ปัด ‘ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง’ ไม่เกี่ยวกับ ‘พรรคเพื่อไทย’

5 ก.ค. 2567 - 13:39

  • ‘อนุสรณ์’ ปัด ‘ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง’ ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทย หนุน ‘สมคิด’ แจ้งความ เชื่อกระบวนการยุติธรรมจะช่วยคลี่คลายว่า ใครเป็นคนแอบอ้างซื้อขายตำแหน่ง

  • พร้อมเผย ‘กมธ.งบฯ 68’ เตรียมถก ‘งบกลาโหม’ สัปดาห์หน้า พร้อมตั้ง 9 อนุฯ แบ่งลักษณะงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

anusorn_pheuthai_5jul2024_SPACEBAR_Hero_49bcbfd908.jpg

อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 กล่าวถึงกรณีที่มีการออกมาเปิดเผยว่า มีการซื้อขายตำแหน่งผู้ติดตามของสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีว่า เรื่องนี้สมคิด ให้สัมภาษณ์ไปค่อนข้างครบถ้วนและชัดเจน และที่สมคิดต้องไปแจ้งความดำเนินคดี ก็เป็นช่องทางในการแสวงหาข้อเท็จจริง ส่วนกระบวนการว่าใครไปร่วมในการหลอกลวงใคร หรือมีการอ้างให้สิทธิประโยชน์ใครอย่างไร คิดว่า ในส่วนที่สมคิดไปแจ้งความไว้ คดีคงจะเดินหน้า รวมถึงผู้ที่คิดว่าตัวเองเสียหายก็สามารถเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและไต่สวนได้ แต่ในส่วนของการออกบัตรต่างๆ หรือการแต่งตั้ง มุมมองส่วนตัวคิดว่า น่าจะเป็นการเข้าใจผิดระหว่างผู้ที่อ้างว่าเป็นผู้ซื้อและผู้อ้างว่าเป็นผู้ขาย รวมถึงผู้ที่อ้างว่า เป็นตัวกลางหรือนายหน้า เพราะจริงๆ แล้ว ตำแหน่งเลขานุการคณะกรรมาธิการนั้น เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญคือตั้งเพื่อมาทำงาน ดังนั้นตั้งมาแล้วต้องมาทำงาน และต้องตั้งคนที่มีความรู้ความสามารถ เข้าใจในเรื่องนั้นๆ จึงเปิดช่องทางให้ตั้งบุคคลภายนอกได้ ส่วนเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ เชื่อว่า เมื่อเป็นคดีความขึ้นมา ก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลต่อไป ในที่สุดข้อเท็จจริงก็จะปรากฎว่า ใครเป็นคนแอบอ้าง

เมื่อถามว่า คนที่แอบอ้าง หรือ คุณต้นอ้อ เป็นหนึ่ง รู้จักกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ อนุสรณ์ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่เท่าที่ติดตาม คนที่ถูกกล่าวหา ก่อนหน้านี้ มาในรูปแบบของคนทำงานภาคประชาชน มีการให้ความเห็นทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีการไปจัดรายการทางเพจเฟซบุ๊กบ้าง เลยทำให้คนที่เดือดร้อนเข้าหา จึงเป็นวิวัฒนาการ แต่ยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จะเกี่ยวข้องกับพรรคใด ส่วนตัวคิดว่าเมื่อเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาล ความจริงจะปรากฏ

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทย มีการถูกแอบอ้างแบบนี้หรือไม่ อนุสรณ์ กล่าวว่า เท่าที่อยู่พรรคเพื่อไทยมา ไม่เคยได้ยิน แต่ส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดของคนที่จะซื้อและจะขาย

อนุสรณ์ ยังกล่าวถึงการขายวุฒิการศึกษาว่า สถาบันการศึกษาที่ถูกพาดพิงได้ออกมาชี้แจงแล้ว และหากเรื่องเป็นคดี ก็สามารถตรวจสอบได้ หากเป็นคดีความเรื่องทุกอย่างจะกระจ่าง เชื่อว่า ผู้ที่ได้รับความเสียหายน่าจะออกมาชี้แจงด้วย และส่วนตัวคิดว่าการซื้อขายวุฒิการศึกษาไม่น่าจะเกิดขึ้นได้จริงๆ 

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อหาสมคิดที่ก่อนหน้านี้มีกำหนดการว่า ‘ต้นอ้อ เป็นหนึ่ง’ จะเข้าพบที่รัฐสภานั้น สมคิดปฎิเสธว่าไม่มีการนัดหมายและส่วนตัวไม่ได้จะแถลงอะไรในเรื่องนี้ 

นอกจากนี้ อนุสรณ์ ยังได้แถลงผลการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ประจำสัปดาห์ว่า กรรมาธิการได้พิจารณาไปครบ 1 สัปดาห์หรือ 7 วัน รวม 59 ชั่วโมง มี 54 หน่วยงาน 9 กองทุน หรือพิจารณาคืบหน้า คิดเป็นร้อยละ 2.44 ซึ่งได้พิจารณาผ่าน มาตรา 7 สำนักนายกรัฐมนตรียกเว้นสมช.และสทนช. รวมถึงพิจารณา มาตรา 9 กระทรวงการคลัง มาตรา 10 กระทรวงการต่างประเทศ มาตรา 11 กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ส่วนมาตรา 8 กระทรวงกลาโหมนั้น อนุสรณ์ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหม ขอเลื่อนการพิจารณาไปสัปดาห์หน้า ส่วนจะเป็นวันไหนนั้น ยังไม่ทราบ ซึ่งการเลื่อนไปไม่มีนัยยะสำคัญอะไร เพราะเป็นหน่วยงานงบประมาณที่มีความพร้อม ที่ผ่านมากระทรวงกลาโหมมีข้อมูลครบถ้วนชัดเจน 

สำหรับแนวทางการตั้งอนุกรรมาธิการฯ นั้น คาดว่า จะตั้งได้ในสัปดาห์หน้า จำนวน 9 คณะ ซึ่งอาจแบ่งพิจารณาตามลักษณะงาน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานสูงสุด ไม่พิจารณารายกระทรวงเหมือนงบ 2567 โดยตั้งแต่สัปดาห์หน้าจะเพิ่มรอบในการแถลง ความคืบหน้าของกรรมาธิการสัปดาห์ละ 2 ครั้งคือวันอังคารและวันพฤหัสบดี เวลา 11.00 น. แต่หากมีประเด็นที่น่าสนใจก็จะเพิ่มรอบแถลงเพื่อความชัดเจน

สำหรับวันนี้ (5 ก.ค.) มีการพิจารณามาตรา 12 คือกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต่อจากเมื่อวานนี้แล้วจะพิจารณามาตรา 13 ของกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต่อ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์