อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมต.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธให้ความเห็นกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมต.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ จะลง ส.ส.บัญชีรายชื่อ เบอร์ 1 โดยระบุสั้นๆ เพียงว่า “ยังไม่ทราบเลย ก็ดี”
เมื่อถามถึงมุมมองกรณีหาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น อนุทิน บอกว่า “ตอนนี้ เป็นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่มีระบอบอื่น และการเลือกตั้งในปี 2566 เป็นการแข่งขัน สร้างความชอบธรรมและความดีให้กับประชาชนเป็นคนเลือก ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ นายกฯ จะลงอะไรก็แล้วแต่ เราไม่มีสิทธิไปก้าวก่าย เพราะอยู่คนละพรรค เราได้แต่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และการเป็น ส.ส.ก็เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติและทำงานในสภาฯ เราจะได้เข้าใจความต้องการของประชาชน”
อนุทิน เผยด้วยว่า ได้กำชับลูกพรรคภูมิใจไทย เรื่องกติกาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การลงพื้นที่แล้ว ตอนที่สรุปผู้สมัคร ส.ส. ก็มีการปฐมนิเทศน์กันไปแล้วว่า จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หลีกเลี่ยงการกระทำอย่างไรบ้าง ซึ่งจะต้องไม่ทำอะไรที่มีความสุ่มเสี่ยง หรือผิดกฎหมาย รวมถึงต้องไม่ทำอะไรที่ผิดจริยธรรมด้วยการกล่าวให้ร้ายคู่แข่ง หรือสร้างข้อมูลเท็จต่างๆ ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง ซึ่งพรรคได้แจ้งให้ผู้สมัครของพรรคทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามแล้ว
อนุทิน ยังชี้แจงถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย กรณีเงื่อนไขและข้อผูกมัดในการร่วมรัฐบาลต่อไปว่า จะต้องผลักดันสิ่งที่ค้างคาอยู่ให้เกิดผลสำเร็จ เช่น กฎหมายกัญชา ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขแรกในการร่วมรัฐบาล หากพรรคภูมิใจไทย ได้กลับมา พร้อมย้ำว่า ต้องมีกฎหมายกัญชา ไม่ใช่ใช้เกณฑ์การเมืองดึงให้กฎหมายไม่ผ่าน เพราะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ส่วนการจับมือกับขั้วการเมืองนั้น ต้องดูผลการเลือกตั้งว่าแต่ละพรรคมีจำนวนที่นั่งในสภาฯ เท่าไหร่ ต้องเริ่มจากตรงนั้นก่อน พร้อมยืนยันพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร
“เราทำงาน ใช้งานเป็นตัวผลักดันสร้างคะแนนนิยม ย้ำว่าเราไม่เคยขัดแย้งกับใคร และไกลจากคำว่าเป็นศัตรูเยอะ แต่ถ้าเรื่องเจตนารมณ์ แนวคิด หรืออุดมการณ์ตรงนี้อีกเรื่องหนึ่ง ที่จะต้องพิจารณาว่าเราจะไปด้วยกันได้หรือไม่ได้ ซึ่งตนพูดไปหลายครั้งแล้ว” อนุทิน ระบุ
ส่วนหากจำเป็นต้องเลือกจริงๆ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร มีคนมองว่าเลือกลำบาก ถ้าจำเป็นต้องเลือกจะเลือกใคร อนุทิน ตอบว่า ในทางการเมือง เมื่อเข้าใกล้การเลือกตั้ง ทุกคนจะต้องใช้ผลการเลือกตั้งมาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจทิศทางการเมืองของแต่ละพรรค ซึ่งผลของการเลือกตั้ง ไม่ใช่มีแค่ว่าแต่ละพรรคจะได้เก้าอี้ ส.ส.เท่าไหร่ แต่ยังมีเจตนารมณ์ และพรรคภูมิใจไทย แปลให้ลึกกว่านั้น ว่าประชาชนสั่งให้เราทำอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จสิ้น อนุทิน ได้เดินขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ประมาณ 10 นาที เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดนายกฯ ย้อนหลังเป็นการส่วนตัว พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “ขึ้นไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์นายกฯ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ไม่มีโอกาสได้อวยพรท่าน นำพวงมาลัยไปกราบอวยพร” พร้อมยืนยันว่า ได้คุยเรื่องการเมืองกับนายกฯ เนื่องจากนายกฯ มีแขกมาพบจำนวนมาก ทั้งนี้ นายกฯ ได้ให้เหรียญเสมาหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พิมพ์เลื่อนสมณศักดิ์ รุ่นชัยมงคล พุทธาภิเษก ซึ่งถือเป็นมงคลชีวิต
“จะนำไปบูชาที่เครื่องบินที่ตนขับด้วย เพราะชื่อดี รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์” อนุทิน ระบุ
นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ฝากไปให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมต.คมนาคม อีกด้วย
