อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมกับหารือกับ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ภายหลังการหารือแล้ว อนุทิน ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว โดยมี ศุภจี ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และ เอกนิติ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรี และว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนขนาบข้าง
อนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีโดยเฉพาะคนที่มาจากนอกวงการเมือง คนที่เป็นมืออาชีพเรียบร้อยแล้ว ได้มีการทำความเข้าใจกัน หารือเรื่องนโยบายที่จะต้องดำเนินการในระยะเวลาที่มีอยู่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประเทศและประชาชน ขอยืนยันว่าในรัฐบาลนี้ จะมีมืออาชีพอีกท่านหนึ่งเข้ามาช่วยงานในด้านพาณิชย์ การค้าขาย การสร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งศุภจีจะมาปฏิบัติหน้าที่ภายใต้การกำกับดูแล นายเอกนิติ โดยนางเอกนิติจะควบในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ

ส่วนทาบทามศุภจีมาร่วมงานได้อย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ใช้ความคาดหวังและผลประโยชน์ของประชาชน ของประเทศชาติจีบท่าน และขอให้เห็นแก่เรื่องพวกนี้ และท่านประสบความสำเร็จมามากมายแล้ว มีประสบการณ์ มีความสามารถในการบริหารจัดการ กิจการและองค์กรระดับใหญ่มาแล้ว จึงขอให้ท่านช่วยเหลือบ้านเมืองด้วยกัน
เมื่อถามต่อว่า ศุภจี เป็นนักธุรกิจในเวลา 4 เดือนจะฟื้นฟูเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน อนุทินระบุว่า ศุภจี ไม่ใช่นักธุรกิจแต่เป็นนักบริหารมืออาชีพ และเป็นมนุษย์เงินเดือน ที่มีรายได้มากพอสมควร เพราะฉะนั้น ขอให้เชื่อมั่นว่า ศุภจีมีความเสียสละอย่างมากที่จะทิ้งเงินเดือน และรายได้จากการเป็นกรรมการหลายบริษัท ในหลายที่แต่ก็ยอมมาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ก็ขอให้ให้โอกาส และขอให้เชื่อมั่นว่าพวกเราจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่าไม่ต้องห่วง รัฐบาลนั้นมีอำนาจเต็ม อยู่ที่ผู้ปฏิบัติงาน ส่วนอนุทินมีแต่นโยบายการตั้งเป้า แต่ถ้าหากถามว่ามีธงหรือไม่ ก็ต้องตอบว่ามี ธงก็คือประเทศไทยเดินก้าวหน้าไปด้วยความมั่นคงและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่มีอยู่ให้ได้มากที่สุด ทำให้ประชาชนกลับมามีโอกาสให้ได้มากที่สุด มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด ซึ่งเป็นธงที่ตนได้ตั้งเอาไว้
ทั้งนี้ จะให้ความมั่นใจกับบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไรว่าเข้ามาวงการการเมืองแล้วจะไม่เจ็บตัว อนุทิน กล่าวว่า บุคคลเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้มีประวัติดีงาม มีประวัติด่างพร้อย และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และมีความเสียสละทุ่มเท เพราะฉะนั้น คิดว่าด้วยคุณสมบัติเหล่านี้ ท่านก็จะไม่ยอม ทำอะไรที่ไม่ดีไม่งาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมาดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับประเทศ ซึ่งคำว่าบริหารราชการแผ่นดิน ใครที่ได้มาทำหน้าที่นี้นั้น นอกจากจะเป็นเกียรติยศแล้ว ก็ต้องถือว่า เป็นหน้าที่ ที่ประชาชน ทั้งประเทศเป็นผู้ที่รับประโยชน์ หรือแม้กระทั่งความเดือดร้อนถ้าหากเราทำผิด เราจึงต้องมั่นใจว่า ต้องทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และต้องทำงานเป็นทีม ซึ่งความเป็นพรรคพวกกันมาก่อน และการรู้จักกันอย่างดี ก็จะทำให้เกิดการร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไม่มีการขัดแข้งขัดขา และไม่ต้องกังวลว่า พรรคนั้นจะได้คะแนนมากกว่า ซึ่งได้พูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเหมือนกัน และวันนี้มีแต่พรรคประเทศไทย เราจะให้ความสนับสนุนการทำงานของคณะรัฐมนตรีทุกคน ทุกพรรค ตราบใดที่สิ่งที่นำเสนอนั้นมีประโยชน์ต่อส่วนรวม
จากนั้น อนุทิน ได้เชิญ เอกนิติ และ ศุภจี ไปร่วมวงรับประทานเค้กส้ม ที่ร้านกาแฟ จาริสต้าร์ ภายในพรรคภูมิใจไทย
นายกรัฐมนตรี ยังให้สัมภาษณ์กรณีนั่งควบตำแหน่งรมว.มหาดไทย จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโปกเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถีงพิจารณาสัญชาติให้ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยีสต์ ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ว่า ต้องรอให้เข้ากระทรวงก่อน แต่กับเรื่องการพนันนั้นเคยบอกแล้วว่า ที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป จะมาบอกว่า กระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนันนั้น คงต้องรอนายกฯ คนอื่นอย่ารอเลย เพราะไม่เห็นด้วยทางนี้
ส่วนจะทบทวนให้โปกเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อน เพราะหลังจากออกจากตำแหน่งรมว.มหาดไทย 2 วันปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอก และไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมา กำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้เช่นกรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็นรมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำ แต่พอไม่อยู่ ก็ทำ ก็ต้องเชิญมาถาม เมื่อถามอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรมจะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่าประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง
เมื่อถามย้ำว่า จะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า แน่นอน

