‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อติดตามการแก้ปัญหาไฟป่า และฝุ่น PM2.5 รวมไปถึงการป้องกันภัยแล้ง และภัยพิบัติน้ำท่วม ในที่ประชุม ได้มอบหมายภารกิจให้แต่ละหน่วยงานไปดำเนินการ
โดยมีคีย์เวิร์ดสำคัญคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนต้องเป็น Single Command คือเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาทุกอย่าง และบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงาน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดนคำสั่งนายกรัฐมนตรี จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อป้องกันภัยพิบัติในพื้นที่ภาคเหนือ โดยมี ‘ทรงศักดิ์ ทองศรี’ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน มีอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นเลขาธิการ
ส่วนสิ้นเดือนนี้จะเอาอยู่หรือไม่นั้น ก็ดำเนินการมาตลอดบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ดำเนินคดีกับผู้ลักลอบเผาป่า ประมาณ 1,200 คดีแล้ว และในคดีที่เกี่ยวกับการบุกรุกป่า เผาป่า ส่วนใหญ่เมื่อไปถึงชั้นศาลไม่รอลงอาญา วันนี้พื้นที่ป่าสงวนและพื้นที่อุทยานของป่าในพื้นที่เขตจังหวัดภาคเหนือ หากเข้าไปหาของป่าเขาต้องห้ามเผา และคงมีการประกาศห้ามเข้าพื้นที่ในช่วงนี้โดยเด็ดขาดเพื่อป้องกันการเผา เราจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่ ตลอดจนถึงผลผลิตทางการเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน เราจะไม่ซื้อหากผลิตมาด้วยวิธีการเผา
เมื่อถามว่าการบอกว่าจะไปซื้อสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านถามนายทุนแล้วหรือยังอนุทิน ย้อนถามว่า ทำไมต้องคุยจะคุยทำไม เรามีกฎหมายมีเทคโนโลยีที่จะชี้จุดว่าตรงไหนมาจากการเผาป่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อนุมัติให้นำสินค้าเข้ามาขายในไทยได้ ไม่ยอมแน่นอนไม่ต้องคุยกับใคร
ส่วนกรณี ที่มีการเรียกร้องพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาดนั้น ถือเป็นกฎหมายที่ต่อเนื่องจากสภาชุดที่ผ่านมา เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ พรรคการเมืองทุกพรรคสนับสนุน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่จะส่งไปยัง สว.ซึ่งพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาลต่างพร้อมจะสนับสนุนให้ผ่านตามขั้นตอน และเมื่อถามว่า อนุทิน เองก็สนับสนุนด้วยใช่หรือไม่ อนุทินถามกลับว่า “ไม่เห็นด้วยได้หรอ”




