‘นายกฯ’ ประกาศเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ ลั่นจับตานักการเมือง-บุคคลมีชื่อเสียง

4 พ.ย. 2568 - 13:17

  • ‘นายกฯ’ ประกาศเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ -สแกมเมอร์ ตามแนวชายแดน ย้ำไม่ละเลยชายแดนไทย-เมียนมา หลัง KK Park กำลังถูกกวาดล้าง

  • เผยจับตากลุ่มบุคคลมีชื่อเสียง-นักการเมืองเอี่ยวอาชญากรรมออนไลน์

‘นายกฯ’ ประกาศเดินหน้าปราบอาชญากรรมออนไลน์ ลั่นจับตานักการเมือง-บุคคลมีชื่อเสียง

ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียนครั้งที่ 43 (The 43rd ASEANAPOL Conference) ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าตำรวจอาเซียน ครั้งที่ 43 ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพ โดยเน้นอาชญากรรมทางออนไลน์และอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการค้ามนุษย์ ไซเบอร์สแกมเมอร์  

ย้ำว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้เพิกเฉย มีความตั้งใจที่จะปราบอาชญากรรมเหล่านี้ ซึ่งรัฐบาลไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทำอยู่ฝ่ายเดียว ยังหาความร่วมมือในประเทศภูมิภาคอาเซียน ยืนยันว่าทุกหน่วยงานจะทำหน้าที่ด้วยความเด็ดขาดและเข้มงวด 

20251104105203_4155.jpg

ส่วนการดูแลแนวชายแดนไทย-เมียนมา ที่ขณะนี้ พื้นที่ KK Park ได้รับการปราบปรามอย่างหนัก ทางการไทยจะมีการเพิ่มมาตรการอย่างไร นายกฯ ระบุว่า เรื่องนี้ได้ดำเนินการในทุกๆ ด้าน ไม่ใช่เฉพาะชายแดนฝั่งใดฝั่งหนึ่ง ซึ่งเรามีการประเมินเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อประเทศ ชีวิตคนไทย และทรัพย์สินประชาชน เพื่อเตรียมพร้อมทุกด้านอย่างเต็มที่ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการยึดทรัพย์บุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก พร้อมดำเนินคดีอีกหลายข้อหา 

“เรื่องพวกนี้เราไม่ปล่อยปละละเลย ย่อหย่อน เห็นแก่พวก ไม่มีหรอกครับ มันอยู่เหนือความสัมพันธ์ใดๆ อยู่เหนือความต้องการผลประโยชน์ใดๆ แต่เป็นเรื่องของประเทศชาติและความปลอดภัยของประชาชนที่ทุกคนไม่มีวันจะยอมให้สิ่งเหล่านี้มาทำลายประเทศและประชาชน”

นายกฯ กล่าว

20251104105204_1636.jpg

🔴 จับตากลุ่มบุคคลมีชื่อเสียง-นักการเมือง เอี่ยวอาชญากรรมออนไลน์แบบปิดชื่อ แย้มดูพฤติกรรม ลั่นไม่มีใครรอด ไม่มีติดหนี้บุญคุณใคร นอกจากบุญคุณประเทศ

ส่วนการปราบปรามเรื่องนี้ มักมีบุคคลสำคัญและนักการเมืองอยู่เบื้องหลังอาชญากรรมที่เกิดขึ้น นายกฯ ชี้แจงว่า ได้หารือกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เลขาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และรมว.ยุติธรรม แล้ว เพื่อดูพฤติกรรม บุคคลที่เกี่ยวข้องว่ามีการทำผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบใครทำผิด ยืนยันว่าไม่มีข้อยกเว้น

“ต้องทำความเข้าใจว่า เราไม่ได้เป็นหนี้บุญคุณใคร พวกผมกินเงินเดือนภาษีจากประชาชน ดังนั้น การที่จะปกป้องหรือคุ้มครอง ทำคุณประโยชน์ให้ ก็คือ คนที่จ่ายภาษี จ่ายเงินเดือนให้กับพวกเรา นั่นก็คือ ประชาชน ขอให้เลิกกังวล เลิกพยายามคิดว่า กระแสข่าวที่ไปเกี่ยวข้องหรือขัดขวางการปราบเรื่องนี้ ขอให้มั่นใจว่า ทุกท่านที่ยืนอยู่ตรงนี้ขึ้นมาด้วยความสามารถของตนเองทั้งนั้น ไม่ได้ติดใครหรือมีหนี้บุญคุณที่ต้องชำระใคร นอกจากบุญคุณประเทศและประชาชนและเป็นหน้าที่ที่พิทักษ์ปกป้อง”

นายกฯ ระบุ

ส่วนการประชุมนี้จะมีการพูดคุยกับกัมพูชาในการเพิ่มมาตรการปราบปรามอย่างไร นายกฯ ระบุว่า แน่นอนว่าต้องมีการพูดคุย เพราะทำงานร่วมกันมาอยู่แล้ว ถึงแม้ว่ามีปัญหาอยู่ แต่ในปฏิญญาที่ได้ลงนามเรื่องสแกมเมอร์ เป็น 1ใน 4 ข้อ ที่ได้หารือกับกัมพูชาและเป็นเงื่อนไขที่สองประเทศจะต้องปฏิบัติร่วมกัน

20251104105205_9728.jpg
20251104105204_5495-1.jpg

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์