‘อนุทิน’ ร่ายยาว! เคลียร์หลายปมร้อน

18 พ.ย. 2568 - 20:04

  • ‘อนุทิน’ ร่ายยาวเคลียร์หลายปมร้อน! เผยไทยเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิด

  • แลก ‘ลดภาษีสหรัฐฯ’ ลุ้นต่ำกว่า 19% พร้อมแจง ‘โมโตจี’ พีดำเนินการนานแล้ว

  • ชี้ปม ป.ป.ช.ไต่สวน ‘นักการเมืองรับกล้วย’ พบผิดต้องดำเนินคดี

‘อนุทิน’ ร่ายยาว! เคลียร์หลายปมร้อน

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติตั้งคณะกรรมการไต่สวนกรณี ‘สส. รับกล้วย’ ซึ่งมี ‘สส.พรรคภูมิใจไทย’ อยู่ในเครือข่ายดังกล่าวด้วย ว่า “ตามกฎหมายสิครับ เขามีกฎหมายอยู่ ตรงไหนผิดระเบียบก็ว่ากันไปตามระเบียบ ตรงไหนผิดกฎหมายก็ว่าไปตามกฎหมาย ไม่มีใครทำผิดกฎหมายได้ ถ้าทำผิดต้องโดนดำเนินการตามกฎหมายทุกอย่าง”

ส่วนเมื่อถามถึงการโยกย้ายของกระทรวงมหาดไทย จะมีการ “โยกย้ายนอกฤดูหรือไม่” เพราะมีกระแสว่าจะมีคนของพรรคกล้าธรรม และพรรคภูมิใจไทยเข้าไปอยู่?

อนุทินกล่าวว่า “ตอนนี้ผมก็ทำงานของมหาดไทยที่ทำเนียบรัฐบาล ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ทำอะไร โยกย้ายมันมีแน่อยู่แล้ว มีทั้งตามวงรอบและตามความเหมาะสม เป็นเรื่องปกติของการบริหารราชการแผ่นดิน”

ไทยเดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดแลก ‘ลดภาษีสหรัฐฯ’ ลุ้นต่ำกว่า 19%

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีภายหลังจากได้พูดคุยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา กับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

อนุทินกล่าวว่า “อุ๊ย ไม่ต้องประเมินเลย โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นคนตรงไปตรงมา ท่านพูดกับผม พูดเปิดเผยไม่มีอะไรแอบแฝง ไม่ได้เป็นการต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่บอกว่าเราต้องการเห็นอะไร อย่างที่ท่านได้พูดกับตนก็คือท่านกังวลในเรื่องของการเก็บกู้ทุ่นระเบิด เนื่องจากไทยบอกว่าถ้ากัมพูชาละเมิดปฏิญญานี้ไทยก็ระงับการดำเนินการทางปฏิญญา คำว่าระงับไม่ใช่ยกเลิก แต่คำว่าระงับไม่ใช่การไม่เก็บกู้ทุ่นระเบิด แต่ยังคงเดินหน้าเก็บทุ่นระเบิดต่อไปตามการตัดสินใจของเรา ต่างจากก่อนหน้านี้ต้องพร้อมทั้ง 2 ฝ่ายไหมก่อนเข้าไป แต่ตอนนี้เราเข้าไปเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ซึ่งตรงกับสิ่งที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ต้องการ ฉะนั้นเรื่องนี้ก็เคลียร์ เขาก็แฮปปี้ เขาถามมาว่าเรายังทำอยู่ใช่ไหม ถ้าทำอยู่ก็โอเค เดี๋ยวเขาจะไปพูดกับกัมพูชาว่าในจุดนี้อย่าให้มีการขัดขวาง ให้เร่งทำการกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด

ยิ่งทำเร็วเท่าไหร่ ก็จะ Chopping Off (ตัดออก) few Percentage Tariff เรื่องโจ๊กหรือไม่โจ๊กไม่รู้ แต่ว่าคนละระดับนี้ ถ้าเขาพูด สิ่งที่เราจะต้องทำคือเร่งทำในส่วนของเราให้ดีที่สุด

เมื่อถามว่า ได้มีการถามหรือไม่ว่า การเจรจาภาษีกับเรื่องชายแดนไทย–กัมพูชาไม่เอามารวมกัน? อนุทินกล่าวว่า “ผมได้พูดเรื่องนี้และถามกับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รวมถึงคุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แต่หนังสือที่ออกมาจากผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) ออกมาก่อนที่ผมจะพูดคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์ แต่อย่าไปซีเรียสกับเรื่องรายละเอียด ของพวกนี้มันปรับเปลี่ยนกันได้ตลอดเวลา

อย่างที่ผมบอก อย่าไปซีเรียส ผมเห็นว่ามีคนบอกนายกฯ พูดอย่างนี้นะ วันนั้นสถานการณ์เป็นอย่างนั้น นายกฯ ก็ต้องพูดอย่างนี้ แต่พอมาถึงวันนี้สถานการณ์มันปรับเปลี่ยนไป เราก็ต้องปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ แต่การปรับเปลี่ยนนั้นต้องเกิดประโยชน์สูงสุดกับประเทศของเรา ตรงนี้ต่างหากที่สำคัญ ไม่ใช่เมื่อวานพูดแบบนี้ บอกไปเลยอันตราย เราจะกู้ทุ่นระเบิดอย่างเต็มที่ อะไรที่เป็นอันตรายกับเราก็ต้องไปอยู่ดี อย่างนี้มันก็ไม่ได้ถูกหรือไม่ เราก็ต้องทำให้มันตรงกับสถานการณ์ที่สุด

ส่วนสหรัฐอเมริกาและมาเลเซียในฐานะสักขีพยาน มีสัญญาณบวกอะไรหรือไม่ที่จะให้ทางกัมพูชาขอโทษไทยกรณีที่ทหารไทยขาขาด? อนุทินกล่าวว่า “เราแจ้งความประสงค์ของเราให้เขาทราบแล้วว่าให้ขอโทษและเสียใจ ซึ่งตอนนี้ได้เสียใจมาแล้ว เหลือขอโทษ ก็ต้องค่อยๆ”

เมื่อถามอีกว่า ตอนนี้ประเทศไทยยังมีความหวังว่าภาษีสหรัฐจะลดลงจาก 19% ใช่หรือไม่ หากการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเป็นไปตามเป้า? อนุทินกล่าวว่า “ในความเป็นประเทศไทย ตรงไหนที่มีโอกาส เพราะการที่เราให้ความร่วมมือตลอดเวลา อย่างกรณีที่สหรัฐฯ เกิดความไม่เข้าใจในประเทศเรา คิดว่าเราไม่ได้ปฏิบัติตามสิ่งที่เรา หรือไม่ได้ทำตามที่เขาคิด เขาก็จะมาในลักษณะเดี๋ยวจะกระทบภาษีนะ เราก็แค่พูดว่า ในเมื่อมันไม่ใช่อย่างนั้น ถ้าไม่ทำตามก็ขึ้น ถ้าทำตามลดหรือไม่ มันเป็นสิทธิ์ของเราในการเจรจาต่อรอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง เขาต้องต่อรองผลประโยชน์ของเขา เราต้องต่อรองผลประโยชน์ของเรา เพื่อแสวงหาจุดร่วมกันให้ได้

ส่วนกรณีกัมพูชาละเมิดข้อตกลง สหรัฐฯ จะดำเนินการอะไรหรือไม่? อนุทินกล่าวว่า “เขาก็ต้องไปพูดคุย เขาเป็นพยาน ซึ่งการละเมิดคือละเมิดต่อไทย เราได้แจ้งท่าทีอย่างชัดเจนแล้วตาม 11 ข้อ”

เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อไทยแสดงท่าทีแล้ว แต่สหรัฐฯ จะระงับการเจรจาภาษีกับไทย? อนุทินกล่าวว่า “ก็อาจจะเป็นความเข้าใจที่ผิด เขาชี้แจงแล้วก็ไม่ระงับการเจรจา ซึ่งเรามีหน้าที่ในการชี้แจง เพราะคนนั้นพูดทีคนนี้พูดที มันก็เกิดความสับสนได้ สิ่งที่เราทำอยู่ขอให้ยึดมั่นอยู่ในประโยชน์ของประเทศไทยให้มากที่สุด และประโยชน์ของประชาชนไทยให้มากที่สุด ซึ่งการเจรจาการค้าจะต้องทำให้ต้นทุนของประชาชนคนไทยน้อยที่สุด”

การเจรจาเรื่องความขัดแย้งระหว่างประเทศต้องมั่นใจว่าความปลอดภัยของประชาชนไทยต้องสูงที่สุด มันก็มีหลักของมันอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามไทยมีจุดยืนของเราอยู่แล้ว

ออกตัว ‘โมโต จีพี’ มีมาตั้งแต่สมัย ‘คสช.’

ผู้สื่อข่าวยังตั้งคำถามถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณสนับสนุนการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP: โมโต จีพี) วงเงินเกือบ 4,000 ล้านบาท? อนุทิน ชี้แจงว่า “เรื่องดังกล่าวอนุมัตินานไปแล้ว ผ่านไปกว่า 2 สัปดาห์แล้ว เอาเรื่องวันนี้ก่อน”

เมื่อถามอีกว่า กรณีใช้เงินภาษีประชาชนดำเนินการเรื่องโมโต จีพี เหตุใดค่าลิขสิทธิ์ถึงแพงกว่าเดิม? อนุทิน กล่าวว่า “ต้องไปถามผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เพราะเรื่องนี้คนที่ทำเรื่องเสนอขึ้นมาคือ กกท. และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คู่สัญญาคือตรงนั้น เขาพูดถึงเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ การส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้คนเข้ามาสนใจ”

เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับ ‘เนวิน ชิดชอบ’ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด? อนุทิน ตอบว่า “ไม่เกี่ยว”

ผู้สื่อข่าวจึงแจ้งย้ำว่า เนวินเป็นเจ้าของสนามช้างอารีนา สถานที่จัดแข่งขัน? อนุทิน กล่าวว่า เขาก็ต้องมีสัญญาอะไรกัน “แต่เท่าที่ทราบเขาก็ขาดทุนมาตลอดทุกปี”

เมื่อถามว่า รัฐบาลจะเดินหน้าการจัดแข่งรถสูตรหนึ่ง หรือ ฟอร์มูลาวัน (Formula One: F1) และเทศกาลทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland) ที่รัฐบาลที่ผ่านมาเตรียมดำเนินการหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ทุกอย่างอยู่ที่ความเหมาะสม โมโต จีพี ค่าลิขสิทธิ์เกือบ 4 พันล้าน ค่าลิขสิทธิ์ของเอฟวันราคาเท่าไหร่ ไปถามเอฟวันก่อน แล้วค่อยมาถามค่าลิขสิทธิ์ตรงนี้ อันไหนทำได้เลยก็พร้อมอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่าทำไมถึงมาดำเนินการในรัฐบาลนี้? อนุทิน กล่าวว่า “เรื่องนี้ดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ อย่าถามแบบนี้สิ พอถามแบบนี้เหมือนเป็นการมาหาเรื่องกัน แต่ไม่ใช่มาหาเรื่องผม เป็นการหาเรื่องทำให้ประชาชนเข้าใจผิด มันไม่ใช่รัฐบาลนี้ แต่เริ่มมาตั้งแต่รัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ด้วยซ้ำ ปีแรกผมก็ไปรับชมการแข่งขันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในขณะนั้นไปเป็นประธานเปิด และมีการสนับสนุนเรื่อยมา รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร ก็สนับสนุน แล้วทำไมมาถามว่ามาดำเนินการในรัฐบาลนี้ มันไม่ใช่”

เมื่อถามอีกว่า เมื่อมีคนมองทั้งบวกและลบ จะอธิบายอย่างไร? อนุทิน ตอบว่า “ประโยชน์คือคน คนนั้นต้องได้ประโยชน์อย่างเห็นได้ชัด แต่เท่าที่ทราบตอนนี้เขาต้องยกสนามให้เป็นไปตามข้อตกลงของโมโต จีพี เพราะจะไปแข่งที่ซุปเปอร์ไฮเวย์ที่ไหนก็ไม่ได้ หากจังหวัดอื่นมีสนามแบบนี้ทุกคนก็ต้องเสนอในส่วนที่ดีที่สุดเข้ามา แต่ทุกปีที่ผ่านมาสมัยที่ตนกำกับกระทรวงกีฬา ก็ได้รับรายงานว่าได้รับเงินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4 พันกว่าล้านบาทต่อปี ยังไม่รวมเรื่องการท่องเที่ยวและผลพลอยได้ในจังหวัดข้างเคียง ส่งผลประโยชน์ไปยังสุรินทร์ นครราชสีมา ทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน คุ้มค่ากับการที่รัฐบาลโปรโมทกีฬาประเภทนี้”

เลี่ยงตอบ ‘ปมร้อน ตร.’ ชี้มอบนโยบายไปแล้วทั้ง ‘ปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด-อาชญากรรม’

ส่วนกรณี “พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกมายืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ไม่ใช่องค์กรอาชญากรรม

อนุทิน ในฐานะประธานคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงว่า “ผมให้นโยบาย ผมอยู่แค่ 4 เดือน เรื่องโยกย้ายระดับนายพลอะไร ผมไม่ได้เกี่ยว ขออย่างเดียวว่าตำรวจต้องดูแลประชาชนให้ดีที่สุด ต้องรักษาสันติราษฎร์ อำนวยความสะดวกประชาชนให้ดีที่สุด ผมมอบนโยบายแบบนี้ รวมถึงปราบสแกมเมอร์ ยาเสพติด อาชญากรรมต่างๆ ซ่อง บ่อน ต้องไม่มี ตรงนี้คือนโยบายของผม”

เมื่อถามว่า “นักแฉได้พาดพิงตำรวจชั้นผู้ใหญ่” ตรงนี้จะส่งผลต่อการตรวจสอบหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “เป็นหน้าที่ของ ผบ.ตร.”

ส่วนประเด็นที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ บอกว่า “ตร.เหมือนหลุมระเบิด” จะใช้เวลาช่วงนี้กลบหลุมอย่างไร? อนุทิน กล่าวติดตลกว่า “ตอนนี้เป็นฤดูของการกู้ทุ่นระเบิด”

ยังไม่เห็นหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ ‘ทักษิณ’

ผู้สื่อข่าวยังถามไปถึงกรณี “หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี” ได้นำขึ้นทูลเกล้าฯ หรือยัง? อนุทินจึงหยุดคิดและกล่าวว่า “จำไม่ได้ เอกสารที่ต้องนำทูลเกล้าฯ นั้นเยอะมาก ทั้งเรื่องของพระราชบัญญัติ และอื่นๆ” เมื่อผู้สื่อข่าวย้ำว่า “เป็นเรื่องของเจ้านายเก่า”อนุทินจึงกล่าวว่า “ทุกเรื่องเป็นความสำคัญหมด ก่อนที่ผมจะลงนามก็มีทีมกลั่นกรองกฎหมาย และผมก็ต้องกลั่นกรองใช้ดุลยพินิจของตนเองด้วย สื่อมวลชนเข้าไปดูห้องทำงานของผมไม่เห็นหรือว่าแฟ้มเอกสารเยอะ”

เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังได้มีรายงานการเก็บภาษีจากการขายหุ้น บริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จำนวน 1.76 หมื่นล้านบาท หรือไม่? อนุทินกล่าวว่า “ยัง ผมเพิ่งกลับจากต่างประเทศเมื่อคืน เดี๋ยวค่อยถาม” พร้อมย้ำยังไม่ทราบรายละเอียดและอ่านแค่จากข่าว

ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวถามไปถึงกรณีที่อัยการสูงสุดยื่นอุทธรณ์ในคดีมาตรา 112 ถูกมองว่าเป็นเรื่องการเมือง? ปรากฏว่า นายกฯ หยุดฟังคำถามแต่ไม่ตอบ ก่อนส่ายหน้า และเดินเข้าตึกภักดีบดินทร์ทันที

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์