‘อนุทิน’ แนะ ‘ตำรวจ’ รวบได้เลย! เจอเจ้าหนี้ข่มขู่ลูกหนี้หน้าตู้ ATM

26 ก.ย. 2567 - 12:02

  • ‘อนุทิน’ แนะ ‘ตำรวจ’ รวบได้เลย ลั่นเจ้าหนี้ขู่ลูกหนี้หน้าตู้ ATM ไม่ได้ หลังรับปรากฏภาพยืนรอเงินหมื่น แต่เจอเจ้าหนี้ประกบ

  • ย้ำเป็นหนี้ต้องใช้ แต่ไม่ใช่เอาไปหมด

  • เตรียมชง ครม.ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือน้ำท่วมให้ได้รับเงินเยียวยามากขึ้น

anutin_26_sep_2024_SPACEBAR_Hero_a4c24f7efd.jpg

กรณีปรากฏภาพ เจ้าหนี้ ไปยืนประกบลูกหนี้ที่ได้รับเงิน 10,000 บาท จากรัฐบาลเมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) ที่หน้าตู้ ATM 

วันนี้ (26 ก.ย.) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าวว่า เรื่องนี้ตำรวจรับทราบแล้ว เรามีมาตรการไม่ให้มีการข่มขู่ ลูกหนี้หลายคนปรับมาเป็นลูกหนี้ในระบบแล้ว เรื่องการข่มขู่ข่มเหงถ้ามีประเด็นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ย้ำว่าเี่มีนโยบายนี้มาตั้งแต่รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน และยังเป็นนโยบายปฏิบัติอยู่

เมื่อถามย้ำว่าเจ้าหนี้ไปตามประกบถึงตู้ ATM อนุทิน ย้ำว่า ตำรวจต้องไปรวบตรงนั้นเลย เพราะในทางกฎหมายทำได้หรือไม่ ตำรวจต้องดู ไปประกบ เพราะเป็นหน้าที่ของตำรวจอยู่แล้ว และเรื่องนี้นายอำเภอต้องประสานกับตำรวจ สมมุติเจ้าหนี้ไปบังคับให้ลูกหนี้ออกจากบ้านมาแล้วตำรวจเห็นต้องจับเลย

เมื่อถามว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่มักจะกลัว อนุทิน อธิบายว่า มันมีหลายแบบ ถ้าหนี้ที่จำเป็นต้องใช้ เมื่อไปหยิบยืมเขามาก็ต้องใช้ แต่ถ้าเป็นหนี้ 2,000 บาท แล้วเจ้าหนี้จะเอา 10,000 บาท เลยไม่ได้ แบบนี้เขาเรียกโจร มันทำไม่ได้ แต่ถ้าได้เงินหมื่นมาแล้วแบ่งไปใช้หนี้ อย่างนี้สามารถทำได้ มันมีหลายแบบ 

ดังนั้น อย่าไปด่วนสรุปว่าทุกคนคือการคุกคามหมด ถ้าเป็นการคุกคามขู่เข็ญจริง แบบนี้ถือว่าผิดกฎหมาย ตอนนี้อย่าเพิ่งไปกลัวอะไร เพราะถ้ากลัวมันกลัวได้ทุกเรื่อง 

ส่วนข้อกังวลว่าถ้าเป็นแบบนี้จะทำให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริงหรือไม่ อนุทิน มองว่าคำว่ากระตุ้นหรือหมุนเวียนมันก็คล้ายๆ กัน

“เงินมันหมุนน่ะ ยังไงเงินก็หมุน หมุนจากมือนึงไปมือนึง มันก็คือการได้มีการใช้แล้ว ถ้าใช้ในสิ่งที่จุนเจือตัวเองได้และมีการซื้อขายมันก็เป็นการหมุนเวียนเรื่องเศรษฐกิจ คำว่ากระตุ้นกับหมุนเวียนมันคล้ายๆ กัน ขอให้ได้มีการหมุนเวียนของเงิน”

อนุทิน กล่าว

  • เตรียมชง ครม.ปรับเกณฑ์ช่วยเหลือน้ำท่วมให้ได้รับเงินเยียวยามากขึ้น

นอกจากนี้ อนุทิน ยังเปิดเผยว่า หลังจากลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรี ได้เร่งรัดและสั่งการให้กระทรวงการคลังโอนงบกลางที่จะไปช่วยเหลือประชาชนเป็นรายครัวเรือน และในส่วนการเยียวยา นายกฯ ต้องการให้ใช้มาตรฐานสูงสุด แต่ต้องดูด้วยว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่ โดยตามเกณฑ์จะจ่าย 5,000 บาท 7,000 บาท และ 9,000 บาทต่อครัวเรือน 

แต่ในความเป็นจริงแม้จะจ่าย 9,000 บาท แต่ไม่มีทางพอ ต้องมาดูว่าหากปรับเปลี่ยนเกณฑ์ช่วยเหลือประชาชนให้จ่ายมากขึ้น ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อให้ความเห็นชอบ โดยจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันที่ 1 ต.ค.นี้ 

ส่วนบางจังหวัดที่มีน้ำท่วมซ้ำ เช่น จ.เชียงราย ต้องมีการช่วยเหลือมากขึ้นกว่าปกติหรือไม่ อนุทิน ระบุว่า ตามเกณฑ์การจ่ายเงินช่วยเหลือจ่ายได้แค่ครั้งเดียว สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ส่วนเรื่องการซ่อมแซมบ้านจะมีการช่วยเหลืออีกหมวดหนึ่ง โดยกระทรวงมหาดไทยจะให้งบในการซ่อมแซมบ้าน 49,500 บาท และมีในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรีอีก 

ดังนั้น เราจะพยายามหาความช่วยเหลือมาให้มากที่สุดจากหลายๆ ส่วนที่เกี่ยวข้อง ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่จะมีมาตรการช่วยเหลืออยู่แล้ว

เมื่อถามว่าหากดูจากสภาพน้ำและปริมาณฝนในตอนนี้ จะใช้เวลาเคลียร์นานเท่าไหร่ โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ และเชียงราย อนุทิน คาดว่า น้ำที่ท่วมในขณะนี้ เป็นน้ำที่เอ่อขึ้นมา ที่ จ.เชียงใหม่ คือ แม่น้ำปิง ส่วนที่ จ.เชียงราย คือ แม่น้ำกก ทางผู้ว่าราชการจังหวัดต้องพยายามทำให้น้ำมันไหลให้ดีที่สุด โดยเฉพาะจุดที่มีขยะหรือสิ่งกีดขวางทางน้ำไหล เราต้องเร่งระดมใช้เครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในการที่จะขจัดสิ่งกีดขวางเหล่านี้เพื่อให้น้ำไหลได้คล่องตัวที่สุด ต้องเร่งระบายน้ำลงเขื่อนภูมิพลให้เร็วที่สุด

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์