ด้าน ศุภจี เปิดใจถึงความมุ่งมั่นที่เข้ามารับตำแหน่งในครั้งนี้ว่า มีความตั้งใจเหมือนนายกฯ พูดไปแล้วว่า ระยะเวลาสั้นๆ นี้ เป็นระยะเวลาที่มีความท้าทาย และมีความสำคัญมาก ประเทศเราต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ว่าจะระยะเวลาสั้นแค่ไหน
“ดิฉันในฐานะที่มีโอกาสได้ทำงานมาหลากหลาย รวมถึงงานระหว่างประเทศด้วย ตั้งใจจะนำเอาประสบการณ์ ความสามารถที่มีอยู่ทั้งหมด มาทุ่มเทให้ในระยะเวลาสั้นๆนี้ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ซึ่งมีธงเดียวกับนายกฯ คือทำประโยชน์สูงสุดให้กับประเทศชาติ และพี่น้องประชาชนให้ได้อย่างเต็มที่ เต็มความสามารถ”
— ศุภจี กล่าว
ทั้งนี้ สังคมชื่นชมและคาดหวังผลงานต่อจากนี้ ศุภจี กล่าวว่า ขอบคุณที่ได้รับการชื่นชม และได้รับการคาดหวัง ถือเป็นกำลังใจที่ดีอย่างยิ่ง และจะยิ่งเป็นกำลังใจที่ทำให้ทุกคนไม่ผิดหวัง ดังนั้นก็จะประสานมือกับทีมงานทุกคนภายใต้นโยบายของนายกฯ และ เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ในการทำเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทยให้กลับมาให้ได้ ภายในระยะเวลาอันสั้น
เมื่อถามว่า ถือเป็นการบ้านที่หนักหรือไม่ เพราะเข้ามาในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศเป็นแบบนี้ ศุภจี กล่าวว่า เป็นความท้าทาย แต่เราก็มีความตั้งใจที่จะสามารถทำได้ เราคงทำไม่ได้ทุกอย่าง แต่เราจะเลือกสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลอย่างดีที่สุด ให้ได้มากที่สุดในระยะเวลาที่เรามี
ส่วนในระยะเร่งด่วนอยากจะทำอะไรก่อนนั้น ศุภจี กล่าวว่า ขออนุญาต เนื่องจากยังไม่ได้รับโปรดเกล้าฯ และต้องรอนายกฯ ในเรื่องของภาพใหญ่ด้วย ซึ่งรัฐมนตรีทุกคนก็ต้องรอดู ว่านโยบายหลักภายใต้การนำของนายกฯ เป็นอะไร และเรามีหน้าที่เสริมในเป้าประสงค์เดียวกัน เพื่อทำประโยชน์สูงสุดให้ประเทศ ดังนั้น จึงขอยังไม่พูดว่าจะทำอะไรก่อนหลัง

จากนั้น อนุทิน ยังได้กล่าวถึงศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 2 หรือ 3 ครั้งว่าจะต้องปรึกษาพรรคประชาชนก่อนหรือไม่ว่า ต้องปรึกษากับสมาชิกรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ขะนี้ตนพึ่งได้รับข้อมูลดังกล่าวจากข่าวศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่อ่านรายละเอียด ดังนั้นขออ่านรายละเอียดและสอบถามข้อมูลก่อน ส่วนระยะเวลา 4 เดือนจะเป็นเงื่อนไขให้ยืดเวลาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามที่ตกลงไว้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เป็นคนละเรื่องกัน ทั้งนี้ ในการประชุมครม.นัดแรกจะตั้งไข่เรื่องทำประชามติเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ของมันอยู่แล้ว





