วันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ.2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ครั้งที่ 1/2569 โดยก่อนการประชุม เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เข้าหารือกับนายกฯ บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนการประชุม
โดยการประชุม กรอ. นัดแรก มีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง อาทิ เอกนิติ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เอกนัฎ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ด้านนายกฯ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นนิมิตหมายใหม่ในการที่พวกเราทุกคนได้มาร่วมประชุมที่คณะกรรมการ กรอ. ถือเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อทำให้เศรษฐกิจของประเทศของเรามีความมั่นคงแข็งแรง และยั่งยืน ซึ่งวันนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญที่เราจะใช้ที่ประชุมแห่งนี้ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อให้การพัฒนาและแก้ปัญหาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศ
ตลอดจนสนับสนุนและส่งเสริมบทบาทให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตอนแรกเราก็คิดว่าจะเป็นรูปแบบของคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (ครม.เศรษฐกิจ) แต่ได้หารือกับครม.โดยเฉพาะอย่างยิ่งรองนายกฯที่กำกับดูแลด้านเศรษฐกิจท่านเห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องมีมีองค์ประกอบแบบเป็นครม.เศรษฐกิจ แต่ขอให้มีเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เพื่อรับฟังและแก้ไขปัญหาและหารือแนวทางร่วมร่วมกัน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้เปรียบเสมือนครม.เศรษฐกิจพลัส มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมด้วยถือว่าเป็นกำลังสำคัญอีกหนึ่งแรงของรัฐบาลประเด็นที่หารือในวันนี้ เป็นเรื่องของการสร้างความสามารถการแข่งขันของประเทศนี้ ถ้าเราสามารถประชุมในทุกเดือนหรือ 6 สัปดาห์ต่อครั้ง
นายกฯ กล่าวต่อว่า ถ้าเรามีเรื่องที่เป็นนโยบายหรือเรื่องที่มีการกลั่นกรองที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตรด้านพลังงาน ด้านแรงงาน ด้านการค้า เราก็จะสามารถใช้มติของที่ประชุมนี้เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อประหยัดเวลา เพราะครม.ส่วนใหญ่ก็อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้แล้ว ฉะนั้นการเห็นชอบในที่ประชุมนี้นำเข้าที่ประชุมครม.จะทำให้พิจารณาได้เร็ว ฉะนั้นตรงนี้อยากขอความร่วมมือจากภาคเอกชนและคณะกรรมการที่ประกอบไปด้วยฝ่ายราชการ ฝ่ายองค์กรอิสระ และฝ่ายรัฐบาลในการแสวงหาความร่วมมือประสานงานกันอย่างต่อเนื่องให้เกิดผลอย่างเป็นธรรมและรวดเร็วสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนและนำพาเศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน




