สะบั้นสัมพันธ์! ‘อนุทิน’ ซัด ‘ชูวิทย์’ ชาตินี้คงไม่ต้องคบหากันแล้ว

28 ก.พ. 2566 - 10:42

  • หักสัมพันธ์ 10 ปี! ‘อนุทิน’ ลั่นถึง ‘ชูวิทย์’ ชาตินี้คงไม่ต้องคบหากันแล้ว

  • แจงไม่เคยเสนอดีล 50 ล้าน แลกดึงช่วยหาเสียง กทม.

  • ปัดไม่รู้เจ้าหน้าที่ สธ. ลงตรวจ ‘บาร์กัญชา’ ในโรงแรมอีกฝ่าย ยันไร้กลั่นแกล้ง

  • ย้ำ ‘เนวิน’ ไม่เคยอยู่เบื้องหลัง ทุกการตัดสินใจจบที่ตัวเอง

Anutin_cuts_relationship_with_Chuwit_SPACEBAR_Hero_1f0eb574f1.jpeg
(27 ก.พ. 2566) อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมต.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมืองและนักธุรกิจกลางคืน ออกมาระบุว่า เจ้าตัวเคยเสนอเงินจำนวน 50 ล้านบาท เพื่อช่วยหาเสียงให้พรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดย อนุทิน หัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่รู้จะชี้แจงอะไร เพราะมันไม่เคยเกิดขึ้น เป็นเพียงการมโนบางอย่างของนายชูวิทย์ หรือเปล่า ยืนยันว่า ตนเองไม่เคยทำแบบนั้น ส่วนเงิน 50 ล้านบาท ก็ไม่เคยเสนอให้  

ทั้งนี้ ตนเองและ ชูวิทย์ รู้จักกันมากว่า 10 ปี ส่วนใหญ่จะเป็นการให้กำลังใจกัน ไม่เคยมีอะไรที่ขัดแย้งกัน และไม่เคยมีอะไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งตนเองยังคิดไม่ออกว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่อยากใส่ใจและเข้าใจว่า ชูวิทย์ คงมีความจำเป็นบางประการที่ต้องทำเช่นนี้กับคนที่เคยเรียกว่าเพื่อน 

“รุ่นพ่อ และรุ่นลูก ต่างก็เป็นเพื่อนกัน อยู่เมืองนอก ผมก็ดูแลเทคแคร์ลูกๆ ของผม รวมถึงลูกๆ ของนายชูวิทย์ด้วย ผมขอเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้ดีกว่า เพราะด้วยวิถีชีวิตแบบนี้ ชาตินี้ก็คงไม่ต้องคบหากันอีกแล้ว ก็จะจำสิ่งดีๆ เอาไว้ จะได้ไม่ต้องคิดถึงสิ่งที่ไม่ดีต่อกัน” อนุทิน กล่าว  

อนุทิน กล่าวอีกว่า การจะกลับไปสานสัมพันธ์เชื่อมต่อกันก็คงลำบาก เพราะไม่ใช่เรื่องของตนเองกับ ชูวิทย์ แต่เป็นเรื่องของพรรคภูมิใจไทย เป็นเรื่องของบุคคลที่ตนเองเคารพ หากมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นก็คงลำบากใจ และจะถือว่าในวันที่ยังดีกันอยู่ ก็ยังดีต่อกันมาตลอด ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่าเวลาจะพูดอะไรต้องพูดด้วยความจริงให้ครบ  
อนุทิน ยืนยันด้วยว่า ไม่เคยโทรฯ หา ชูวิทย์ ก่อน ขณะที่เบอร์ ชูวิทย์ โทรฯ เข้ามาก็เป็น ‘No Caller ID’ เป็นเบอร์ไม่แสดงชื่อ ซึ่งเมื่อรู้ว่าเบอร์ที่โทรฯ มาเป็น ชูวิทย์ ก็จะโทรฯ กลับไปทุกครั้ง ใครโทรมาหาก็จะโทรกลับทุกครั้ง ล่าสุดเมื่อ 2 อาทิตย์ที่แล้ว ชูวิทย์ ยังโทรฯ มาให้กำลังใจในการทำพื้นที่ กทม. และบอก ชูวิทย์ กลับไปว่า หากมีอะไรให้ช่วยได้ยินดีที่จะช่วย และยอมรับว่า มีการคุยกันเรื่องการเลือกตั้งครั้งนี้ แต่ไม่ได้ลงรายละเอียด เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยได้ พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ มาเป็นแม่ทัพ กทม. ก็เหลือแต่เพียงว่า มากินข้าวกัน  

