อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเรียก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองเสนาธิการทหารสูงสุด เข้าหารือเกี่ยวกับเหตุการณ์วางเพลิงปั้มน้ำมันจังหวัดชายแดนใต้ เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ว่า วันที่ 11 ม.ค. ตนได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงเสนาธิการทหารบกเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) แล้ว และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เชิญ พล.อ.ณัฐพล ฉัตรชัย รวมถึง รองเสนาธิการทหารสูงสุด มาหารือเพิ่มเติม
โดยกำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุด สืบสวนว่าที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ในส่วนของ ศอ.บต.ให้เร่งดูแลผู้บาดเจ็บ ที่มีทั้งสิ้นประมาณ 7 คน และให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายคือ ปั๊ม ปตท.ทั้งหมด และตนได้โทรหา วุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ให้ ปตท. มีส่วนในการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย และต้องให้เขาดำเนินกิจการต่อเพราะถ้าเขาไม่ทำ จะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย ต้องเห็นใจเขา เพราะเขาไม่มีบริษัทประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากการก่อการร้าย
เมื่อถามว่าเบื้องต้นยืนยันไม่ใช่การก่อความไม่สงบใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวสวนทันทีว่า “จะบอกว่าไม่ใช่ก่อความไม่สงบได้อย่างไร มันตั้ง 3 จังหวัด และเน้นเป้าหมาย” เมื่อถามอีกว่าไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า หลายอย่างรวมกัน ตนก็สอบถาม และให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ประเมินให้ฟัง มันมีเรื่องเกี่ยวพันหมด ทั้งการเมือง ความไม่หวังดี การไม่ต้องการเห็นความสงบสุข หรือสันติสุขเกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องก่อนที่จะต่ออายุการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มักมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นตามที่เขาเก็บสถิติมา ซึ่งตนก็รับฟัง แต่สิ่งที่ต้องแจ้งเขาคือ การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ หรือว่าสุดความสามารถในการที่จะไปทราบได้ ในฐานะผู้บริหารต้องบอกว่า รับฟังไม่ได้ และต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งระดับประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้น ได้สั่งการให้เข้มงวดยาวไปเลยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัย และป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย ซึ่งท่านแม่ทัพบอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุเป็นรอยต่อ ที่ระดมกำลังพลไปดูเรื่องวันเด็กด้วย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แล้วก็เกิดเหตุขึ้นมา ในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค. และได้กำชับไปยังเลขาธิการ ศอ.บต.ว่า เกิดเหตุอย่างนี้ เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้เพราะเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอ อย่างไรก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบ




