‘อนุดิษฐ์’ รับ กลั่นกรองผู้สมัครแล้ว แต่พลาดเรื่องทรัพย์สิน

23 ม.ค. 2569 - 11:19

  • ‘อนุดิษฐ์’ รับ กธ.กลั่นกรองผู้สมัครละเอียดแล้ว แต่พลาดเรื่องทรัพย์สิน ปมศาลเพิกถอนสิทธิผู้สมัคร สส.ภูเก็ตถือหุ้นสื่อ ชี้ เป็นบทเรียนทุกพรรค ส่วนกรณี กกต.เมืองคอนถอนชื่อ ‘ก้องเกียรติ’ แชมป์เก่า เจ้าตัวยื่นอุทธรณ์แล้ว ปัดตอบถูกกลั่นแกล้งหรือไม่

  • เชื่อ กรุงเทพฯ ไม่มีพรรคไหนแลนด์สไลด์ รับ ‘กล้าธรรม’ เป็นพรรคน้องใหม่ ต้นทุนน้อยกว่าพรรคใหญ่ แต่มั่นใจในตัวผู้สมัคร เชื่อคนกรุงเห็น

  • บอก จัดปราศรัยใหญ่ จ.ตาก พรุ่งนี้ ทัวร์หาเสียงโค้งสุดท้ายเหนือจรดใต้ โว ปชช.สนใจ ฟัง ‘ธรรมนัส’ นับหมื่น

‘อนุดิษฐ์’ รับ กลั่นกรองผู้สมัครแล้ว แต่พลาดเรื่องทรัพย์สิน

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.ภูเก็ต กรณีถือครองหุ้นสื่อ จะกระทบพรรค กธ.หรือไม่ว่า คุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.คือ การถือหุ้นสื่อ ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งการตรวจสอบโดยคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค เราได้ตรวจสอบโดยละเอียดเท่าที่จะตรวจสอบได้แล้ว โดยเฉพาะในส่วนบัญชีทรัพย์สิน ยอมรับว่าทางพรรคยังไม่ได้ตรวจละเอียด รวมถึงการให้ผู้สมัครมาแจ้งเรื่องการถือหุ้น ข้อผิดพลาดตรงนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับพรรค กธ. และกับพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ เรื่องการถือหุ้นสื่อนั้นอาจจะมีการถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์สามารถทำกิจการสื่อได้ แต่อาจจะยังไม่ได้ทำก็ได้ ต้องเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเป็นสิทธิของผู้สมัครในการยื่นอุทธรณ์

ส่วนกระแสข่าว กกต.มีมติถอนชื่อ ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรค กธ. เหตุเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ ซึ่งต่อมาก้องเกียรติ ระบุว่า เป็นขบวนการกลั่นแกล้งทางการเมือง น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ต้องดูการต่อสู้ที่หนักหน่วง ผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งต้องงัดกลยุทธ์เข้ามาต่อสู้เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ สำหรับก้องเกียรติเป็นแชมป์เก่า ถือว่าเป็นตัวเต็ง ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้สมัครเองที่จะต้องนำข้อเท็จจริงไปอุทธรณ์เพื่อให้รู้ผลว่า เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่การกลับมาเป็นผู้สมัคร สส.หรือจะตัดสิทธิกันไปเลย เราปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบทำงาน ซึ่งเท่าที่ทราบ ขณะนี้ก้องเกียรติได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว

ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ยังเปิดเผยถึงกระแสของพรรคกล้าธรรมในกรุงเทพมหานคร ว่า การทำงานหนักของพรรคกล้าธรรม รวมถึงการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เชื่อว่า คนกรุงเทพมหานครจะเห็นความตั้งใจของผู้สมัคร และเห็นถึงนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นความหลากหลายในกรุงเทพมหานครและความนิยมของพรรคกล้าธรรมที่ถือว่าเป็นพรรคน้องใหม่ และมีต้นทุนน้อยกว่าพรรคใหญ่ที่ทำงานกันมานาน แต่การได้มีโอกาสทำงานและขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เชื่อว่าจะเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้คนกรุงเทพมหานคร หันมามองพรรคกล้าธรรมมากขึ้น

สำหรับการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินในช่วงโค้งสุดท้าย จะเห็นพรรคกล้าธรรมเปิดเวทีได้รับความสนใจจากประชาชนทุกภูมิภาค ซึ่งแต่ละเวที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ในการปราศรัยจะมีประชาชนหลาย 10,000 คน ในแต่ละเวที

ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์นี้จะมีการเปิดเวทีที่จังหวัดตาก เชียงรายเชียงใหม่ ลำปาง มุกดาหาร ส่วนกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และ วันที่ 2-4 กุมภาพันธ์จะลงพื้นที่ไปภาคใต้ และช่วงวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์จะมีแผนออกมาอีกครั้งว่าจะจัดปราศรัยที่จังหวัดใด

ส่วนประเมินว่ากรุงเทพมหานคร จะไม่มีพรรคไหนแลนด์สไลด์ ใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ ยังเชื่อว่า คนกรุงเทพมหานครยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเลือกพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ รู้ว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคน้องใหม่ในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าผู้สมัครทุกคนที่ยืนอยู่รอบตัวตนเองในวันนี้ เราสู้กับตัวเองไม่ได้สู้กับพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ทุกคะแนนเสียง คือ เมล็ดพันธุ์ของพรรคกล้าธรรม คะแนนที่ได้ถือว่าเป็นต้นทุนในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัวชื่นชมการทำงานของทุกพรรคการเมือง การหาเสียงเป็นไปอย่างสงบ แข่งขันด้วยนโยบายและความตั้งใจ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีพรรคการเมืองใดแลนด์สไลด์ในกรุงเทพมหานคร

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์


‘อนุดิษฐ์’ รับ กลั่นกรองผู้สมัครแล้ว แต่พลาดเรื่องทรัพย์สิน