป็นสิ่งที่ยืนยันให้เห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีความสามารถระดับหนึ่งทีเดียว เพราะถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ครบวาระก็อยู่ได้ แต่ท่านจะเลือกวิธีไหน ตนไม่ทราบ
เมื่อถามว่า มีการวิเคราะห์ว่าเป็นการเดินเกมขั้นเซียนของกลุ่มสามมิตร ที่ส่งแยกกันไปอยู่ในแต่ละพรรค อนุชา กล่าวว่า ไม่ใช่แบบนั้น คิดการเมืองแบบนั้นไม่สวย เพราะบางทีความเป็นพี่น้องก็มีเรื่องส่วนตัว และสมศักดิ์ เองในฐานะเป็นพี่ จะเข้าใจอยู่แล้ว ถ้าน้องคิดอย่างไรสนับสนุน ไม่เคยคิดแง่ลบแม้แต่นิดเดียว
“ยืนยันว่าความเป็นพี่น้องยังเหมือนเดิม แต่ต้องยอมรับว่าการเมืองอยู่ที่การทํางานด้วย จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่รู้ว่านายสมศักดิ์ จะตัดสินใจอย่างไร อาจจะมาอยู่กับตนก็ได้ หรืออาจจะอยู่กับ พล.อ.ประวิตร ซึ่งยังไม่แน่ แต่สำหรับตนอยากตัดสินใจเร็ว เพราะต้องการให้เกิดความชัดเจนในทิศทางการเมือง และจะได้คิดเรื่องอนาคตว่าจะช่วยพรรค ช่วย พล.อ.ประยุทธ์ ในส่วนใด อย่างไรบ้าง”
อนุชา กล่าวต่อว่า สำหรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ ถือว่าเป็นผู้ที่ให้ความเคารพไม่เปลี่ยนแปลง เป็นคนดี เป็นที่รักใคร่ของทุกคน เมื่อถาม ว่าได้แจ้ง พล.อ.ประวิตร แล้วใช่หรือไม่ อนุชา กล่าวว่า กึ่งแจ้ง เพราะบางทีก็เกรงใจ พล.อ.ประวิตร
ขณะที่ความเคลื่อนไหวพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในวันเดียวกัน (2 กุมภาพันธ์ 2566) เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงกรณี ไตรรงค์ สุวรรณคีรี แกนนำพรรค ออกมาระบุ พล.อ.ประยุทธ์ เตรียมลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) ลำดับที่ 1 ของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเชื่อว่า ไตรรงค์ ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตนยินดี หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะมาเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 รวมถึงเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรครวมไทยสร้างชาติ
เลขาฯ พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของกระบวนการการสรรหาทั้งแคนดิเดตนายกฯ และพิจารณาลำดับผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่จะเกิดขึ้นตามกฎหมายนั้น ตนยินดีให้การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และเชื่อว่ากรรมการบริหารพรรค และสมาชิกทุกคนจะให้การสนันสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาหลัง พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสมาชิกพรรค และประชาชนทั่วประเทศ และต่างก็เรียกร้องเข้ามาว่านอกจากเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคแล้วก็อยากให้เป็น ส.ส.ของพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย



