‘อนุทิน’ ฉีดวัคซีนลูกพรรค ‘ป้องกันตาแหก-ปอดแหก’ จะได้ตาโต ตาใส แข็งแกร่ง ได้รับชัยชนะ

7 เม.ย. 2566 - 08:55

  • ‘อนุทิน’ นำแจกธงชัยผู้สมัคร ส.ส.เขต-บัญชีรายชื่อ ลั่นพร้อมนั่ง นายกฯ หมอดูทัก เบอร์ 7 ‘เลือกตั้ง’ 14 พ.ค. เลขดีได้ ส.ส. หลักร้อย เผยฉีดวัคซีนลูกพรรค ป้องกันตาแหก-ปอดแหก จะได้ตาโต ตาใส มั่นคงแข็งแกร่ง ต่อสู้จนได้รับชัยชนะ

Anutin_Bhumjaithai_Vaccine_Victory_Election_SPACEBAR_Hero_f6215ca41b.jpeg
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นเวทีเพื่อเปิดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรค ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ พร้อมมอบธงชัยพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นธงแห่งความรับผิดชอบต่อพรรคภูมิใจไทย และรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน เพื่อหาเสียงตอกเสาเข็มในพื้นที่ของตัวเอง จากนั้น อนุทิน กล่าวกับสมาชิกตอนหนึ่งว่า วันนี้ถือเป็นวันสถาปนาพรรคภูมิใจไทย ซึ่งตรงกับวันมหามงคลของคนไทยทุกคน คือวันที่ระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ เป็นวันที่ก่อตั้งพรรคภูมิใจไทยขึ้นมา จึงถือว่าวันนี้มีความหมายต่อพรรค และสมาชิกทุกคน พรรคภูมิใจไทยยึดมั่นอุดมการณ์ ที่จะทำการเกื้อกูลปกป้องสถาบันอันเป็นที่เคารพบูชาของพวกเราไว้ชั่วชีวิต และนับตั้งแต่ที่สถาปนาพรรคภูมิใจไทยขึ้นมา ก็อยู่ในแนวทางนี้มาตลอด และจะอยู่เช่นนี้ตลอดไปตราบใดที่เรายังเป็นพรรคภูมิใจไทย เราจะดำรงอยู่เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยและประเทศไทย สมดังสโลแกนของ พรรค คือ “พูดแล้วทำ” 

อนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ (6 เม.ย.) เป็นวันที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นปีที่พรรคภูมิใจไทยจะต้องเข้าสู่สนามเลือกตั้งด้วยกันทุกคน เป็นวันที่สมาชิกมาพบปะกันมอบธงชัย และตั้งใจลงพื้นที่พบปะประชาชน ขอให้หลังจากวันนี้เป็นต้นไป เมื่อกลับภูมิลำเนาแล้ว จะต้องไปพบกับประชาชนทั่วประเทศเพื่อนำเสนอนโยบายของพรรคภูมิใจไทย  และสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรคต่อประชาชน ให้ได้เห็นประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทย และผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย ขอให้ทุกคนตั้งใจลงพื้นที่ และทุ่มเทหัวใจเคารพ และให้เกียรติประชาชน ส่วนผู้บริหารพรรคก็จะลงพื้นร่วมชงพื้นที่ 7 วันต่อสัปดาห์ หยุดแค่เวลานอน เพื่อสร้างความมั่นใจใจประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ทุกคนปฏิบัติตามกฎหมายการเลือกตั้งอย่างเคร่งครัด  

หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวด้วยว่า ภูมิใจไทยมีเอกลักษณ์พิเศษ คือมีระเบียบวินัยสูง มีความเป็นพวกพ้อง เป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว ซึ่ง 4 ปีที่สภาฯ พึ่งหมดวาระไป เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชน และกับทุกวงการ เพราะถึงแม้ทุกคนจะมีเอกสิทธิ์ของความเป็น ส.ส. แต่ ส.ส.สังกัดพรรคภูมิใจไทยทุกคน เชื่อมั่นว่าพรรคภูมิใจไทยตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่จึงไม่เคยแตกแถว  

4 ปีที่ผ่านมา มีเวทีการอภิปรายต่างๆ รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยหลายท่านรวมถึงตน ก็เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นเกมการเมือง เพราะพรรคภูมิใจไทยได้คุมกระทรวงสำคัญ จึงเป็นเหตุจำเป็นอย่างยิ่งในทางการเมืองที่เขาจะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่ทุกครั้งรัฐมนตรีในสังกัดพรรคภูมิใจไทยสามารถชี้แจงข้อกล่าวหาข้อเคลือบแคลงสงสัย ผ่านมาทุกครั้งไม่ที่ 1 ก็ที่ 2 ตลอดที่ได้รับคะแนนสูงสุดในสภาฯ ที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยยกมือให้สมาชิกพรรคร่วมรัฐบาลที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจทุกครั้ง แต่พรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากพรรคร่วมรัฐบาลไม่ครบทุกครั้ง แต่ก็ไม่มีปัญหาเพราะภูมิใจไทยเชื่อในความเป็นพรรคภูมิใจไทย ตราบใดที่พรรคภูมิใจไทยยังยกให้พวกเราอย่างเป็นเอกฉันท์ แสดงว่าความเชื่อมั่นของสมาชิกยังมีต่อหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค รัฐมนตรีของพรรค แค่นี้ก็สำคัญที่สุดแล้ว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้การเลือกตั้งในปี 66 นี้มีพี่น้องมาสมัครร่วมทำงานกับเราเต็มที่นั่งที่เตรียมไว้  