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ฝากเหรียญหลวงปู่ทวด ไปให้ เนวิน ชิดชอบ ผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ด้วยหรือไม่ อนุทิน ก็หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ลืมไปเลย แต่ความจริงนายเนวิน ไม่ต้องเลื่อนแล้ว ตนก็ลืมไป ไม่ได้ขอเผื่อ” นอกจากนี้ อนุทิน ยืนยันด้วยว่าสุขภาพของนายกฯ ดีขึ้นแล้ว และนายกฯ ไม่ได้เครียดอะไร ซึ่งตนอวยพรขอให้นายกฯ สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมความปรารถนา
เมื่อถามถึงมุมมองกรณีหาก พล.อ.ประยุทธ์ ลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อนั้น อนุทิน บอกว่า “ตอนนี้ เป็นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่มีระบอบอื่น และการเลือกตั้งในปี 2566 เป็นการแข่งขัน สร้างความชอบธรรมและความดีให้กับประชาชนเป็นคนเลือก ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ นายกฯ จะลงอะไรก็แล้วแต่ เราไม่มีสิทธิไปก้าวก่าย เพราะอยู่คนละพรรค เราได้แต่ให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และการเป็น ส.ส.ก็เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติและทำงานในสภาฯ เราจะได้เข้าใจความต้องการของประชาชน”
อนุทิน เผยด้วยว่า ได้กำชับลูกพรรคภูมิใจไทย เรื่องกติกาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การลงพื้นที่แล้ว ตอนที่สรุปผู้สมัคร ส.ส. ก็มีการปฐมนิเทศน์กันไปแล้วว่า จะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หลีกเลี่ยงการกระทำอย่างไรบ้าง ซึ่งจะต้องไม่ทำอะไรที่มีความสุ่มเสี่ยง หรือผิดกฎหมาย รวมถึงต้องไม่ทำอะไรที่ผิดจริยธรรมด้วยการกล่าวให้ร้ายคู่แข่ง หรือสร้างข้อมูลเท็จต่างๆ ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง ซึ่งพรรคได้แจ้งให้ผู้สมัครของพรรคทุกคนรับทราบและปฏิบัติตามแล้ว
อนุทิน ยังชี้แจงถึงจุดยืนของพรรคภูมิใจไทย กรณีเงื่อนไขและข้อผูกมัดในการร่วมรัฐบาลต่อไปว่า จะต้องผลักดันสิ่งที่ค้างคาอยู่ให้เกิดผลสำเร็จ เช่น กฎหมายกัญชา ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขแรกในการร่วมรัฐบาล หากพรรคภูมิใจไทย ได้กลับมา พร้อมย้ำว่า ต้องมีกฎหมายกัญชา ไม่ใช่ใช้เกณฑ์การเมืองดึงให้กฎหมายไม่ผ่าน เพราะไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน ส่วนการจับมือกับขั้วการเมืองนั้น ต้องดูผลการเลือกตั้งว่าแต่ละพรรคมีจำนวนที่นั่งในสภาฯ เท่าไหร่ ต้องเริ่มจากตรงนั้นก่อน พร้อมยืนยันพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเป็นศัตรูกับใคร
“เราทำงาน ใช้งานเป็นตัวผลักดันสร้างคะแนนนิยม ย้ำว่าเราไม่เคยขัดแย้งกับใคร และไกลจากคำว่าเป็นศัตรูเยอะ แต่ถ้าเรื่องเจตนารมณ์ แนวคิด หรืออุดมการณ์ตรงนี้อีกเรื่องหนึ่ง ที่จะต้องพิจารณาว่าเราจะไปด้วยกันได้หรือไม่ได้ ซึ่งตนพูดไปหลายครั้งแล้ว” อนุทิน ระบุ
ส่วนหากจำเป็นต้องเลือกจริงๆ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ประวิตร มีคนมองว่าเลือกลำบาก ถ้าจำเป็นต้องเลือกจะเลือกใคร อนุทิน ตอบว่า ในทางการเมือง เมื่อเข้าใกล้การเลือกตั้ง ทุกคนจะต้องใช้ผลการเลือกตั้งมาเป็นองค์ประกอบในการตัดสินใจทิศทางการเมืองของแต่ละพรรค ซึ่งผลของการเลือกตั้ง ไม่ใช่มีแค่ว่าแต่ละพรรคจะได้เก้าอี้ ส.ส.เท่าไหร่ แต่ยังมีเจตนารมณ์ และพรรคภูมิใจไทย แปลให้ลึกกว่านั้น ว่าประชาชนสั่งให้เราทำอะไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จสิ้น อนุทิน ได้เดินขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้า ประมาณ 10 นาที เพื่ออวยพรวันคล้ายวันเกิดนายกฯ ย้อนหลังเป็นการส่วนตัว พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า “ขึ้นไปแฮปปี้เบิร์ดเดย์นายกฯ เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ไม่มีโอกาสได้อวยพรท่าน นำพวงมาลัยไปกราบอวยพร” พร้อมยืนยันว่า ได้คุยเรื่องการเมืองกับนายกฯ เนื่องจากนายกฯ มีแขกมาพบจำนวนมาก ทั้งนี้ นายกฯ ได้ให้เหรียญเสมาหลวงพ่อทวด เหยียบน้ำทะเลจืด พิมพ์เลื่อนสมณศักดิ์ รุ่นชัยมงคล พุทธาภิเษก ซึ่งถือเป็นมงคลชีวิต
“จะนำไปบูชาที่เครื่องบินที่ตนขับด้วย เพราะชื่อดี รุ่นเลื่อนสมณศักดิ์” อนุทิน ระบุ
นอกจากนี้ นายกฯ ยังได้ฝากไปให้ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมต.คมนาคม อีกด้วย
เมื่อถามว่า นายกฯ ได้ฝากเหรียญหลวงปู่ทวด ไปให้ เนวิน ชิดชอบ ผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ด้วยหรือไม่ อนุทิน ก็หัวเราะพร้อมกล่าวว่า “ลืมไปเลย แต่ความจริงนายเนวิน ไม่ต้องเลื่อนแล้ว ตนก็ลืมไป ไม่ได้ขอเผื่อ” นอกจากนี้ อนุทิน ยืนยันด้วยว่าสุขภาพของนายกฯ ดีขึ้นแล้ว และนายกฯ ไม่ได้เครียดอะไร ซึ่งตนอวยพรขอให้นายกฯ สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดสมความปรารถนา



