น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรค กธ. กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาสั่งถอนชื่อผู้สมัคร สส.ภูเก็ต กรณีถือครองหุ้นสื่อ จะกระทบพรรค กธ.หรือไม่ว่า คุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.คือ การถือหุ้นสื่อ ที่เกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งการตรวจสอบโดยคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครของพรรค เราได้ตรวจสอบโดยละเอียดเท่าที่จะตรวจสอบได้แล้ว โดยเฉพาะในส่วนบัญชีทรัพย์สิน ยอมรับว่าทางพรรคยังไม่ได้ตรวจละเอียด รวมถึงการให้ผู้สมัครมาแจ้งเรื่องการถือหุ้น ข้อผิดพลาดตรงนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับพรรค กธ. และกับพรรคการเมืองอื่นๆ ด้วย ทั้งนี้ เรื่องการถือหุ้นสื่อนั้นอาจจะมีการถือหุ้นในบริษัทที่มีวัตถุประสงค์สามารถทำกิจการสื่อได้ แต่อาจจะยังไม่ได้ทำก็ได้ ต้องเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันต่อไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และเป็นสิทธิของผู้สมัครในการยื่นอุทธรณ์
ส่วนกระแสข่าว กกต.มีมติถอนชื่อ ก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรค กธ. เหตุเคยต้องคดีทุจริตลักทรัพย์ ซึ่งต่อมาก้องเกียรติ ระบุว่า เป็นขบวนการกลั่นแกล้งทางการเมือง น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่นั้น ต้องดูการต่อสู้ที่หนักหน่วง ผู้สมัครในแต่ละเขตเลือกตั้งต้องงัดกลยุทธ์เข้ามาต่อสู้เพื่อนำไปสู่ชัยชนะ สำหรับก้องเกียรติเป็นแชมป์เก่า ถือว่าเป็นตัวเต็ง ดังนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้สมัครเองที่จะต้องนำข้อเท็จจริงไปอุทธรณ์เพื่อให้รู้ผลว่า เรื่องดังกล่าวจะนำไปสู่การกลับมาเป็นผู้สมัคร สส.หรือจะตัดสิทธิกันไปเลย เราปล่อยให้กระบวนการตรวจสอบทำงาน ซึ่งเท่าที่ทราบ ขณะนี้ก้องเกียรติได้ยื่นอุทธรณ์ไปแล้ว
ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ยังเปิดเผยถึงกระแสของพรรคกล้าธรรมในกรุงเทพมหานคร ว่า การทำงานหนักของพรรคกล้าธรรม รวมถึงการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมากหรือน้อย เชื่อว่า คนกรุงเทพมหานครจะเห็นความตั้งใจของผู้สมัคร และเห็นถึงนโยบายที่จะเป็นประโยชน์กับคนกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นความหลากหลายในกรุงเทพมหานครและความนิยมของพรรคกล้าธรรมที่ถือว่าเป็นพรรคน้องใหม่ และมีต้นทุนน้อยกว่าพรรคใหญ่ที่ทำงานกันมานาน แต่การได้มีโอกาสทำงานและขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ เชื่อว่าจะเป็นโอกาสสำคัญที่ทำให้คนกรุงเทพมหานคร หันมามองพรรคกล้าธรรมมากขึ้น
สำหรับการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการประเมินในช่วงโค้งสุดท้าย จะเห็นพรรคกล้าธรรมเปิดเวทีได้รับความสนใจจากประชาชนทุกภูมิภาค ซึ่งแต่ละเวที ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ในการปราศรัยจะมีประชาชนหลาย 10,000 คน ในแต่ละเวที
ทั้งนี้ ช่วงสัปดาห์นี้จะมีการเปิดเวทีที่จังหวัดตาก เชียงรายเชียงใหม่ ลำปาง มุกดาหาร ส่วนกรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเป็นช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ และ วันที่ 2-4 กุมภาพันธ์จะลงพื้นที่ไปภาคใต้ และช่วงวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์จะมีแผนออกมาอีกครั้งว่าจะจัดปราศรัยที่จังหวัดใด
ส่วนประเมินว่ากรุงเทพมหานคร จะไม่มีพรรคไหนแลนด์สไลด์ ใช่หรือไม่ น.อ.อนุดิษฐ์ ยังเชื่อว่า คนกรุงเทพมหานครยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเลือกพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ รู้ว่าพรรคกล้าธรรมเป็นพรรคน้องใหม่ในพื้นที่ เชื่อมั่นว่าผู้สมัครทุกคนที่ยืนอยู่รอบตัวตนเองในวันนี้ เราสู้กับตัวเองไม่ได้สู้กับพรรคการเมืองใดเป็นพิเศษ ทุกคะแนนเสียง คือ เมล็ดพันธุ์ของพรรคกล้าธรรม คะแนนที่ได้ถือว่าเป็นต้นทุนในอนาคต จากประสบการณ์ส่วนตัวชื่นชมการทำงานของทุกพรรคการเมือง การหาเสียงเป็นไปอย่างสงบ แข่งขันด้วยนโยบายและความตั้งใจ ส่วนตัวคิดว่าไม่มีพรรคการเมืองใดแลนด์สไลด์ในกรุงเทพมหานคร