“ตอนที่นายชูวิทย์ เปิดโปงเรื่องตู้ห่าว ผมเองก็ยังโทรศัพท์ไปให้กำลังใจ แต่นึกไม่ถึงว่าไมตรีจิตจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เหมือนคนไม่รู้จักกันได้เร็วขนาดนี้ ซึ่งจริงๆ แล้วในอาทิตย์นี้จะมีการนัดกินข้าวกัน แต่ก็คงไม่ทันได้นัด คงไม่มี และคงไม่ได้กินข้าวกันแล้ว” อนุทิน กล่าว 

ส่วนกรณีที่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุข บุกไปตรวจค้นบาร์กัญชาที่เช่าพื้นที่ในโรงแรมของ ชูวิทย์ นั้นตนเองก็ไม่ทราบว่ากระทรวงสาธารณสุข ส่งคนไป และก็ไม่ใช่นิสัยของตน อีกทั้งในช่วงนี้เริ่มจะปล่อยวางงานประจำในกระทรวง เพราะอีก 2 อาทิตย์ อายุของรัฐบาลชุดนี้ก็จะจบแล้ว และจะเป็นเพียงรัฐมนตรีรักษาการ ตนรู้ว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ซึ่งเริ่มเก็บของในห้องทำงานแล้ว คงไม่มีเวลาเข้าไปทำงานในกระทรวงแล้ว  

เมื่อถามว่า มีใครเอาใจสั่งให้คนไปตรวจค้นหรือไม่ อนุทิน ก็ย้ำว่า ไม่ทราบ และคนในกระทรวงสาธารณสุข ทำงานด้วยกันมา 4 ปี จะรู้สไตล์การทำงานว่า ไม่ต้องให้คนมาเอาใจ เพราะยิ่งให้ใครมาเอาใจจะเป็นการเสียเวลากับตนมาก ตนยึดงานเป็นหลัก การเข้าไปค้นร้านไม่ใช่คำสั่งของตนเองแน่นอน เพราะเรื่องแค่นี้ไม่ได้ถือว่าต้องไปเอาคืน ตนไม่ใช่คนที่มีอุปนิสัยอย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไร คนที่รู้จักตนดีจะทราบ 

“หากตนเองจะทำหรือจะเอาคืนนายชูวิทย์ ไม่มีหรอกที่จะตีงูให้หลังหัก หรือไปทำเพื่อให้เกิดสัญลักษณ์ ไม่ใช่แน่นอน ทำแล้วต้องเห็นผล เห็นผิดเห็นถูกกันอย่างชัดเจน ผมไม่มีอะไรจะฝากไปถึงนายชูวิทย์ เพราะเราก็คงไม่มีอะไรต่อกันแล้ว ให้ต่างคนต่างใช้ชีวิตตามวิถีทางของตนเองให้ดีที่สุด หากวันพรุ่งนี้ถ้านายชูวิทย์จะบุกไปหาถึงทำเนียบรัฐบาลก็จะไม่ออกมาเจอ ไม่มีความจำเป็น และไม่ใช่หน้าที่” อนุทิน ระบุ 

เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทย ถือเป็นแพะหรือไม่ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทย ไม่ใช่แพะ และย้อนว่า ถ้าหากทำงานการเมืองและทนแบบนี้ไม่ได้ ก็ต้องอยู่ที่บ้าน แต่พรรคภูมิใจไทย ไม่เล่นเกมส์แบบนี้ 

ส่วนกรณีที่ ชูวิทย์ พาดพิงไปถึง เนวิน ชิดชอบ ประธานบริหารสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนั้น อนุทิน ก็ยืนยันว่า เนวินเป็นพี่คนหนึ่งที่นับถือ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดิน การจะตัดสินใจอะไร หรือดำเนินนโยบายอยู่ที่ตนเอง จบที่ตน ไม่ผ่านใคร ถ้าหากเป็นถึงรองนายกรัฐมนตรีแล้วไปปรึกษาคนอื่นก็แย่แล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์