ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พลอากาศเอก เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มอบเครื่องหมาย ‘ปีกเหินเวหา’ หรือเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ ให้กับ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
พลอากาศเอก เสกสรร ระบุว่า การมอบเครื่องหมายครั้ง เพื่อเป็นเกียรติให้กับนายกรัฐมนตรี เนื่องจากอนุทินเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในราชการ หรือผู้ทำคุณประโยชน์ในด้านการบินแก่กองทัพอากาศ จึงพิจารณาแล้วเห็นสมควรให้ได้รับและมีสิทธิประดับเครื่องหมายความสามารถในการบินชั้นกิตติมศักดิ์ของกองทัพอากาศ

โดยภายหลังการรับมอบเครื่องหมาย จ๋า ธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี ได้ติดเครื่องหมายที่หน้าอกให้นายกรัฐมนตรีด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา อนุทินได้ทำโครงการ ‘หัวใจติดปีก’ เป็นนักบินที่อาสา ‘รับ-ส่งอวัยวะ’ ที่มีผู้บริจาคนำไปส่งต่อให้ผู้ป่วยที่รอการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ โดยเริ่มโครงการสนับสนุนทีมแพทย์มาตั้งแต่ปี 2557 และได้ทำโครงการ ‘ไฟล์ทบุญ ไฟล์ทชีวิต’ ไปแล้วกว่า 80 เที่ยวบิน ช่วยเหลือผู้ป่วยไปแล้วมากกว่า 200 ชีวิต จนเคยได้รับปีกกิตติมศักดิ์จากสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) และโล่ประกาศเกียรติคุณจากสภากาชาดไทย

🔴 ‘นายกฯ’ เผยเยือน ‘สปป.ลาว’ กระชับความสัมพันธ์เศรษฐกิจ-ปราบยาเสพติด ขอสื่ออย่าถามรายละเอียด นายกฯ ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง บอก ‘ขอบคุณครับ’ หลังสื่อจี้ถามจะร่วมมือนานาชาติ ปราบสแกมเมอร์หรือไม่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะออกเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เป็นการเดินทางไปกระชับความสัมพันธระหว่างสองประเทศ รวมถึงหารือเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องพลังงาน ความมั่นคง การค้า รวมถึงการแสวงหาความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด รวมถึงการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ด้วย ส่วนทางการไทยจะมีแนวทางการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ไปเสนอหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบว่า
“ผู้สื่อข่าวต้องไม่ถามในรายละเอียด ต้องถามในเรื่องของกรอบ ถามในเรื่องนโยบาย ถามรายละเอียดแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ นายกฯไม่ได้รู้ทุกเรื่อง”
ส่วนกำหนดการหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลี ที่เวียงจันทน์ในวันนี้ (16 ต.ค.) นายกรัฐมนตรี ระบุว่า มีการนัดหมายกันแล้ว เป็นการหารือกันถึงการประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค (APEC) ซึ่งจะมีขึ้นหลังการประชุมอาเซียนซัมมิท

เมื่อถามว่า จะมีการพูดคุยเรื่องของสแกมเมอร์ด้วยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ก็เป็นเรื่องของ Current affair (เหตุการณ์ หรือข่าวสารปัจจุบันที่มีความสำคัญ และส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง) พร้อมเปิดเผยว่า ภาพรวมการปราบปรามสแกมเมอร์ตอนนี้มีความคืบหน้าในทางที่ดี
ส่วนจะสามารถกวาดล้างได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ตอบผู้สื่อข่าวว่า พอหยุดแล้วก็ลงรายละเอียดอีก ใจเย็นๆ พร้อมยืนยันว่าไม่เคยติดขัดเรื่องการปราบปราม แม้จะมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจมีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ แล้วอาจทำให้การปราบปรามนั้นติดขัด พร้อมย้ำว่าเรื่องสแกมเมอร์มีกระทรวงดิจิทัลฯ ตรวจสอบเป็นประจำอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นมาใหม่ มีกรอบการทำงานและมีเป้าหมายอย่างไร นายกรัฐมนตรี อธิบายว่า กรอบการทำงานเป็นไปตามหนังสือ โดยมี พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในส่วนของผู้ปฏิบัติงานและผู้ประสานงาน
เมื่อถามย้ำว่า หากเกาหลีใต้หรือนานาชาติ เช่น สหรัฐฯ ขอความร่วมมือให้เราปราบปรามเราจะมีความพร้อมหรือวางกรอบไว้อย่างไร นายกรัฐมนตรี ยิ้ม พยักหน้ารับ ก่อนกล่าวว่าขอบคุณครับ และเดินออกจากวงสัมภาษณ์ทันที
สำหรับการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ของอนุทินครั้งนี้ ถือเป็นภารกิจแรก หลังได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี





