ว่าที่ร้อยตรีธเนศร์ แพงมา ทนายความผู้รับมอบอำนาจ กฤตโชค พลศักดิ์ธนกุล ผู้ร้องในฐานะผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 เข้ายื่นคำร้องต่อผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดศรีสะเกษ ขอให้ดำเนินการสืบสวนและไต่สวน อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกับพวก จากมูลกรณีกระทำการอันอาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม หรือโดยชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนมาตรา 73 วรรคหนึ่ง (5) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และเป็นความผิดตามมาตรา 159 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน รวม 3 ครั้ง
ว่าที่ร้อยตรีธเนศร์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. อนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์และกล่าวปราศรัย และ ภราดร ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้กล่าวปราศรัยหาเสียงช่วย จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย หมายเลข 2 มีลักษณะเป็นการหลอกลวงและใส่ร้าย แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยและนายกรัฐมนตรี ด้วยความเท็จ เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ฟังการปราศรัยประมาณ 3,000 คน เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทย
โดยมีเจตนาให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหลงเชื่อคำหลอกลวง ไม่ลงคะแนนเลือก ภูริกา สมหมาย ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย หมายเลข 1 เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง
อนุทินกับพวกได้ประสงค์ต่อผลจากการหลอกลวงและใส่ร้ายด้วยความเท็จดังกล่าว เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกจินณ์ตวรรณ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง
— ว่าที่ร้อยตรีธเนศร์ แพงมา
ขณะที่อนุทิน และภราดร ปราศรัยบนเวที พบว่า สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ, ไชยชนก ชิดชอบ, เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ และไตรศุลี ไตรสรณกุล กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย และ จินณ์ตวรรณ ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย ได้แสดงอากัปกิริยาสนับสนุนด้วยการปรบมือและส่งเสียงเชียร์ตลอดเวลาในลักษณะรู้เห็นเป็นใจให้อนุทินและภราดร กล่าวปราศรัยหลอกลวงและใส่ร้ายหัวหน้าพรรคเพื่อไทยหรือนายกรัฐมนตรีด้วยความเท็จ โดยไม่ดำเนินการเพื่อระงับยับยั้งอนุทินและภราดรให้หยุดการกระทำดังกล่าว
แต่จินณ์ตวรรณ ผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทย, สิริพงศ์, ไชยชนก, เจเศรษฐ์, ไตรศุลี กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย กลับนิ่งเฉย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือว่าเป็นการกระทำอันอาจทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
จึงขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของจินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง หมายเลข 2 พรรคภูมิใจไทย ไว้เป็นการชั่วคราวไม่เกินหนึ่งปี ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 225 ประกอบมาตรา 132 วรรคหนึ่ง (1) วรรคสอง และวรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
เมื่อกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รวม 5 คน ได้แก่ อนุทิน, สิริพงศ์, ไชยชนก, เจเศรษฐ์ และไตรศุลี รู้อยู่ว่ามีการกระทำลักษณะอันอาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนตามมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และเป็นความผิดตามมาตรา 104 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน ขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ขอให้สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนดห้าปีตามกฎหมายต่อไป
— ว่าที่ร้อยตรีธเนศร์ แพงมา




