ช่วงรอยต่อส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2568 สถานการณ์ทางเมืองถูกจับตาว่าจะมีปัจจัยใดส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ เนื่องจากมีสารพัดปัญหารุมเร้า ซ้ำยังมีม็อบต่างๆ ที่รอเคลื่อนไหวในช่วงปีหน้า
ประเด็นนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) มองว่า รัฐบาลชุดนี้มีเสถียรภาพสูง เพราะในรอบหลายปีที่ผ่านมาไม่ค่อยมีรัฐบาลที่มีเสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่งเทียบเท่ากับรัฐบาลนี้ และยังไม่เห็นปัจจัยอะไรที่จะทำให้รัฐบาลนี้อยู่ไม่ได้ เพราะนายกรัฐมนตรีสามารถแสดงภาวะความเป็นผู้นำได้ชัดเจน สามารถนำพารัฐบาลได้ มีปัญหาบ้างเป็นเรื่องปกติ ไม่มีเรื่องใดที่ขัดแย้งกัน จนหาทางกลับไม่ได้
ส่วนปัจจัยภายนอก เรื่องชั้น 14 และม็อบของ สนธิ ลิ้มทองกุล และ จตุพร พรหมพันธุ์ มีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน มองว่า เรื่องนี้มีคำชี้แจงของฝ่ายที่ถูกพาดพิงออกมาแล้ว หากยังเป็นที่กังขา ไม่น่าไว้วางใจ ยังมีสภาที่เป็นเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจ
ส่วนภาพที่อนุทินไปตีกอล์ฟกับ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต่อไปนี้พรรคภูมิใจไทยจะขวางพรรคเพื่อไทย (พท.) อีกหรือไม่ อนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้ขวาง แค่แสดงจุดยืน ในเรื่องที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ แต่เราเคารพเสียงข้างมาก เช่น ร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ. ประชามติ ที่เราแพ้โหวตเรื่องล็อค 2 ชั้น เราก็จบ
เมื่อถามว่ารัฐบาลนี้ขาดพรรคภูมิใจไทยได้หรือไม่ อนุทิน ตอบว่า ไม่มีใครในโลกนี้ที่ขาดไม่ได้ เมื่อถึงเวลาต้องขาดก็ขาดกันได้ทั้งนั้น “nothing is indispensable”
ส่วนโอกาสเกิดการรัฐประหาร ที่พรรคเพื่อไทยมีประเด็นเรื่องชั้น 14 และประเด็นอื่นๆ จะกลายเป็นเงื่อนไขหรือไม่ อนุทิน ระบุว่า คณะรัฐมนตรี และแกนนำทางการเมือง ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจกับเรื่องพวกนี้ พร้อมมองว่าหากทุกอย่างทำถูกต้องตามทำนองคลองธรรม ตามระเบียบ ไม่ก่อให้เกิดความไม่สงบ มันก็จะอนุมานได้ว่าไม่ควรเกิดสิ่งที่อยู่นอกระบบ แต่ถ้าวันๆ เอาแต่หาเรื่องทะเลาะกัน ขัดขวางทุกเรื่อง พูดจาดูหมิ่นดูแคลน กระแทกแดกดันกันก็จะเพิ่มโอกาส ให้อำนาจนอกระบบเข้ามาได้
อนุทิน ยังเชื่อว่า ม็อบต่อต้านทักษิณจะไม่ส่งงผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะไม่เกี่ยวข้องกับใครทั้งสิ้น และเรื่องนี้ก็มีคนไปร้องเรียน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว และน่าจะมีการอภิปรายในสภาทั้งแบบลงมติและไม่ลงมติ คนที่เกี่ยวข้องต้องไปชี้แจง ไม่เว้นแม้แต่กระทรวงมหาดไทย เช่น เรื่องเขากระโดง ก็ต้องไปชี้แจงไม่มีใครโอดครวญ
พร้อมขอให้ทุกฝ่ายหยุดทำสงครามพิพาทประเด็นเรื่องเขากระโดง และรอศาลปกครองชี้ขาดทีเดียว




