อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี สว.จะยื่นอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ว่า รัฐบาลเข้าใจในการทำหน้าที่ของ สว.ที่กำลังจะหมดวาระลงไป สิ่งใดที่จะทำเพื่อให้ประชาชนระลึกถึงการทำหน้าที่ของ สว.ในวาระท้ายๆ สว.คงต้องทำ
“แต่ขอให้เป็นการอภิปรายเพื่อให้ข้อเสนอแนะกับรัฐบาลจริงๆ ประชาชนที่ติดตามรับฟังจะสามารถตัดสินใจได้เองว่าช่วงระยะเวลา 3 เดือนกว่าที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน รัฐบาลได้แก้ปัญหาให้กับประเทศชาติและประชาชนได้มาก ทั้งที่งบประมาณปี 2567 ยังไม่ผ่าน แต่รัฐบาลก็สามารถผลักดันสร้างผลงานที่จับต้องได้มากมาย ทั้งการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาสให้กับประชาชน”
อนุสรณ์ กล่าวว่า ถ้า สว.บางท่านจะมาอภิปรายกันแบบระเบิดภูเขาเผากระท่อม เอาเป็นเอาตาย โดยไม่สนใจข้อเท็จจริง ทำหน้าที่แบบค้านสายตาประชาชน ก็จะเป็นการอภิปรายที่ประเทศชาติและประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร
รวมถึงกรณี พรรคฝ่ายค้านที่เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนั้น ก็ไม่มีอะไรที่รัฐบาลต้องวิตกกังวล เพราะเป็นการทำหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญให้สิทธิรับรองไว้ มีประเด็นใดที่ฝ่ายค้านต้องการคำอธิบาย รัฐบาลก็พร้อมทำหน้าที่มาตอบข้อซักถามนั้น
อนุสรณ์ กล่าวด้วยว่า เป็นห่วงแต่ผู้อภิปรายของฝ่ายค้านมากกว่า เสถียรภาพของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่สารภาพเองว่ามีปัญหากันนั้นได้รับการแก้ไขหรือยัง ผู้อภิปรายจะหาประเด็นอะไรใหม่ๆ มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เพราะหากติดตามจากการอภิปรายงบประมาณปี 2567 ก็ไม่มีอะไรที่รัฐบาลชี้แจงไม่ได้
อีกทั้งนิด้าโพลก็สะท้อนความคิดเห็นประชาชนกรณีอดีตนายกฯทักษิณนั้นไม่ส่งผลต่อความอยู่รอดของรัฐบาล การที่รัฐบาลทำงานโดยไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย แก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องให้พี่น้องประชาชนตั้งแต่ฐานราก ควบคู่กับการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขวิกฤตความขัดแย้งทางการเมืองก็มีความคืบหน้าไปมาก เชื่อว่าคะแนนนิยม ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลจะพุ่งสูงขึ้นไปอีก
“รัฐบาลเศรษฐา มีเวลา 4 ปีในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ขอให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เคารพซึ่งกันและกัน เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างดี” สส.เพื่อไทย กล่าว




