อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพียงพอที่จะเสนอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง พ.ศ. ... ที่มีเนื้อหาครอบคลุมการนำกัญชา กัญชง มาใช้อย่างถูกวิธี เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งอย่างแน่นอน
พร้อมเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้าสู่การพิจารณา ทางสภาฯ ให้ความเห็นชอบในหลักการ วาระที่ 1 แล้วในชั้นกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาจนมีมาตราเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากกรรมาธิการฯ ที่มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง โดยเพิ่มขึ้นจาก 45 มาตรา เป็น 95 มาตรา หรือเป็นจำนวน 2 เท่า ของที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอกฎหมาย ซึ่งต้องถือว่าแน่นหนามากแล้ว และเป็นประโยชน์ โดยยังไงก็ต้องผ่าน แต่คราวที่แล้ว เป็นช่วงท้ายของอายุสภาฯ เลยมีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง โดยเกรงว่าพรรคภูมิใจไทย จะได้รับคะแนนนิยมมากเกินไป จึงใช้เทคนิคทางการเมือง
อนุทิน ระบุว่า ทุกพรรคที่อยู่ในกรรมาธิการฯ ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ให้ความเห็นชอบในมาตราต่างๆ ที่ร่างขึ้นมาใหม่ บางพรรคที่บอกไม่เห็นชอบ ก็เสนอให้นำกัญชาไปใช้ในทางสันทนาการ หรือการจัดโซนนิ่งด้วยซ้ำ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเสนอเรื่องพวกนี้ เพราะสนับสนุนในทางการแพทย์, สุขภาพ และเศรษฐกิจเท่านั้น
“แน่นอน หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจะเสนอร่างนี้กลับเข้าไปในสภาฯ อีกครั้ง ขอให้พี่น้องประชาชน ผู้ที่เชื่อมั่นในคุณประโยชน์ของกัญชา ผู้ที่ได้เลือกพรรคภูมิใจไทย เข้ามาในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ด้วยนโยบายกัญชาทางการแพทย์ และสุขภาพ ของพรรคภูมิใจไทย คราวที่แล้วท่านเลือกเข้ามาเราปลดกัญชา จากการเป็นยาเสพติดให้พวกท่านแล้ว เที่ยวนี้ เหลือพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียว ที่จะทำให้นโยบายกัญชาของเราเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยความมั่นคง และมีกฎหมายคอยรองรับ ขอให้ท่านเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปให้เยอะๆ ความกังวลของท่านจะได้หมดไป” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
อนุทิน กล่าวด้วยว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลคราวที่แล้ว ส่วนคราวนี้ แน่นอนว่าจะต้องอยู่ในเงื่อนไขนี้ด้วย โดยเป็นสิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการ เพราะร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นั้นสมบูรณ์แล้ว คราวที่แล้วเงื่อนไขคือปลดกัญชาออกจากยาเสพติด พร้อมออกกฎหมายกัญชา เพื่อให้มีความกระชับ ให้มีการควบคุม ลดความวิตกกังวลของสังคมให้มากที่สุด แต่จริงๆ ทุกวันนี้ การใช้กัญชาไม่เคยทำร้ายสังคม ไม่เคยทำให้เป็นปัญหา แต่มีคนด้อยค่า พยายามกล่าวหาให้ร้าย ดังนั้น ถ้าใครจะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องสนับสนุนกฎหมายกัญชา
พร้อมเผยว่า ร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ ที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้าสู่การพิจารณา ทางสภาฯ ให้ความเห็นชอบในหลักการ วาระที่ 1 แล้วในชั้นกรรมาธิการฯ ได้พิจารณาจนมีมาตราเพิ่มขึ้น ซึ่งมาจากกรรมาธิการฯ ที่มีตัวแทนจากทุกพรรคการเมือง โดยเพิ่มขึ้นจาก 45 มาตรา เป็น 95 มาตรา หรือเป็นจำนวน 2 เท่า ของที่พรรคภูมิใจไทยนำเสนอกฎหมาย ซึ่งต้องถือว่าแน่นหนามากแล้ว และเป็นประโยชน์ โดยยังไงก็ต้องผ่าน แต่คราวที่แล้ว เป็นช่วงท้ายของอายุสภาฯ เลยมีเรื่องการเมืองเกี่ยวข้อง โดยเกรงว่าพรรคภูมิใจไทย จะได้รับคะแนนนิยมมากเกินไป จึงใช้เทคนิคทางการเมือง
อนุทิน ระบุว่า ทุกพรรคที่อยู่ในกรรมาธิการฯ ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ให้ความเห็นชอบในมาตราต่างๆ ที่ร่างขึ้นมาใหม่ บางพรรคที่บอกไม่เห็นชอบ ก็เสนอให้นำกัญชาไปใช้ในทางสันทนาการ หรือการจัดโซนนิ่งด้วยซ้ำ ในขณะที่พรรคภูมิใจไทย ไม่เคยเสนอเรื่องพวกนี้ เพราะสนับสนุนในทางการแพทย์, สุขภาพ และเศรษฐกิจเท่านั้น
“แน่นอน หลังการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยจะเสนอร่างนี้กลับเข้าไปในสภาฯ อีกครั้ง ขอให้พี่น้องประชาชน ผู้ที่เชื่อมั่นในคุณประโยชน์ของกัญชา ผู้ที่ได้เลือกพรรคภูมิใจไทย เข้ามาในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ด้วยนโยบายกัญชาทางการแพทย์ และสุขภาพ ของพรรคภูมิใจไทย คราวที่แล้วท่านเลือกเข้ามาเราปลดกัญชา จากการเป็นยาเสพติดให้พวกท่านแล้ว เที่ยวนี้ เหลือพรรคภูมิใจไทยพรรคเดียว ที่จะทำให้นโยบายกัญชาของเราเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยความมั่นคง และมีกฎหมายคอยรองรับ ขอให้ท่านเลือกพรรคภูมิใจไทยเข้าไปให้เยอะๆ ความกังวลของท่านจะได้หมดไป” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าว
อนุทิน กล่าวด้วยว่า เรื่องดังกล่าวถือเป็นเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาลคราวที่แล้ว ส่วนคราวนี้ แน่นอนว่าจะต้องอยู่ในเงื่อนไขนี้ด้วย โดยเป็นสิ่งแรกที่จะต้องดำเนินการ เพราะร่าง พ.ร.บ.กัญชาฯ นั้นสมบูรณ์แล้ว คราวที่แล้วเงื่อนไขคือปลดกัญชาออกจากยาเสพติด พร้อมออกกฎหมายกัญชา เพื่อให้มีความกระชับ ให้มีการควบคุม ลดความวิตกกังวลของสังคมให้มากที่สุด แต่จริงๆ ทุกวันนี้ การใช้กัญชาไม่เคยทำร้ายสังคม ไม่เคยทำให้เป็นปัญหา แต่มีคนด้อยค่า พยายามกล่าวหาให้ร้าย ดังนั้น ถ้าใครจะมาร่วมกับพรรคภูมิใจไทย หลังการเลือกตั้งครั้งหน้า ต้องสนับสนุนกฎหมายกัญชา



