อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.มหาดไทย นำทีม 3 รมช.มหาดไทย ได้แก่ ทรงศักดิ์ ทองศรี, ชาดา ไทยเศรษฐ์ และ เกรียง กัลป์ตินันท์ เข้าวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร เขตพระนคร ช่วง 8.09 น. เพื่อกราบสักการะ พระพุทธอังคีรส พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ พร้อมถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และเข้ากราบสักการะ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามฯ จากนั้น เข้ากราบถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสเข้าทำงานที่กระทรวงมหาดไทย เป็นวันแรก
โดยมี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรม หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียงรวม 11 จังหวัด ร่วมพิธีและให้การต้อนรับ
จากนั้น 10.00 น. อนุทิน และ รมช.มหาดไทย ทั้ง 3 คน ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ ศาลพระไชยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไปจนถึงถวายสักการะ พระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ภายในพิพิธภัณฑ์ดำรงราชานุภาพ ก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องปฏิบัติงาน
ต่อมา อนุทิน ให้สัมภาษณ์หลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการว่า ต้องเตรียมการทำงานให้เรียบร้อยตามบัญชาของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมต.คลัง เพื่อชี้แจงตอบข้อซักถามของรัฐสภา ในการแถลงนโยบายรัฐบาล วันที่ 11 ก.ย.นี้ ดังนั้น ในช่วง 3-4 วันนี้ จะต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับข้อมูล ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน จะเริ่มอย่างเป็นทางการภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วเสร็จ โดยวันนี้ ถือว่ามาทำความรู้จักแนะนำตัวกับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยมีทีม รมช.มหาดไทย ที่มีความคุ้นเคยใกล้ชิดกับประชาชนเป็น สส. ทั้ง ทรงศักดิ์, ชาดา และ เกรียง ทั้งนี้ จะเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจประชาชน เพื่อยกระดับในคุณภาพชีวิตทุกมิติ เป็นกระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีมาจากประชาชนแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนจากปลัดกระทรวงมหาดไทยและทีมงาน ที่มีความคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยบิดา (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) เป็น รมต.มหาดไทย ช่วงปี 2552-54
“ยุคที่ผมอยู่ที่นี่ จะไม่มีคำว่าท่าน ไม่มีคำว่านาย มีแต่พี่น้องในหมู่ข้าราชการ ทำงานด้วยเป้าหมายเดียวกัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข อย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันถ้วนหน้าทุกคน” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า ได้แบ่งงานรัฐมนตรีกันคร่าวๆ แล้วหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้เข้าห้องทำงานเลย คงต้องรอแถลงนโยบายรัฐบาลให้เรียบร้อย แต่จะมีการรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานในความรับผิดชอบ ทั้งนี้ มองความหมายการแบ่งงาน คือทุกคนเป็นรัฐมนตรีเหมือนกันหมด ช่วยกันทั้งหมด การแบ่งงานเป็นไปตามความรับผิดชอบและประสานงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสายไหนๆ เราทำงานด้วยกัน เป็นพี่น้อง เชื่อมั่นกันและกัน มั่นใจว่าไม่มีปัญหาในการทำงาน ขณะที่การทำงานถือว่าท้าทายทุกงาน เราจะบำบัดทุกข์อย่างเดียวทั้งวันทั้งคืนไม่ได้ ต้องทำให้ประชาชนอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน รวมทั้งซอฟต์พาวเวอร์ต่างๆ
“นายกฯ จะมีนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต คนละ 10,000 บาท ให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอย ล้วนเป็นเงินที่จะต้องใช้ภายในประเทศ ไม่ใช่นำไปใช้ที่ต่างประเทศ พวกเราทุกคนต้องขอความร่วมมือปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการจัดเตรียม เราต้องพัฒนาฝีมือ สินค้าที่เป็นของคนไทย เพื่อให้เงินหมุนเวียนในประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาล ทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ทุกคนได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้” อนุทิน กล่าว
ส่วนที่อาจมีการฟื้น 'ผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอ' ขึ้นมานั้น อนุทิน กล่าวว่า โดยนัยยะการปฏิบัติ ผู้ว่าฯ เป็นซีอีโอ อยู่แล้ว เพราะในแต่ละจังหวัด ทุกหน่วยงานขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ ยกตัวอย่างเช่น การจะโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาล ก็ต้องไปขอผู้ว่าฯ ทุกคนพร้อมทำงานกับผู้บริหารกระทรวงทหาดไทย ส่วนที่นายกฯ ระบุจะไม่มีการซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด ทางกระทรวงมหาดไทยก็จะไม่มีเรื่องนี้เด็ดขาดใช่หรือไม่นั้น อนุทิน ย้ำว่า มันต้องไม่มี ไม่ใช่จะไม่มี เรื่องนี้นายกฯ เน้นย้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วานนี้ (6 ก.ย.) ซึ่งตรงกับเจตนารมย์ของรัฐมนตรีทุกคน ส่วนเมื่อถามว่า บิดาให้คำแนะนำอย่างไรบ้าง อนุทิน กล่าวเพียงว่า “จะไปกราบท่าน”
ส่วนกรณีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในระดับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ จ.นครปฐม จนถึงขั้นมีการยิงสารวัตรตำรวจทางหลวง เสียชีวิตนั้น อนุทิน ระบุว่า จะมีการหารือเรื่องนี้ ขณะที่การทำงานต้องเชื่อมั่นในส่วนราชการ เพราะจะเป็นผู้นำนโยบายของเราไปปฏิบัติ เราไม่ก้าวก่าย
“มีปัญหาใดๆ ผมมั่นใจว่าโทรหารือปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยฯ ทุกอย่างก็จะได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องห่วง ผมทำงานวันนี้ สั่งการวันนี้” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงนโยบายเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว อนุทิน บอกว่า “ใจเย็นๆ ยังไม่เจอผู้ว่าฯ กทม.เลย ไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องใดมีความถูกต้องทุกอย่างต้องได้รับการแก้ไข มั่นใจว่ายุคนี้ บุคคลทั่วไปจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง ถ้ามีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ก็เจอกัน” ส่วนถามเกี่ยวกับนโยบายกัญชา และนโยบายผู้ว่าฯ เลือกตั้ง อนุทิน กล่าวเพียงว่า ขอให้ดูคำแถลงนโยบายรัฐบาล ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานทันที
โดยมี สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นำคณะรองปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีทุกกรม หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดใกล้เคียงรวม 11 จังหวัด ร่วมพิธีและให้การต้อนรับ
จากนั้น 10.00 น. อนุทิน และ รมช.มหาดไทย ทั้ง 3 คน ได้เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่ ศาลพระไชยมงคล ศาลพระกาฬไชยศรี พระอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ไปจนถึงถวายสักการะ พระรูปสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ภายในพิพิธภัณฑ์ดำรงราชานุภาพ ก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมรูป พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตลอดจนสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำห้องปฏิบัติงาน
ต่อมา อนุทิน ให้สัมภาษณ์หลังเข้าทำงานอย่างเป็นทางการว่า ต้องเตรียมการทำงานให้เรียบร้อยตามบัญชาของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมต.คลัง เพื่อชี้แจงตอบข้อซักถามของรัฐสภา ในการแถลงนโยบายรัฐบาล วันที่ 11 ก.ย.นี้ ดังนั้น ในช่วง 3-4 วันนี้ จะต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับข้อมูล ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน จะเริ่มอย่างเป็นทางการภายหลังการแถลงนโยบายรัฐบาลแล้วเสร็จ โดยวันนี้ ถือว่ามาทำความรู้จักแนะนำตัวกับข้าราชการกระทรวงมหาดไทย โดยมีทีม รมช.มหาดไทย ที่มีความคุ้นเคยใกล้ชิดกับประชาชนเป็น สส. ทั้ง ทรงศักดิ์, ชาดา และ เกรียง ทั้งนี้ จะเป็นยุคที่รัฐมนตรีเข้าใจประชาชน เพื่อยกระดับในคุณภาพชีวิตทุกมิติ เป็นกระทรวงมหาดไทยที่มีรัฐมนตรีมาจากประชาชนแท้จริง นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนจากปลัดกระทรวงมหาดไทยและทีมงาน ที่มีความคุ้นเคยมาตั้งแต่สมัยบิดา (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) เป็น รมต.มหาดไทย ช่วงปี 2552-54
