‘อนุทิน’ ยัน ‘กฟภ.’ ขายไฟฟ้าให้บริษัทที่ ‘รัฐบาลเมียนมา’ ไฟเขียว

24 ม.ค. 2568 - 17:09

  • ‘อนุทิน’ ตอกกลับ ‘โรม’ หลังข้องใจเมินตรวจสอบคู่สัญญาซื้อไฟฟ้า โยงเอื้อ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’

  • ย้ำ ‘กฟภ.’ ขายไฟให้บริษัทที่ ‘รัฐบาลเมียนมา’ ไฟเขียว

  • ส่วนอีกฝ่ายจะไปทำอะไรอยู่ ‘นอกอำนาจอธิปไตย-ไม่ใช่หน้าที่’

  • ลั่นเป็น ‘กระทรวงมหาดไทย’ ไม่ใช่ ‘กระทรวงมหาดพม่า’

Anutin_Charnvirakul_Clarifying_case_PEA_selling_electricity_to_neighboring_country_SPACEBAR_Hero_192976e68e.jpg

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ชี้แจงกรณีที่สื่อฯ เมียนมา พาดพิงประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งน่าจะเป็น ‘ประเทศไทย’ กรณีขายไฟฟ้าให้กับ ‘แก๊งคอลเซ็นเตอร์’ ว่า การไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องทำสัญญาซื้อขายกับบริษัทที่ประเทศเพื่อนบ้านเป็นผู้เสนอชื่อมาให้ทางการไทย

สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกระทรวงการต่างประเทศ จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติและยืนยันให้ กฟภ.ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าได้ ถือว่าจบ ส่วนเขาจะนำไฟฟ้าไปทำอะไรต่อเป็นกฎหมายของเขา แต่จะไม่มีที่ กฟภ.ไปขายไฟฟ้าให้กับบริษัทหนึ่ง ซึ่งทำสแกมเมอร์อยู่ แบบนี้ไม่มี พูดง่ายๆ คือการไฟฟ้าไทยขายให้กับการไฟฟ้าเมียนมา แต่เขาไปส่งใคร มันเกินอำนาจอธิปไตยที่เราจะไปยุ่งได้ ซึ่งในสัญญามีการระบุไว้ชัดเจนว่า จะต้องนำไปใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

อนุทิน ชาญวีรกูล

ส่วนกรณีที่ รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นการขายไฟให้กับบริษัทที่ทำคอลเซ็นเตอร์นั้น อนุทิน กล่าวว่า จะได้เป็นข่าว ไม่ทำงาน ก็แค่นั้นเอง

เมื่อท่านพูดมา เราก็ชี้แจงไปเท่านั้นเอง ตอบไป 3 รอบแล้ว ถ้ามีการขายให้คอลเซ็นเตอร์ คนที่ขายก็ไม่ใช่ กฟภ. เป็นบริษัทที่รับซื้อไฟจากเราเป็นคนไปขายต่อ จึงไม่ใช่หน้าที่ของผม และไม่ใช่หน้าที่ของ กฟภ.ที่จะต้องไปตรวจสอบ เพราะมันเกิดขึ้นในประเทศของเพื่อนบ้าน

อนุทิน ชาญวีรกูล

ส่วนกรณีที่ รังสิมันต์ ตั้งข้อสังเกตอีกว่า ทางการไทยไม่มีการตรวจสอบคุณสมบัติของบริษัทคู่สัญญานั้น รมว.มหาดไทย สวนกลับว่า จะไปตรวจสอบลิงที่ไหน? ก็รัฐบาลเมียนมาเขายืนยันมาแล้ว เราต้องเชื่อการรับรองจากรัฐบาลเมียนมา เขาบอกให้ขายกับบริษัทนี้ ตนไม่ได้ขายให้กับปัจเจกบุคคล หรือบริษัทบุคคล แต่เป็นบริษัทที่ได้รับการตรวจสอบ

เหมือนกับเวลาเราไปทำอะไร ก็ต้องถูกตรวจสอบประวัติอาชญากร ประวัติยาเสพติด ถ้าทุกอย่างมีมาครบ เราก็ขาย ตามข้อตกลงที่กระทรวงการต่างประเทศได้ทำไว้กับประเทศเพื่อนบ้าน หรือมติคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น เรื่องตรวจสอบ ใครอยากตรวจสอบก็ทำไป ถ้าพบ เต็มที่กระทรวงการต่างประเทศก็ต้องแจ้งกลับไปว่า บริษัทที่คุณรับรองทำสแกมเมอร์ ให้กลับไปดูให้ดี ทำได้แค่นี้

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามต่อไปถึงประเด็นที่ รังสิมันต์ อ้างว่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ยอมรับกับ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐฯ กิจการตามแนวชายแดนเป็นภัยต่อความมั่นคง มีการรายงานเรื่องนี้มาหรือไม่? รมว.มหาดไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องของ สมช. รายงานไปแล้ว มันเกี่ยวอะไร เพราะเราขายไฟผ่านรัฐบาลผ่านเมียนมา

เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย เพราะนี่กระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่กระทรวงมหาดพม่า

อนุทิน ชาญวีรกูล

แตะเบรกตั้งงบฯ 7.7 พันล้าน จ่าย ‘คดีอัลไพน์’  

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการชดเชยผู้เสียหายในคดีที่ดินอัลไพน์ มูลค่า 7.7 พันล้านบาท ภายหลังอธิบดีกรมที่ดิน ได้รับคำสั่งเพิกถอนที่ดินอัลไพน์จากรองปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้วนั้น

เรื่องนี้ อนุทิน บอกว่า อย่าเพิ่งไปไกลถึงตรงนั้น ตนก็ไม่ทราบว่าใครไปตีมูลค่าที่ดินถึง 7.7 พันล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ต้องฟังข้อมูลทั้งหมด รวมถึงความเห็นของ ถาวร เสนเนียม อดีตรมช.มหาดไทย ที่ระบุว่าหากใช้เงินหลวงจ่าย อาจจะทำให้ผู้เกี่ยวข้องมีความผิด และควรให้ผู้เสียหายไปฟ้องเอาจากผู้ที่กระทำผิด ซึ่งถือเป็นข้อคิด จริงๆ ก็คิดคล้ายๆ ตนเอง

แต่เรื่องนี้ยังไม่ถึงจุดที่ต้องให้นโยบาย เพราะเรื่องทุกอย่างจบที่กรมที่ดิน และเชื่อว่าอะไรที่มาไม่ถูกต้อง และรัฐต้องเป็นผู้ชดใช้ทั้งหมด ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการฟ้องร้องทั้งหมด และมีการสอบสวน และคนที่ซื้อที่ดินทราบหรือไม่ว่าที่ดินมีปัญหาอยู่ ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินเคยบอกว่า มีที่ดินหลายแปลงโฉนดสลักไว้เทาๆ ถ้าอยากดำเนินการต่อ ต้องทราบเอาไว้ ซึ่งเชื่อว่า สุดท้ายผู้เสียหายก็ต้องฟ้อง และผู้ที่ครอบครองที่ดินอัลไพน์ก็ต้องฟ้อง และเมื่อกรมที่ดินเพิกถอนที่ดินไปแล้ว ดังนั้นผู้เสียหายต้องใช้ช่องทางกระบวนการยุติธรรม เช่น ศาลปกครอง ซึ่งจะมีการไต่สวนสอบสวนทุกอย่างจะออกมาหมด

อนุทิน ชาญวีรกูล

ย้ำต้องรอคำสั่งศาลตัดสินให้ ‘ชดเชย’ เชื่อเรื่องนี้ยังอีกยาว

เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยจะมีการตั้งงบประมาณเพื่อชดเชยผู้เสียหายตอนไหน หรือต้องรอให้มีคำสั่งศาลก่อน? อนุทิน กล่าวว่า ไม่มีการตั้งงบฯ ก่อนอยู่แล้ว ของแบบนี้กระทรวงมหาดไทยไม่มีงบฯ จ่าย ถ้าศาลสั่ง จริงๆ ต้องไปของบกลาง หรือขอทางนายกรัฐมนตรี และไปถามสำนักงบประมาณ หากมีคำสั่งศาล เมื่อมีคำพิพากษาให้รัฐชดใช้ค่าเสียหายให้คู่กรณีว่าทำอย่างไร แต่ส่วนใหญ่เราก็ต้องมีข้อมูลว่าสิ่งที่เราทำไปถูกต้องหมด

เรื่องนี้ถึงใช้เวลา 20 ปี ซึ่งผมไม่ทราบว่าทำไมเรื่องถึงมาจบที่ยุคผม ยุคท่านปลัด มท., ท่านอธิบดีกรมที่ดินก็ไม่รู้?

อนุทิน ชาญวีรกูล

เมื่อถามว่า ตราบใดเมื่อไม่มีคำสั่งศาลให้ชดใช้ผู้เสียหาย จะไม่มีการตั้งงบประมาณก่อนใช่หรือไม่? อนุทิน ระบุว่า “กว่าจะตั้ง รอ 3 ศาลนู่น ยังอีกนาน พวกผมไม่อยู่แล้ว”

เมื่อถามถึงแนวทางที่คณะกรรมการกฤษฎีกา เสนอออกเป็น พ.ร.บ.โอนที่ดินให้ผู้เสียหาย แทนการชดใช้เงิน อยู่ในแนวทางการแก้ปัญหาของกรมที่ดินหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ทราบเรื่องนี้เลย เรื่องนี้ไม่เหมือนเขากระโดง เพราะเป็นที่ของรัฐ แต่ที่ดินอัลไพน์ เป็นที่ธรณีสงฆ์

ถ้ามีการเพิกถอน ตอนนี้ที่ดินก็ตกเป็นที่ธรณีสงฆ์ ก็ต้องไปดูกันเอง ตามความต้องการให้มรดกของนางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา

อนุทิน ชาญวีรกูล

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์