ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจของกลาง ภายหลังดีเอสไอสนธิกำลังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค “ทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อน 7 จุด” ยึดเครื่องขุดกว่า 3,600 เครื่อง มูลค่ารวมกว่า 270 ล้านบาท พร้อมอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า
อนุทิน กล่าวว่า วันนี้ดีเอสไอเชิญให้มาดูเรื่องอุปกรณ์ขุดบิตคอยน์ และปราบปรามผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังขยายผลถึงธุรกิจที่ทำผิดกฎหมาย ยังแอบใช้ไฟฟ้าด้วย ที่ทำตรงนี้ไม่เสียค่าไฟ เป็นการกระทำที่อุกอาจ จึงขอให้ดีเอสไอขยายผลการลักลอบกระแสไฟฟ้าไปเลย เรื่องเหล่านี้ใช้พลังงานไฟฟ้าสูงมาก
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงยุติธรรม มี รมว.ยุติธรรมเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งได้ให้นโยบายไปแล้ว โดยยึดนโยบาย “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม”
ทำอะไรก็ทำไปเถอะ แต่ดูพฤติกรรม ถ้าผิดก็เปิดชื่อมา เปิดชื่อมาเจอใครก็คนนั้นแหละ ดูพฤติกรรม ดูสำนวนการกระทำความผิด ไม่ต้องสนใจว่าเขาชื่ออะไร ตำแหน่งอะไร หรือจะเป็นนักการเมืองก็ตาม
เมื่อถามเรื่องปัญหาที่เกิดขึ้นที่กรมราชทัณฑ์? อนุทิน กล่าวว่า “ไม่ต้องกังวล เพราะได้ให้นโยบายกับรัฐมนตรีไปแล้ว และไม่จำเป็นต้องสั่งการอธิบดีคือใคร เพราะเขารู้อยู่แล้ว ยึดถือหลักอยู่แล้ว”
ส่วนเรื่อง “สำนวนคดีฮั้ว สว. และคดีเขากระโดง” อนุทิน ระบุว่า “ไม่ได้ติดตาม ไม่ได้ดู ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ” เช่นเดียวกับเรื่อง “คุกวีไอพี” ที่ได้สั่งการ รมว.ยุติธรรม ดำเนินการไปแล้ว อะไรที่มันอุกอาจ
ท่านไม่ต้องห่วงผมหรอก ผมคนเพื่อนน้อย และไม่มีหนี้ ที่ต้องไปใช้ตอบแทนอะไรใคร
พร้อมย้ำว่า “นโยบายให้แล้วเรื่องการปฏิรูปการทำงานของกรมราชทัณฑ์ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย และ รมว.ยุติธรรม กำลังดำเนินการอยู่ ในประเทศไทยไม่มีใครมีอำนาจเหนือกฎหมายได้”




