อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว “รอยร้าว ‘2 น.’ ในพรรคภูมิใจไทย” โดย อนุทิน กล่าวว่า “เลขาธิการพรรคตอบไปแล้ว เป็นเรื่อง ‘นก’ กับ ‘เน’ – พ่อลูก”
ผู้สื่อข่าวจึงถามกลับว่า แล้ว ‘หนู’ กับ ‘เน’ เป็นอย่างไร อนุทิน ตอบว่า “ไม่ต้องห่วง” พร้อมถามกลับว่า “ทำไมต้องสงสัย?” ผู้สื่อข่าวจึงบอกว่า ต้องการให้นายกฯ อธิบายให้ชัด ก่อนที่ อนุทิน จะระบุว่า “ไม่เห็นต้องอธิบายอะไรเลย และสมัยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘เนทิน’ กับ ‘อนุวิน’ อยู่แล้ว ขออย่าใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง”
เมื่อถามย้ำว่า แปลว่ายังเหนียวแน่นกันดีหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มันไม่ต้องแปลนี่ครับ”
ส่วนในระดับลูกน้องมีการขัดแย้งกันหรือไม่ อนุทิน หัวเราะ แล้วบอกว่า “พอบอกข้างบนไม่ทะเลาะ ก็บอกว่าลูกน้องทะเลาะ ลูกน้องใครในพรรคภูมิใจไทย ลองกล้าทะเลาะกันดูสิ โดนกันมาไม่รู้กี่คนแล้ว”
โดนดุ โดนแซว โดนไก่ย่างถูกเผาไม่รู้กี่คนแล้ว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มั่นใจใช่หรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีความขัดแย้ง อนุทิน ระบุว่า “ก็ผมเพิ่งตอบไปอยู่นี่ไง วันนั้นก็ไก่ย่างถูกเผาไป 4-5 คน ไปลองถามดูได้ว่าใครโดน”
ย้ำไทยไม่ใช่ทางผ่านยาเสพติด–กำชับตรวจสอบเข้มขึ้น
สำหรับกรณีที่แอร์โฮสเตสการบินไทยถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมจากลักลอบนำเข้ายาเสพติดนั้น อนุทิน ระบุว่า ได้รับรายงานแล้ว โดยในช่วงเวลา 13.30 น. ของวันนี้ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มารายงานสถานการณ์ ก่อนที่พรุ่งนี้จะประชุมใหญ่ และควรจะมีข้อสั่งการอะไรออกไปหลังการประชุม
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กระทบความเชื่อมั่นของประเทศมากน้อยเพียงใด นายกฯ กล่าวว่า “การขนยาเสพติดออกไปไม่ใช่เรื่องที่ดีอยู่แล้ว ต้องมีการกำชับให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น แต่การขนส่งแบบนี้เครื่องที่ใช้ตรวจเน้นตรวจโลหะ และหากจะไปตรวจกระเป๋าสัมภาระอย่างละเอียด ก็เดี๋ยวจะมีปัญหาขึ้นมาอีก โดยเฉพาะกรณีนี้เป็นลูกเรือ ต้องมีการกำหนดวิธีการและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น”
เมื่อถามว่าจะสามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า “ผมก็ถามเลขา ป.ป.ส. พร้อมกันนี้ผมยืนยันว่า ประเทศไทยไม่ใช่ทางผ่านของยาเสพติด เพราะประเทศไทยปราบเยอะมาก เวลาปราบได้ทำไมสื่อมวลชนไม่ถาม ซึ่งปราบครั้งหนึ่งได้จำนวนยาเยอะมาก”
นี่ก็รอให้ผมไปเป็นประธานเผายาเสพติดอยู่ และที่ผ่านมาก็ได้มีการสนับสนุนเครื่องมือในการตรวจจับยาเสพติด รัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ขู่ ‘โกงสอบท้องถิ่น’ สาวถึงใครต้องถูกลงโทษ รับกระบวนการใหญ่ต้อง ‘ล้างระบบ’