“ยุคที่ผมอยู่ที่นี่ จะไม่มีคำว่าท่าน ไม่มีคำว่านาย มีแต่พี่น้องในหมู่ข้าราชการ ทำงานด้วยเป้าหมายเดียวกัน บำบัดทุกข์ บำรุงสุข อย่างเดียวไม่พอ ประชาชนต้องอุดมสมบูรณ์พูนสุขกันถ้วนหน้าทุกคน” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า ได้แบ่งงานรัฐมนตรีกันคร่าวๆ แล้วหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้เข้าห้องทำงานเลย คงต้องรอแถลงนโยบายรัฐบาลให้เรียบร้อย แต่จะมีการรับฟังการบรรยายสรุปจากหน่วยงานในความรับผิดชอบ ทั้งนี้ มองความหมายการแบ่งงาน คือทุกคนเป็นรัฐมนตรีเหมือนกันหมด ช่วยกันทั้งหมด การแบ่งงานเป็นไปตามความรับผิดชอบและประสานงานเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีสายไหนๆ เราทำงานด้วยกัน เป็นพี่น้อง เชื่อมั่นกันและกัน มั่นใจว่าไม่มีปัญหาในการทำงาน ขณะที่การทำงานถือว่าท้าทายทุกงาน เราจะบำบัดทุกข์อย่างเดียวทั้งวันทั้งคืนไม่ได้ ต้องทำให้ประชาชนอุดมสมบูรณ์ ทุกอย่างเป็นเรื่องเร่งด่วน รวมทั้งซอฟต์พาวเวอร์ต่างๆ
“นายกฯ จะมีนโยบายเงินดิจิทัลวอลเล็ต คนละ 10,000 บาท ให้ประชาชนจับจ่ายใช้สอย ล้วนเป็นเงินที่จะต้องใช้ภายในประเทศ ไม่ใช่นำไปใช้ที่ต่างประเทศ พวกเราทุกคนต้องขอความร่วมมือปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในการจัดเตรียม เราต้องพัฒนาฝีมือ สินค้าที่เป็นของคนไทย เพื่อให้เงินหมุนเวียนในประเทศเป็นเม็ดเงินมหาศาล ทำให้ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ทุกคนได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้” อนุทิน กล่าว
ส่วนที่อาจมีการฟื้น 'ผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอ' ขึ้นมานั้น อนุทิน กล่าวว่า โดยนัยยะการปฏิบัติ ผู้ว่าฯ เป็นซีอีโอ อยู่แล้ว เพราะในแต่ละจังหวัด ทุกหน่วยงานขึ้นอยู่กับผู้ว่าฯ ยกตัวอย่างเช่น การจะโยกย้ายผู้อำนวยการโรงพยาบาล ก็ต้องไปขอผู้ว่าฯ ทุกคนพร้อมทำงานกับผู้บริหารกระทรวงทหาดไทย ส่วนที่นายกฯ ระบุจะไม่มีการซื้อขายตำแหน่งเด็ดขาด ทางกระทรวงมหาดไทยก็จะไม่มีเรื่องนี้เด็ดขาดใช่หรือไม่นั้น อนุทิน ย้ำว่า มันต้องไม่มี ไม่ใช่จะไม่มี เรื่องนี้นายกฯ เน้นย้ำในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ วานนี้ (6 ก.ย.) ซึ่งตรงกับเจตนารมย์ของรัฐมนตรีทุกคน ส่วนเมื่อถามว่า บิดาให้คำแนะนำอย่างไรบ้าง อนุทิน กล่าวเพียงว่า “จะไปกราบท่าน”
ส่วนกรณีการวิ่งเต้นซื้อขายตำแหน่งในระดับกำนันผู้ใหญ่บ้านที่ จ.นครปฐม จนถึงขั้นมีการยิงสารวัตรตำรวจทางหลวง เสียชีวิตนั้น อนุทิน ระบุว่า จะมีการหารือเรื่องนี้ ขณะที่การทำงานต้องเชื่อมั่นในส่วนราชการ เพราะจะเป็นผู้นำนโยบายของเราไปปฏิบัติ เราไม่ก้าวก่าย
“มีปัญหาใดๆ ผมมั่นใจว่าโทรหารือปลัดกระทรวงมหาดไทย หรือรัฐมนตรีช่วยฯ ทุกอย่างก็จะได้รับการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องห่วง ผมทำงานวันนี้ สั่งการวันนี้” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงนโยบายเกี่ยวกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว อนุทิน บอกว่า “ใจเย็นๆ ยังไม่เจอผู้ว่าฯ กทม.เลย ไม่ต้องห่วง ถ้าเรื่องใดมีความถูกต้องทุกอย่างต้องได้รับการแก้ไข มั่นใจว่ายุคนี้ บุคคลทั่วไปจะต้องได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม ไม่มีการกลั่นแกล้ง ถ้ามีการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ก็เจอกัน” ส่วนถามเกี่ยวกับนโยบายกัญชา และนโยบายผู้ว่าฯ เลือกตั้ง อนุทิน กล่าวเพียงว่า ขอให้ดูคำแถลงนโยบายรัฐบาล ก่อนเดินขึ้นห้องทำงานทันที



