‘อนุทิน’ ยันพรรคร่วมสามัคคีกันดี ‘พท.-ภท.’ ไม่เคยขัดแย้ง ขออย่าโยงเรื่อง ‘เขากระโดง’

14 พ.ย. 2567 - 13:44

  • ‘อนุทิน’ ย้ำพรรคร่วมรัฐบาลมีเป้าหมายเหมือนกันทำประโยชน์ให้ประชาชน-ประเทศชาติ หลัง ‘ทักษิณ’ ชมพรรคร่วมสามัคคีกันดี

  • ยัน ‘พท.-ภท.’ ไม่เคยขัดแย้งปม ‘เขากระโดง’ ขอคนนอกวงอย่าคาดเดา

  • ชี้ไม่มีเหตุผลต้องปกป้องผลประโยชน์ใคร ลั่นไม่ให้ใครมาด่าสาดเสียเทเสีย

Anutin_confirms_that_the_coalition_parties_are_united_Pheu_Thai_Bhumjai_Thai_has_never_been_in_conflict_SPACEBAR_Hero_e730014fb3.jpg

อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย  (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ปราศรัยที่จังหวัดอุดรธานี ระบุว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้พูดคุยกับนายอนุทินเรื่องการปราบปรามยาเสพติด ว่า คุยกันอยู่ทุกวัน ตั้งแต่สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี การป้องกัน ปราบปรามทำลายล้างยาเสพติด เป็นนโยบายที่ทางพรรคเพื่อไทย (พท.) รวมถึงพรรคภูมิใจไทยเห็นพ้องต้องกันแบบไม่มีข้อแตกต่าง มุ่งมั่นตั้งใจปราบปรามยาเสพติดให้ได้มากที่สุด

“ซึ่งการจะบอกให้ปราบปรามโดยสิ้นซากคงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่ได้ผลิตในประเทศไทย แต่ยาเสพติดเหล่านี้ถูกผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน สิ่งที่เราทำได้คือการสร้างอุปสรรคทุกอย่างในการลำเลียงขนส่งยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย จะเห็นได้จากข่าวว่ามีการจับกุม ทำลายล้าง ดำเนินคดี เพื่อไม่ให้ยาเสพติดเหล่านี้เข้ามาในประเทศไทยทุกรูปแบบ”

ส่วนการกวาดล้างจะเข้มข้นเหมือนยุคที่นายทักษิณเป็นนายกฯ หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ต้องเอาให้เข้ม นายกฯแพทองธาร มีความเกลียดชัง รังเกียจ การค้ายาเสพติด ไม่น้อยกว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ รวมถึงนายเศรษฐาด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยทำอยู่ตลอดทุกจังหวัด

เมื่อถามว่าได้ประเมินหรือไม่ หลังนายทักษิณเริ่มลงพื้นที่ อนุทิน กล่าวว่า คิดว่าคนไทยทุกคน ถ้าคิดจะทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านเมือง ทำแล้วประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นใครคนใดคนหนึ่ง ทุกคนช่วยกันทำประเทศไทยจะดีขึ้น

ส่วนจะสะท้อนภาพรัฐบาลแน่นปึ้กเพราะนายทักษิณ ระบุว่าตอนนี้พรรคร่วมรัฐบาลก็สามัคคีกันดีอยู่ อนุทิน กล่าวว่า เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ภาพรวมเป้าหมายต้องเหมือนกัน ซึ่งการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเป้าหมายหลักคือประชาชน ประเทศชาติ ตรงนี้เหมือนกันแน่นอน ส่วนการดำเนินการ ก็เป็นไปตามภารกิจของแต่ละกระทรวงซึ่งร่วมกันขับเคลื่อนอย่างดี 

“อย่างนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม จะเดินทางไปต่างประเทศ และในสัปดาห์หน้าจะมีเรื่องสำคัญเข้า ครม.โทรศัพท์มาบอกรบกวนฝากให้พิจารณา และผ่านความเห็นชอบในฐานะที่เป็นรักษาการแทนนายสุริยะ พอตนอ่านดูแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ ตนก็เซ็นให้ ไม่เคยคิดอะไรที่เป็นเรื่องการเมือง อันนี้ทำไปแล้วพรรคจะเสียคะแนน พรรคท่านจะได้คะแนน ไม่เคยคิด ย้ำว่าเป็นรัฐบาลก็คือรัฐบาล หากทำดีอานิสงส์ก็ปกแผ่ไปหมด”

เมื่อถามว่าการที่นายทักษิณ ออกมาระบุเช่นนี้เป็นการสยบข่าว ความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยกรณี ‘เขากระโดง’ หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่เคยมีความขัดแย้ง มันไม่เคยมีความขัดแย้ง ตนถึงได้พูดว่าเปลี่ยนชื่อเป็นบ่างกันหรือยัง เพราะเรื่องความขัดแย้ง เป็นการคาดคะเนของคนที่ไม่อยู่ในวง มันมีตรงไหนที่แสดงให้เห็นถึงความขัดแย้ง หากบอกว่า มีประเด็นความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยในช่วงสองสัปดาห์อาทิตย์ที่แล้วตนยังได้มีโอกาสตามนายกฯ ไปประชุมที่คุณหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ท่านให้เกียรติตนตลอดเวลาแล้วจะมีความขัดแย้งตรงไหน 

