‘อนุชา’ ฟาด กทม.จัดซื้อจัดจ้างใช้วิธี ‘เฉพาะเจาะจง’ พุ่ง 90% ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

17 มิ.ย. 2569 - 14:43

  • ‘อนุชา’ ชูจุดยืนการเมืองสุจริตและยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

  • พร้อมเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง กทม. กว่า 90% ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง เสี่ยงเปิดช่องทุจริต

  • ลั่นหากได้รับเลือกเป็น ‘ผู้ว่าฯ กทม.’ จะเดินหน้าปราบคอร์รัปชันอย่างเด็ดขาด โปร่งใสตรวจสอบได้

‘อนุชา’ ฟาด กทม.จัดซื้อจัดจ้างใช้วิธี ‘เฉพาะเจาะจง’ พุ่ง 90% ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

อนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวระหว่างลงพื้นที่หาเสียงย่านประวัติศาสตร์ “ตลาดนางเลิ้ง” เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยย้ำถึงความตั้งใจในการนำพรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพมหานครอีกครั้ง โดยชูจุดเด่นเรื่องการเมืองที่สุจริตและยึดมั่นในการทำงานเพื่อประชาชนเป็นที่ตั้ง

พร้อมเปิดเผยข้อมูลจากการประมวลผลผ่านระบบ “ส่องรัฐ” ว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โครงการจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นการใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เป็นการหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคา รวมถึงพบพิรุธในโครงการขนาดใหญ่ที่ระดับ 4,000 ล้านบาท ที่ผู้ประมูลสองรายเสนอราคาต่างกันเพียงหลักล้านบาท ซึ่งเป็นการประมูลและเสนอราคาใกล้เคียงกันผิดปกติ

อนุชา ยืนยันว่า หากได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. จะปราบปรามปัญหาการทุจริตให้หมดสิ้นไปอย่างเด็ดขาด เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คนกรุงเทพฯ โดยจะมีเวทีนำเสนอนโยบายเพิ่มเติมในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ ที่ย่านสีลม และจะมีการปราศรัยใหญ่โค้งสุดท้ายก่อนถึงวันเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้

ผมจะไม่ทนให้เกิดการทุจริตใน กทม. อีกต่อไป พฤติกรรมแบบนี้ตรวจสอบได้ และหากผมได้รับเลือกตั้ง จะจัดการเรื่องนี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด กทม. ต้องเลิกเป็นเมืองที่สงสัยกันว่ามีการโกงกิน แต่ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้จริง

อนุชา บูรพชัยศรี

anucha-exposes-bangkok-procurement-irregularities-and-vows-to-end-corruption-SPACEBAR-Photo01.jpg

‘ปชป. เปิดข้อมูล ‘ส่องรัฐ’ พบโครงการจัดซื้อจัดจ้าง กทม. กว่า 4 หมื่นโครงการใช้วิธี ‘เฉพาะเจาะจง’ วงเงินรวมกว่า 1.3 หมื่นล้าน พร้อมตั้งข้อสงสัย ‘ซอยงานต่ำกว่า 5 แสน’ เลี่ยงประมูล

วันเดียวกัน การดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะตัวแทนเพจ “ส่องรัฐ” ของพรรคประชาธิปัตย์ แถลงผลการตรวจสอบข้อมูลโครงการของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” และเพจ “ภาษีไปไหน” โดยระบุว่า จากการสืบค้นข้อมูลสาธารณะพบโครงการของ กทม. ภายใต้การบริหารของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จำนวน 43,178 โครงการ วงเงินรวมกว่า 52,380 ล้านบาท

การดี กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า 92.8% ของโครงการจัดซื้อจัดจ้าง หรือ 40,054 โครงการ ใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ไม่มีการเปิดประมูลแข่งขัน และมีผู้เสนอราคาเพียงรายเดียว คิดเป็นวงเงินรวม 13,370 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาครัฐ

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีโครงการจำนวน 12.8% ที่มีลักษณะเข้าข่ายผิดสังเกต เนื่องจากวิธีเฉพาะเจาะจงตามกฎหมายกำหนดให้ใช้เฉพาะกรณีจำเป็นเร่งด่วน หรือมีลักษณะเฉพาะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น

