อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่โดยยืนยันว่ากระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว
ส่ง 18 หน่วยงานเช็กยิบ 35 รายชื่อรัฐมนตรี
อนุทิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ส่งรายชื่อบุคคลที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้งหมดไปให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อส่งต่อไปยัง 18 หน่วยงาน ซึ่งรวมถึงองค์กรอิสระต่างๆ ตรวจสอบคุณสมบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์
ผู้สื่อข่าวถามถึงจำนวนรายชื่อที่ส่งไปว่าครบ 35 ตำแหน่งหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบเพียงว่า “เอาเป็นว่าตนยื่นรายชื่อไปเรียบร้อยแล้ว” และปฏิเสธที่จะตอบคำถามกรณีกระแสข่าวที่มีชื่อ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา จะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี โดยระบุว่าตามธรรมเนียมปฏิบัติไม่ควรเปิดเผยรายชื่อก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ ลงมา
เตือนหากคุณสมบัติ "ไม่ผ่าน" ไทม์ไลน์ต้องยืดออกไป
ในส่วนของกรณีผู้ที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติหรือมีคดีความค้างคา เช่น กรณีของ สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องคดีใน DSI อนุทินชี้แจงว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาจะเป็นผู้ทำความเห็นประกอบ
“หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีบุคคลที่มีปัญหาคุณสมบัติ ก็ต้องมีการส่งชื่อบุคคลอื่นเข้ามาแทน ซึ่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีแจ้งว่า หากเกิดกรณีดังกล่าว กระบวนการจะต้องบวกเวลาเพิ่มไปอีกอย่างน้อย 5 วัน เพื่อตรวจสอบรายชื่อใหม่” อนุทิน กล่าว
เร่งปัดฝุ่นกฎหมาย-ร่างนโยบายรัฐบาลรับวิกฤตโลก
นอกจากเรื่อง ครม. อนุทินยังกล่าวถึงการเตรียมงานด้านนิติบัญญัติและนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็น
งานสภาฯ โดย กำชับ สส. ภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับงานสภาฯ อย่างเต็มที่ โดยพรุ่งนี้จะยื่นญัตติด่วนเรื่องพลังงาน พร้อมเตรียมนำกฎหมายที่ค้างจากสภาชุดก่อนมา "ปัดฝุ่น" ปรับปรุงเพื่อเสนอใหม่
คำแถลงนโยบาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการเชิญพรรคร่วมรัฐบาลมาหารือเพื่อรวบรวมนโยบายที่แต่ละพรรคได้หาเสียงไว้ บรรจุลงในร่างคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
สุดท้ายคือเรื่อง สถานการณ์โลก นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าในร่างนโยบายรัฐบาลจะมีการบรรจุแนวทางการรับมือ “วิกฤตตะวันออกกลาง” เพื่อเตรียมพร้อมรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในทุกมิติ




