ปมร้อนเรื่องเลี่ยงภาษีที่ดิน ที่ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ หรือ ‘เสี่ยนิด’ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กำลังถูก ‘ชูวิทย์ กมลวิษฎ์’ เดินหน้ากล่าวหาว่ามีส่วนรู้เห็นกับเรื่องนี้ในขณะดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) จนเป็นเหตุให้รัฐต้องเสียรายได้จากการจัดเก็บภาษีกว่า 500 ล้านบาท ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อการเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมบอกว่าจะเดินหน้าแฉเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเรียกว่าเป็นการ ‘แฉเพื่อชาติ’
ล่าสุดวันนี้ (4 ส.ค.) ‘อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด’ สส.พรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวตอบโต้ ‘ชูวิทย์’ โดยตั้งข้อสังกตว่า แม้ ‘ชูวิทย์’ จะเคยออกมาขู่ว่าจะแฉแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยมาแล้วหลายรอบ ตั้งแต่ก่อนรับสมัครเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยจะเลือกแฉในช่วงเวลาและจังหวะที่สำคัญ
แต่การมาเลือกแฉในช่วงที่กำลังจะเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของ ‘ชูวิทย์’ มีการวางงานที่ทำเป็น ‘ขบวนการ’ หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นประตูที่นำไปสู่ปฎิบัติการ ‘ล้มนิด’ เพื่อหวังชุบชีวิตใครที่หมดโอกาสได้เป็นนายกฯ ให้กลับมามีโอกาสได้ลุ้นตำแหน่งนี้อีกครั้ง จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันติดตามปฎิบัติการนี้ พร้อมพูดเปรียบเทียบว่า ‘อาชญากร มักได้ประโยชน์จากอาชญากรรมที่ตัวเองก่อขึ้น’
นอกจากนี้ ‘อนุสรณ์’ ยังตั้งคำถามว่าหาก ‘ล้มนิด’ สำเร็จใครจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ยืนยันว่าจากการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา’ ยังมีคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรีทุกประการ หาก ‘ชูวิทย์’ สงสัยให้ไปถามกรมสรรพกรได้เลย ย้ำว่าตอนนี้ประเทศต้องรีบตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ
‘อนุสรณ์’ ย้ำว่าหากใครจะมาตรวจสอบกันถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาของ ‘ชูวิทย์’ เป็นการทำเพื่อหวังผล ต้องการล้ม ‘เศรษฐา’ และพรรคเพื่อไทย เพื่อหวังชุบชีวิตใครหรือไม่ และเรื่องนี้นำไปเทียบกับกรณีของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
สำหรับหลักฐานที่ ‘ชูวิทย์’ นำมาเปิดเผยเมื่อวานนี้ เชื่อถือได้หรือไม่นั้น คงต้องไปตรวจสอบกับ บริษัท แสนสิริฯ และกรมสรรพกร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการทำธุรกรรมของเอกชน จึงตอบแทนไม่ได้ แต่ บริษัท แสนสิริฯ ซึ่งเป็นบริษัทชันนำในตลาดหลักทรัพย์ การทำธุรกรรมอะไร ต้องตรวจสอบได้อยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ‘อนุสรณ์’ มั่นใจว่าไม่กระทบกับความมั่นใจของ สว. และพรรคการเมืองอื่นต่อการโหวตให้ ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ เพราะจากที่พูดคุยไม่มีใครติดใจในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่กังวลเรื่องอื่น ซึ่งพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการแน่นอน
ล่าสุดวันนี้ (4 ส.ค.) ‘อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด’ สส.พรรคเพื่อไทย ได้แถลงข่าวตอบโต้ ‘ชูวิทย์’ โดยตั้งข้อสังกตว่า แม้ ‘ชูวิทย์’ จะเคยออกมาขู่ว่าจะแฉแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทยมาแล้วหลายรอบ ตั้งแต่ก่อนรับสมัครเลือกตั้งที่ผ่านมา โดยจะเลือกแฉในช่วงเวลาและจังหวะที่สำคัญ
แต่การมาเลือกแฉในช่วงที่กำลังจะเลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้อดคิดไม่ได้ว่าการเคลื่อนไหวของ ‘ชูวิทย์’ มีการวางงานที่ทำเป็น ‘ขบวนการ’ หรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเป็นประตูที่นำไปสู่ปฎิบัติการ ‘ล้มนิด’ เพื่อหวังชุบชีวิตใครที่หมดโอกาสได้เป็นนายกฯ ให้กลับมามีโอกาสได้ลุ้นตำแหน่งนี้อีกครั้ง จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันติดตามปฎิบัติการนี้ พร้อมพูดเปรียบเทียบว่า ‘อาชญากร มักได้ประโยชน์จากอาชญากรรมที่ตัวเองก่อขึ้น’
นอกจากนี้ ‘อนุสรณ์’ ยังตั้งคำถามว่าหาก ‘ล้มนิด’ สำเร็จใครจะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ยืนยันว่าจากการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย ‘เศรษฐา’ ยังมีคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรีทุกประการ หาก ‘ชูวิทย์’ สงสัยให้ไปถามกรมสรรพกรได้เลย ย้ำว่าตอนนี้ประเทศต้องรีบตั้งรัฐบาลให้สำเร็จ
‘อนุสรณ์’ ย้ำว่าหากใครจะมาตรวจสอบกันถือเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ เพียงแต่ตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาของ ‘ชูวิทย์’ เป็นการทำเพื่อหวังผล ต้องการล้ม ‘เศรษฐา’ และพรรคเพื่อไทย เพื่อหวังชุบชีวิตใครหรือไม่ และเรื่องนี้นำไปเทียบกับกรณีของ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ เพราะเป็นคนละเรื่องกัน
สำหรับหลักฐานที่ ‘ชูวิทย์’ นำมาเปิดเผยเมื่อวานนี้ เชื่อถือได้หรือไม่นั้น คงต้องไปตรวจสอบกับ บริษัท แสนสิริฯ และกรมสรรพกร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พรรคเพื่อไทย ไม่ได้มีส่วนร่วมกับการทำธุรกรรมของเอกชน จึงตอบแทนไม่ได้ แต่ บริษัท แสนสิริฯ ซึ่งเป็นบริษัทชันนำในตลาดหลักทรัพย์ การทำธุรกรรมอะไร ต้องตรวจสอบได้อยู่แล้ว
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้น ‘อนุสรณ์’ มั่นใจว่าไม่กระทบกับความมั่นใจของ สว. และพรรคการเมืองอื่นต่อการโหวตให้ ‘เศรษฐา’ เป็นนายกฯ เพราะจากที่พูดคุยไม่มีใครติดใจในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่กังวลเรื่องอื่น ซึ่งพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าจะไม่ดำเนินการแน่นอน