อีกประเด็นที่น่าจับตา คือ มีโครงการจัดซื้อจัดจ้างลักษณะดังกล่าวถึง 38,945 โครงการ ที่มีมูลค่างานต่ำกว่า 500,000 บาท จึงตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการซอยย่อยโครงการเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ ซึ่งต้องมีการเปรียบเทียบราคาและเปิดให้มีการแข่งขันอย่างเหมาะสม

การดี เลียวไพโรจน์

พร้อมยกตัวอย่างโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกลางและอาคารสำนักงานการแพทย์ วงเงินระดับ 4,000 ล้านบาท ที่ดำเนินการด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) โดยพบว่าราคาที่ชนะการประมูลอยู่ที่ 3,996.998 ล้านบาท หรือคิดเป็น 99.5% ของราคากลาง ขณะที่ผู้ยื่นเสนอราคาสองรายมีส่วนต่างกันเพียง 1 ล้านบาท หรือประมาณ 0.025% เท่านั้น จึงเห็นว่าควรมีการตรวจสอบเพิ่มเติมถึงความเหมาะสมของกระบวนการดังกล่าว

ด้าน อนุชา ที่เดินทางมารัฐสภาเพื่อร่วมแถลงข่าว กล่าวว่า การใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” ช่วยให้สามารถมองเห็นแนวโน้มและความเชื่อมโยงของข้อมูลที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่สามารถสังเกตเห็นได้จากเอกสารจัดซื้อจัดจ้างหรือทีโออาร์เพียงอย่างเดียว

อนุชา ระบุว่า แม้ กทม. จะมีการเปิดเผยข้อมูลสาธารณะอยู่แล้ว แต่ในทางปฏิบัติการเข้าถึงข้อมูลบางชุดยังทำได้ยาก ต้องอาศัยการประสานงานกับหลายหน่วยงาน และบางกรณีก็ไม่ได้รับความร่วมมือในการเปิดเผยข้อมูลอย่างเต็มที่ จึงเกิดข้อสงสัยว่ามีข้อมูลบางส่วนที่ยังไม่ถูกเปิดเผยหรือไม่

อย่างไรก็ตาม การนำข้อมูลผ่านแพลตฟอร์ม “ส่องรัฐ” มาเผยแพร่ ไม่ได้มีเจตนากล่าวหาหรือชี้ว่ามีการกระทำผิด แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลเพื่อสะท้อนแนวโน้มความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสังคม ร่วมกันตรวจสอบเชิงลึก โดยเฉพาะในประเด็นการประมูลและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

อนุชา กล่าวด้วยว่า การตรวจสอบการใช้งบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเรื่องสำคัญ เพราะประชาชนในกรุงเทพมหานครเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงและมีสิทธิรับรู้ข้อมูลดังกล่าว การเปิดเผยข้อมูลจึงเป็นการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ แม้ในขณะนี้จะยังไม่มีหน่วยงานใดชี้ชัดว่ามีการกระทำผิดก็ตาม

สิ่งที่เราพยายามทำ ไม่ใช่การแฉใคร แต่ต้องการให้ประชาชนได้เห็นข้อมูลและร่วมกันพิจารณาว่า พฤติกรรมหรือรูปแบบการบริหารจัดการเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ ควรเกิดขึ้นในหน่วยงานราชการหรือไม่

อนุชา บูรพชัยศรี

พร้อมกันนี้ อนุชา ยังขอให้สังคมลดอคติทางการเมือง และพิจารณาข้อมูลบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงมากกว่าตัวบุคคล โดยเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาจะช่วยยกระดับมาตรฐานความโปร่งใสของภาครัฐ ไม่เฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ยังเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการของประเทศไทยในภาพรวม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับนานาชาติในอนาคต

ขณะที่ สกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้พรรคกำลังรวบรวมข้อมูลการทุจริตต่างๆ และหลังจากได้ความชัดเจนเพียงพอแล้ว จะมีการยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทำการตรวจสอบต่อไป

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์