ภายหลังรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และ ‘ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์’ รองนายกฯและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ได้ลงมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนบริเวณหน้าตึกไทยคู่ฟ้า โดยอนุทิน กล่าวว่า วันนี้นัดกันมาหารือแนวทางการทำงานร่วมกัน ได้พูดกันหลายเรื่องและทั้งพรรคภูมิใจไทยและเพื่อไทยเคยมีพื้นฐานการทำงานร่วมกันมา คิดว่าเมื่อรัฐบาลชุดใหม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณและเริ่มทำงาน การทำงานก็จะเป็นไปอย่างราบรื่น
เมื่อถามว่าในการพูดคุยได้เน้นย้ำอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ส่วนตับกับ ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ รมว.แรงงาน และ ‘ยศชนัน’ ไม่ใช่คนใหม่ มีความคุ้นเคยกันมาก่อน ตั้งแต่ตอนเป็นรมว.สาธารณสุข สู้กับโควิด ก็ได้ยศชนัน มาให้คำแนะนำหลายอย่างจึงคุ้นเคยกันอยู่แล้ว ส่วนโยบายไหนจะเป็นนโยบายเร่งด่วนหลังเข้าทำหน้าที่นั้น ก็ทุกเรื่องนโยบายของแต่ละพรรคเป็นเรื่องที่เราต้องทำด้วยกัน
ส่วนบรรยากาศการทานอาหารเป็นไปอย่างชื่นมื่นใช่หรือไม่นั้น อนุทินได้หันไปอมยิ้มให้กับจุลพันธ์ ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ก่อนที่จุลพันธ์และยศชนัน จะพร้อมใจกันยิ้ม จากนั้นอนุทิน กล่าวว่า
“ก็ยืนไหล่ชนไหล่กันอย่างนี้แล้ว”
เมื่อถามว่าการทำงานหลังจากนี้จะทำงานร่วมกันในนามคณะรัฐมนตรี โดยไม่ยึดถือความเป็นพรรคใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ก็ได้พูดคุยกัน และพูดไปถึงขนาดว่าก่อนหน้านี้เคยมีอะไรที่ไม่เข้าใจกันในการทำงานเพราะมีปัญหาใจอะไรต่างๆ แต่จากนี้ไปหวังว่าคงจะไม่มีเพราะตอนนี้เปิดเส้นทางตรง 'ยศชนัน - จุลพันธ์' หรือใครก็ตามที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยสามารถมาคุยกับตนได้ตลอด เราไม่ได้เจอกันเฉพาะตอนประชุมคณะรัฐมนตรี บอกนายยศชนันว่ามีอะไร ไม่ต้องไลนMให้โทรศัพท์มา หรือมาหากันเลย จะมาหาหรือให้ไปหาเป็นเรื่องปกติ เราทำงานแบบเอาผลของงานเป็นเป้าหมาย
เมื่อถามว่ายศชนัน จะกำกับดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า "ครับ คุมกระทรวงทั้งหมดที่พรรคเพื่อไทยกำกับดูแล และยังมีหน่วยงานต่างๆ ในสำนักนายกรัฐมนตรี"
สำหรับการลงพื้นที่จะชวนรัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลร่วมลงพื้นที่หรือไม่นั้น ระหว่างทานอาหารได้แจ้งยศชนันว่าจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจทุกวันจันทร์ รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ทั้งแรงงาน เกษตรและสหกรณ์ และอว.ต่างมีความสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจก็ต้องมาร่วมประชุม เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าการจับมือทำงานร่วมกันครั้งนี้รัฐบาลจะอยู่ถึง4 ปี อนุทิน หัวเราะไม่ตอบคำถาม เช่นเดียวกับยศชนัน ที่หัวเราะแล้วกล่าวว่า
”เราต้องซัพพอร์ทกัน ผมว่ารัฐบาลต้องการเสถียรภาพ ตอนนี้ประชาชนสำคัญมาก และเสถียรภาพทางการเมืองจะทำให้หลายประเทศเชื่อมั่นเข้ามาลงทุนฉะนั้นตอนนี้เราต้องร่วมกันรักษาเสถียรภาพไว้ให้ประเทศเดินก้าวหน้าไปให้ได้“
ด้านยศชนัน กล่าวว่า ปัจจุบันภาวะวิกฤติมีหลายเรื่องเราไม่สามารถทำงานแบ่งกระทรวงได้บางเรื่องจำเป็นต้องหารือในภาพรวม เพราะความเดือดร้อนเมื่อรัฐบาลพร้อมทำงานเมื่อไหร่วันแรกต้องพร้อมทำงานทันทีจึงอยากหารือแนวทางให้ชัดเจนเพื่อเตรียมความพร้อมว่าวันนี้เมื่อเข้ามาทำงานทุกกระทรวงสามารถทำงานสอดรับกันได้และเป็นไปในแนวทางที่แถลงต่อรัฐสภา เพราะสิ่งที่แถลงเป็นมติของทุกคนที่พร้อมทำงานไปข้างหน้าให้บ้านเมืองและประชาชน โดยนายอนุทิน ได้ชวนคุยทิศทางและแนวทาง เพื่อให้เวลาที่เราสื่อสารออกไปจะได้เป็นเนื้อเดียวกันและเรื่องเดียวกัน ประเทศไทยต้องหลุดพ้นจากเรื่องความขัดแย้งแล้วมุ่งหน้าไปสู่ปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชนเมื่อถามว่าจากการพูดคุยวันนี้เรื่องใดที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน นายยศชนัน ตอบว่า
“ผมคิดว่าเป็นเรื่องความอ่อนไหวของสถานการณ์โลกที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ต้องช่วยกันบริหารจัดการให้ดี”
เราต้องแยกการเมืองกับการบริหารบ้านเมืองเพราะตอนนี้ความมั่นใจของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญมาก พอเรารับจะบริหารบ้านเมืองต้องแยกเรื่องการเมืองออกไปเพื่อทำให้บ้านเมืองกลับมา เรื่องการเมืองเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองฉะนั้นเวลาเราทำงานในโหมดของรัฐบาล นี้คือภาษีของประชาชนและการทำงานไม่สามารถที่จะขัดแย้งแล้วเอาการเมืองมาผสมได้ ฉะนั้นเวลาตอบคำถามในหลายประเด็นต้องตอบในโหมดเกี่ยวกับรัฐบาล เรามีหน้าที่ในเดือนนี้ ในสัปดาห์นี้ เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประชาชนในหลายเรื่องตรงนี้เป็นสิ่งที่คุยกับนายอนุทินว่า เราพร้อมเดินหน้าทันทีและก้าวข้ามสิ่งที่เป็นอุปสรรคไปให้ได้
เมื่อถามว่านโยบายเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คนจะดำเนินการหรือไม่ ยศชนัน กล่าวว่าเรื่องนี้คิดว่าเป็นรายละเอียดเกินไป แน่นอนว่าเรื่องนี้เราหาเสียงไว้ แต่สุดท้ายต้องเป็นไปตามคำแถลงนโยบายที่แถลงต่อสภาฯ รวมถึงเรื่องงบประมาณ ซึ่งในปัจจุบันเราไม่ได้เป็นพรรคแกนนำ เป็นพรรคร่วมรัฐบาลจึงต้องเคารพสิทธิ์ของทุกฝ่าย
ส่วนพรรคเพื่อไทยเห็นด้วยใช่หรือไม่ถึงการยกเลิก MOU44 ยศชนัน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องหารือในองค์รวมเพราะเป็นเรื่องเปาะบางสำหรับประชาชน ด้านนายอนุทิน กล่าวเสริมว่า เป็นเรื่องนโยบาย ที่เราจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาฯก็ต้องหารือกัน ถ้าเรามาอยู่ในรัฐบาลร่วมกันแล้วนโยบายของพรรคร่วมเราก็ต้องนำมาปฏิบัติด้วย
เมื่อถามว่าสำหรับวันแถลงนโยบายประสานไปทางประธานรัฐสภาฯแล้วใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่าประสานเบื่องต้นไปแล้วโดยจะมีขึ้นก่อนสงกรานต์ เมื่อเราถวายสัตย์ปฏิญาณวันที่ 6เม.ย.แล้วจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบร่างนโยบายของรัฐบาลก่อนส่งต่อไปยังสถาฯ