“วันนี้เขาบอกว่าสภาพอากาศจะร้อนมากที่สุดกว่า 50 องศาเซลเซียส แต่ผมไม่เชื่อเพราะตอนนี้พรรคภูมิใจไทยร้อนกว่าถึง 100 องศาฯ เดือดปุดๆ เราเป็นนักรบ พร้อมลงพื้นที่ วันที่ 14 พ.ค.นี้ ขุนพลพรรคภูมิใจไทยจงไปเอาชัยชนะมาให้ตัวท่าน เอามาให้พรรคภูมิใจไทย เพื่อคนไทย และประเทศไทยทุกคน” อนุทิน กล่าว  

อนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยมีการเติบโตมาก และมีความพร้อม จะทำให้การที่พวกเรามีความพร้อมเช่นนี้ ผมมั่นใจว่าพรรคพวกพี่น้องที่ตัดสินใจร่วมทำงานทำการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย ได้เห็นว่าที่นี่คือที่สุดท้ายของท่าน ท่านไม่ต้องไปไหน อยู่ตรงนี้ไปตลอด ทำงานอย่างสนุก เพราะเราใช้การปลูกฝังให้สมาชิกไปที่ไหนให้เคารพ ศรัทธา ให้เกียรติประชาชน รัฐมนตรีคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองไม่ใช่เจ้าคนนายคน ตรงกันข้ามคือผู้รับใช้ประชาชน นี่คือเกียรติประวัติ และขอให้ใช้เกียรติประวัตินี้รับใช้บ้านเมือง รับใช้ประชาชนอย่างเต็มที่ แล้วประชาชนจะให้ความเชื่อมั่นศรัทธา เลือกกี่ครั้งท่านก็เดินกลับเข้าสภาฯ อย่างสง่าผ่าเผย     

อนุทิน กล่าวอีกว่า วันนี้สัญญาณต่างๆ ดีหมดแล้วพรรคภูมิใจไทยได้เบอร์ 7 ตรงกับหัวหน้าพูดมาตลอดคือจะต้องตอกเสาเข็ม เราจะไม่ต้องมีคำพูดแลนสไลด์ ไม่ต้องมีคำว่า ถล่มทลาย มีแต่คำว่าตอกเสาเข็ม ทำให้มั่นคง ส่วนเลขที่ผู้สมัครจับได้มา ไม่ว่าจะเลขอะไรก็แล้วแต่ เท่าที่ทราบมาไม่เกินเบอร์ 20 ดังนั้น 1-20 นับว่าดีทั้งหมด ส่วนตนไปหาอาจารย์ที่เคารพมา เพราะเครียด มีความเป็นห่วง และไม่อยากได้เลข 2 หลัก อยากได้หลักเดียว อาจารย์ขีดๆ เขียนๆ อาจารย์บอกต้องได้เบอร์ 7 เท่านั้น  

ส่วนหลังวันที่ 14 พ.ค. อาจารย์บอกว่าเห็นเป็นเลข 3 หลัก คิดว่าเมื่อเริ่มต้นดีแล้วได้เบอร์ 7 ตอนจบสุดท้ายเลข 3 หลักนั้นจะออกมาเป๊ะทุกประการ เพราะเลข 3 หลักที่อาจารย์ให้มานั้นตรงกับที่ตนคำนวณเอาไว้ วันนี้วัคซีนที่สำคัญของเรา และตนฉีดให้กับทุกคนแล้ว คือวัคซีนป้องกันตาแหก ปอดแหก เพื่อทุกคนจะได้ตาโต ตาใส มั่นคงแข็งแกร่งต่อสู้จนเราได้รับชัยชนะ เบอร์ 7 สู้ตรงนี้ สู้ที่นี่ สู้จนคนไทยชนะไปด้วยกัน  

“ขอยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยจะไม่มีการยกตำแหน่งให้ใคร ถ้าเราได้คะแนนเสียงสูงสุด เราจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แล้วแคนดิเดตนายรัฐมนตรีของพรรคคือตน ที่จะเป็นนายกฯ เป็นทั้ง ส.ส.  ไม่มีอะไรเพอร์เฟคเท่าพรรคภูมิใจไทยแล้ว สภาจะไม่เป็นเหมือนสภาฯ ชุดที่แล้ว เพราะจะเข้าใจสมาชิก และห่วงใยสภาฯ หวงแหนความรู้สึกประชาชน ดังนั้น หลังการเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค.นี้ พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล สภาจะเข้มแข็ง ผลงานต่างๆ จะออกมา กฎหมายต่างๆ จะออกมา คุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น เศรษฐกิจจะดีขึ้น สุขภาพคนไทยจะดีขึ้น พรรคภูมิใจไทยจะแข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่ตั้งพรรคมา” อนุทิน กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์