“ผมไม่เข้าใจ ที่มีคนกล่าวว่า เพื่อไทยเอาคืนภูมิใจไทย เรื่องเขากระโดง ผมขอถามว่า พรรคเพื่อไทยจะเอาคืนพรรคภูมิใจไทยเรื่องอะไร เพราะพรรคเพื่อไทยไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยเรื่องของกระโดงเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายปฏิบัติตามคำสั่งศาล ปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบของกรมที่ดิน และไม่ต้องกังวลเรื่องตัวของผมเองเลย แม้แต่ตารางมิลเดียวอย่าว่าแต่ตารางวาเลย ที่เขากระโดงไม่เกี่ยวข้อง ไม่มีเหตุอะไรที่ผมต้องไปปกป้องผลประโยชน์ของใคร

อยู่กระทรวงมหาดไทย กว่าจะมาได้แทบตาย เสร็จแล้วจะไปปกป้องผลประโยชน์ให้คนมาด่า สาดเสียเทเสีย ต่อให้พ้นตำแหน่งไปก็ยังโดนตราบาปไปตลอดชีวิต จดเอาไว้เลยว่า ไม่มีกับคนชื่ออนุทิน ผมไปไหนต้องทำให้คนจำ ถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ที่ได้ทำเอาไว้” อนุทิน กล่าว

ส่วนกรณีที่เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา แนะนำให้กรมที่ดิน และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พูดคุยกันเพื่อเจรจาหาข้อยุติในเรื่องนี้ อนุทิน กล่าวว่า มีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลา และตั้งคณะกรรมการร่วมกัน ส่วนที่บอกว่าคณะกรรมการตามมาตรา 61 ไม่มีการรถไฟฯ เพราะต่างคนต่างเป็นคู่กรณี แต่เขามีกรรมการแยกต่างหากแล้วค่อยไปตั้งกรรมการร่วมกัน

“ฉะนั้นขออย่านำเรื่องนี้มาโยงกับ รมว.มหาดไทย เพราะเรื่องพวกนี้จบในกรม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบนโยบายและสั่งการกรมที่ดินให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบทุกอย่างไม่มีการเอื้อหรืออำนวยความสะดวกให้กับใคร ส่วนจะจบอย่างไรก็ให้เป็นไปตามนั้นไม่ต้องมารายงานรัฐมนตรีเพราะหากไม่เป็นไปตามกฎหมายก็ต้องมีคนร้องคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือหากการรถไฟ ยังไม่พอใจก็ไปฟ้องศาลต่อซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนอยู่แล้ว”

อนุทิน กล่าวด้วยว่า หลายเรื่องที่มีการนำเสนอข่าวออกไปผิดหมดเลย ยกตัวอย่าง กรณีการลาออกของอดีตอธิบดีกรมที่ดิน ที่มีการอ้างว่าถูกแรงกดดัน จึงลาออกเพราะไม่อยากเข้าคุก ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง เนื่องจากต้องการไปดูแลภรรยาที่ป่วย และเมื่อเขามีความจำเป็นก็ต้องเคารพการตัดสินใจ

“มองว่าการเสนอข่าวต้องมีความแม่นยำข้อมูลให้มากกว่านี้ และแหล่งข่าวไม่ต้องไปหาที่ไหน เพราะตนให้สัมภาษณ์รายวันอยู่แล้ว เจอผู้สื่อข่าวก็วิ่งเข้าหาทุกที​ ไม่เคยให้ต้องมาตาม เราต้องมาคุยกันแบบนี้ อย่าไปฟังตรงโน้นทีตรงนี้ที และเกิดความปั่นป่วนวุ่นวายในการบริหารราชการแผ่นดิน คุณไม่ได้เดือดร้อน ตนไม่ได้เดือดร้อน แต่คนเดือดร้อนคือประชาชน”

ส่วนกรณีที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ลงพื้นที่จังหวัดอุดรธานี​ จะเป็นการไปหาข้อมูลเพื่อเตรียมล้มรัฐบาลหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลหากดูสถิติจะล้มล้มกันเองในรัฐบาล ไม่เคยล้มข้างนอก เพราะฉะนั้นคนในรัฐบาลต้องทำลายสถิติ ต้องรักต้องสามัคคีทำงานเพื่อชาติและประชาชน มันก็จะไม่มีอะไรล้มได้

เมื่อถามย้ำว่ารัฐบาลจะอยู่ครบวาระใช่หรือไม่ อนุทิน​ กล่าวว่า​ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายเราอยากจะทำงานให้สืบทอดนโยบายต่างๆ ให้สำเร็จ อยู่ได้แค่ไหนก็แค่นั้น แต่เป้าหมายคือต้องอยู่ทำงานให้เป็นรูปธรรม และสำเร็จ พร้อมขอว่าอย่ายุ​ เพราะมันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว เพราะมันเป็นเรื่องของการทำงานอย่างไรก็ไม่มีปัญหา หลักคือต้องทำไปตามกฎหมาย และเพื่อประชาชน กับประเทศชาติ ไม่ผิดระเบียบจารีต วัฒนธรรม ประเพณี ซึ่งทุกคนก็ยึดถืออยู่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์