ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ภายใต้ชื่อ รวมพลังคนไทย ต้านภัยสแกมเมอร์ (United Thailand Against Scammers) โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย รอง ผบ.ตร. และผู้บริหารระดับสูง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมงาน
สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเป็นวาระแห่งชาติ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ยกระดับงานดังกล่าวให้เป็นภารกิจเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม

โดยหนึ่งในผลของการดำเนินการปราบปราม กวาดล้างล่าสุดระหว่างวันที่ 27 ตุลาคม – 8 พฤศจิกายน 2568 สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรวม 7,044 คดี ผู้ต้องหา 7,174 คน ในจำนวนนี้เป็นการจับกุมคดีสำคัญที่เป็นองค์กรเครือข่ายรวม 90 คดี , คดีเกี่ยวกับซิมผี บัญชีม้ารวม 795 คดี

🔴 ‘อนุทิน’ ลั่นในฐานะ ‘นายกฯ’ พร้อมรับผิดชอบ ถ้ามีคนในรัฐบาล - นักการเมืองเอี่ยว ยัน ‘ไม่มีช่วยเคลียร์-ไม่ข้อยกเว้น’
ช่วงหนึ่ง นายกฯ ให้ความเชื่อมั่นว่า คณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ตัวเองเป็นประธาน จะเข้าไปช่วยดูและอุดช่องโหว่เส้นทางการเงิน รวมถึงตัดเส้นทางขบวนการเหล่านี้ให้สิ้นซาก เป็นการทำงานเชิงรุก พร้อมย้ำว่าหากพบคนในรัฐบาลหรือนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ จะดำเนินการเอาผิดอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น และหากใครมีข้อมูลขอให้ส่งมาได้เลย
“หากท่านใดมีข้อมูลว่ามีนักการเมือง หรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพัน ขอให้ส่งข้อมูลถึงผู้บังคับบัญชาในหน่วยงาน ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ที่จะดำเนินการเรื่องนี้โดยตรง แต่ในฐานะนายกรัฐมนตรี หัวหน้ารัฐบาลและเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุด อย่างที่ผมเรียนเรื่องนี้เคลียร์ไม่ได้ เรื่องนี้ทำงานดูจากพฤติกรรมพฤติการณ์ และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ดูชื่อ ถ้าชื่อคนไหนโผล่มา ก็คนนั้นที่จะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้นใดๆ ทั้งสิ้น”
— นายกฯ กล่าว

🔴 แจง ‘ไทย’ ไม่ใช่ศูนย์กลางสแกมเมอร์ ย้ำเราเป็นศัตรูกับสแกมเมอร์ที่อยู่รอบๆ ประเทศเราอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ นายกฯ ยังขอให้มั่นใจว่ารัฐบาลจะให้ความคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสอย่างเต็มที่และอยากจะขอย้ำให้แจ้ง ในช่องทางที่มีอำนาจหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการได้อย่างทันท่วงทีและถูกต้องตามกฎหมาย โดยรัฐบาลจะเดินหน้ารณรงค์อย่างต่อเนื่อง และดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อให้คนไทยทุกวัยรู้ทันสแกมเมอร์และปกป้องตัวเองได้
“ผมเข้าใจดีสิ่งที่ประเทศไทยได้ทำคือ เราเป็นศัตรูกับสแกมเมอร์อย่างชัดเจน เพราะเราไม่มีศูนย์กลาง ไม่มีเซ็นเตอร์อยู่ในประเทศของเรา เซ็นเตอร์เหล่านี้อยู่รอบๆ ประเทศของเรา เพราะว่าการบังคับใช้กฎหมาย วิธีการปกครองไม่เหมือนกัน ในประเทศไทยไม่มี นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าในประเทศไทยนั้น ผู้รักษากฎหมายไม่ยินยอมให้เกิดการดำเนินการของสแกมเมอร์อย่างเป็นรูปธรรมได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือ การแสวงหาความร่วมมือต่างๆ การกดดันถ้ามีความจำเป็นต่อประเทศที่ให้สแกมเมอร์ อาชญากรเหล่านี้ใช้พื้นที่ของเขาเป็นศูนย์กลางดำเนินการอยู่ ซึ่งรัฐบาลยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของท่านในทุกวิถีทาง”
— นายกฯ กล่าว