นายกรัฐมนตรียังให้สัมภาษณ์กรณี “การตรวจสอบทุจริตสอบท้องถิ่น” ที่ขณะนี้ครบ 7 วันในการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง ว่า บ่ายวันเดียวกันนี้ (2 ก.ค.) ได้เชิญหลายหน่วยงานมาหารือ โดยมีเรื่องที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะมารายงานผลการสอบสวน
ส่วนนายกฯ จะเป็นผู้แถลงเรื่องการสอบทุจริตโกงสอบท้องถิ่นด้วยตัวเองหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ไม่จำเป็น เรื่องโกงข้อสอบเราดำเนินการไปถึงใคร คนนั้นต้องถูกลงโทษ ไม่มียกเว้นใครแน่นอน”
เมื่อถามว่าได้รับรายงานว่ามีคนในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ตอนนี้ไม่ต้องถามเกี่ยวไม่เกี่ยว เพราะมีการสอบเส้นเงินแล้ว ถ้าไม่เกี่ยว ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะกล้าย้ายหรือ ฉะนั้นทุกอย่างมีขั้นตอนเดินไป”
มีฝ่ายที่ตรงข้ามผมใส่ความกันใหญ่เลย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้ดีหมดทุกอย่าง รู้กระทั่งต้องไปดำเนินการป้องกันสถานที่ เพราะเดี๋ยวที่เก็บข้อสอบก็มีไฟฟ้าลัดวงจรอีก ไม่ต้องห่วง คัดลอกไว้หมดแล้ว ทั้งฮาร์ดดิสก์ ซอฟต์ดิสก์ เอกสารต่าง ๆ
เมื่อถามว่ามองเป็น “กระบวนการทุจริตขนาดใหญ่” หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “แน่นอน ผมถึงบอกว่าไม่ใช่ไม่รู้ ผมถึงสั่งแบบนี้ ก็อย่าเพิ่งรับซิ ‘ต้นไม่พิษ’ พอคณะกรรมการท้องถิ่นไปประชุม ก็แย้งคำสั่ง แย้งแนวทางผม มีทั้งหมด 20 กว่าคนมาจากท้องถิ่น โหวตบอกว่า ต้องรับ”
มีแต่กระทรวงมหาดไทยบอก ต้องยื่น ซึ่งจริง ๆ ทำอย่างนั้นผมก็หลุดแล้ว ก็ไปแก้ไขปัญหากันเองข้างหน้า เพราะผมสั่งแล้ว กันไว้หมดทุกอย่าง ไม่ให้รับ
เมื่อถามว่าถือว่าคำสั่งนายกฯ เด็ดขาดแล้วใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ไม่ คำสั่งคือสั่งได้แต่กระทรวงมหาดไทย แต่ทางกระทรวงมหาดไทยก็ไปตั้งคณะกรรมการขึ้นมาให้กำหนดวิธีสอบ วิธีรับว่าจะทำอย่างไร จะบรรจุอย่างไร แต่ตอนนี้อยู่ใต้อำนาจนั้นอยู่ จึงต้องโหวตมา เขาบอกว่าต้องรับ ผมเห็นว่าไม่ควรจะรับ แต่เมื่อโหวตมาอย่างนั้น เขาสั่งให้รับก็ต้องรับผิดชอบไป และผมก็ไปดูในส่วนของกระทรวงมหาดไทยว่าตรงนั้นเป็นการมอบอำนาจหรือเป็นกฎหมาย ก็ทำอะไรไม่ได้”
หากกรรมการสั่งให้รับแล้วเกิดเสียหายทีหลัง แล้วมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เขาก็ต้องรับไป ผมทำหน้าที่ของผมไปแล้วเรื่องการป้องกัน และจากนี้จะทำหน้าที่เรื่อง การดำเนินคดี ติดตามค้นหาผู้กระทำผิด แล้วไปดูว่ากฎเกณฑ์ตรงไหนเปลี่ยนแปลงได้ ก็จะไปเปลี่ยนแปลงแก้ไข กระจายอำนาจกันสุ่มสี่สุ่มห้าก็เป็นแบบนี้
ลั่นยุค ‘ปู่จิ้น มท.1’ ไร้ปัญหา ‘นายอำเภอ’ โวเป็นคนป้องกันก่อนสอบ
ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า “เหมือนจะมีทุจริตทุกสนามสอบ” แบบนี้ต้อง “ล้างระบบ” หรือไม่นั้น อนุทิน กล่าวว่า “สิ่งที่ทำตรงนี้ตีแผ่ออกมา ผลสอบออกมาคงต้องมีการสังคายนา ถ้าล้างได้เราก็ล้าง แต่นี่เป็นกระบวนการใหญ่ ไม่ใช่วันนี้จับได้แล้วจบกันแค่นี้ มันต้องวงใหญ่”
ต้องบอกก่อนว่าใครชอบไปพูด มีตั้งแต่สมัยผู้พ่อเป็น มท.1 ยันลูกเป็น มท.1 ยืนยันไม่รู้เรื่องอะไรเลย พ่อผม (ชวรัตน์ ชาญวีรกูล) ไม่ได้มีปัญหาเรื่องนายอำเภอ และตัวผมเองที่บอกเข้ามาตั้งหลายปีแล้วไม่รู้เรื่องว่าเขาโกงกัน รู้ไง ผมเป็นคนยกเลิกไม่ให้สอบ หลังจากนั้น 2-3 ปี รวมเวลาที่ผมไปพักร้อนก็ประมาณ 3 ปี ไม่มีการสอบอีกเลย จนเขาอ้างว่าเพราะผมอยู่จึงไม่ได้สอบมา 2 ปี กว่าจะมาสอบ และจริง ๆ เรื่องสอบเป็นเรื่องของกรม ถามว่าต้องแจ้ง รมว.มหาดไทยหรือไม่ ไม่ต้อง ไม่ใช่เรื่อง แต่ต่อให้เขาทำก็ต้องทำด้วยวิธีการที่ถูกต้อง รมว.มหาดไทยตอนนี้ที่ลงมายุ่งก็เพราะว่าทำไม่ถูกต้อง ทำแล้วมีเรื่องมีราวก็ลงมาดำเนินการ และอย่าลืมว่าคนที่ตั้ง MOU ให้ 7 หน่วยงานมาร่วมกันป้องกันการทุจริตเมื่อ 2 ปีกว่าที่แล้วก็ผม แล้วจะบอกว่าไม่ดำเนินการได้อย่างไร
ชม ‘สุริยะ’ คุยมาเลเซียแก้ ‘แบนกุ้งไทย’ สัปดาห์หน้าเตรียมคุย ‘อันวาร์’ ปมชายแดน-ความมั่นคง
ส่วนเมื่อถามถึงการเตรียมความพร้อมเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 9-10 ก.ค.นี้ จะมีการหารืออะไรกับผู้นำมาเลเซียบ้างนั้น
อนุทิน กล่าวว่า “พูดคุยกันหลายเรื่อง ทั้งเรื่องสถานการณ์ชายแดน ความรุนแรง และเรื่องเกษตร ทั้งกุ้งและปลา ซึ่งตอนนี้เบื้องต้น สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้บินไปพบกับ รมว.เกษตรฯ ของมาเลเซีย ประชุมกันอย่างจริงจัง มีการร่างข้อตกลงการแก้ไข ซึ่งแนวโน้มค่อนข้างดี เป็นเรื่องที่ดีมาก”
ในช่วงที่ผมเดินทางเยือนประเทศรัสเซีย ได้พบกับ อันวาร์ บิน อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็มีการตกลงกันว่าเราจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ก่อนที่ผมจะเดินทางไปเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า โดยการเดินทางเยือนมาเลเซียในครั้งนี้ ก็จะลงนามร่างข้อตกลงในการแก้ปัญหาเรื่องการแบนนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยด้วย
อนุทิน เผยด้วยว่า ในการเดินทางเยือนมาเลเซีย มีหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมถึงมีหน่วยงานความมั่นคงและทหารร่วมคณะเดินทางไปกับผมด้วย เพื่อหารือในเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยจะมีการพูดคุยเรื่องอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ความมั่นคง และสถานการณ์ชายแดน
ไม่ได้ติดตาม ‘ถกงบฯ 70’ ติดภารกิจที่ฝรั่งเศส
ส่วนเมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการติดตามการประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระหว่างวันที่ 29 มิ.ย. - 1 ก.ค. อนุทิน เผยว่า “ผมไม่ได้มีเวลา เนื่องจากต้องไปทำหน้าที่ที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเวลาต่างกับประเทศไทย”




