‘อนุทิน’ ท้าเปิดชื่อ! ‘นักการเมือง’ รับเงินสแกมเมอร์

28 ต.ค. 2568 - 18:10

  • ‘อนุทิน’ ขอโทษประชาชนที่ทำให้สับสน กรณีบอก ‘ไทยก็รุกล้ำเขมร’

  • ยันไม่รู้จัก ‘นักการเมือง ช.’ รับเงินสแกมเมอร์ ท้าถ้ามั่นใจเปิดชื่อมาเลย

  • ย้ำ ‘เอ็มโอยูแรร์เอิร์ธ’ ไม่ใช่สัมปทาน

‘อนุทิน’ ท้าเปิดชื่อ! ‘นักการเมือง’ รับเงินสแกมเมอร์

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในหลายประเด็น เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง ภายหลังกลับจากประเทศมาเลเซีย

โดยสื่อมวลชนอยากให้นายกรัฐมนตรีสร้างความชัดเจนในกรณีที่ระบุว่า “ไทยก็มีการรุกล้ำพื้นที่ของกัมพูชา” เรื่องนี้ อนุทินชี้แจงว่า เมื่อเช้า (28 ต.ค.) ให้สัมภาษณ์ไปแล้ว เราต้องบอกว่าต่างคนก็ต้องทำตามข้อตกลงที่ระบุไว้ และที่ผมพูดนั้น หมายถึง “พื้นที่อ้างสิทธิ์” ต่างคนต่างอ้างสิทธิ์กันอยู่ เราก็ทำให้มันเคลียร์ไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นพื้นที่ที่กำลังมีปัญหาข้อพิพาทอยู่ใช่หรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “พื้นที่ที่มีปัญหาอยู่ ซึ่งทั้งสองฝั่งต้องเจรจาต่อไปเพื่อให้เกิดความชัดเจน ไม่มีอะไรหรอก”

เมื่อตั้งข้อสังเกตว่า จากการให้สัมภาษณ์ มีประชาชนเกิดความสับสนในเรื่องนี้? อนุทิน กล่าวว่า “ก็ขอขอโทษด้วยที่ทำให้เกิดความสับสน ผมต้องการจะบอกว่า ทุกอย่างทั้งสองฝ่ายต้องทำตาม”

ส่วนเมื่อถามไปถึงภาพนายกรัฐมนตรีจับมือกับ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา มีความรู้สึกอย่างไร? อนุทิน กล่าวว่า “เราลงนามเรื่องของข้อตกลง และทางฝ่ายกัมพูชาก็ขอพบ พร้อมทั้งแจ้งให้เราได้ทราบว่าข้อตกลงต่างๆ จะดำเนินการไปด้วยความรวดเร็ว ซึ่งผมเรียน ฮุน มาเนต ไปว่าประเทศไทยก็พร้อมดำเนินการในส่วนของเรา เมื่อทางกัมพูชาได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อแล้ว ซึ่งเขายืนยันว่าจะเร่งปฏิบัติ และพูดกับเราว่า ในส่วนที่เราต้องดำเนินการ เช่น กรณีการคืนตัวทหารกัมพูชา 18 นาย เราก็บอกว่าถ้ามีการปฏิบัติตามข้อตกลง ไปถึงจุดที่ฝ่ายทหารของเรามีความแน่ใจแล้วว่าเราจะทำเรื่องนี้ได้จนจบ เราก็พร้อมที่จะคืนตัว ซึ่งขณะนี้เราเตรียมการเรื่องการตรวจสุขภาพของทหารฝ่ายเขา เพื่อให้มั่นใจว่า เมื่อเดินทางกลับไปแล้วจะได้ไม่มีข้อสงสัยว่าได้รับการปฏิบัติไม่ดีหรือถูกทารุณ”

ส่วนทางกัมพูชามีการหยิบยกเรื่องการเปิดด่านขึ้นมาพูดด้วยหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มี เขาคงทราบว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องท้ายๆ”

เมื่อถามว่า ได้มีการหารือเรื่องการถอนอาวุธหนักหรือไม่ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการแจ้งว่าถอนไปแล้ว แต่ยังมีการซ่อนอยู่? อนุทิน กล่าวว่า “ขณะนี้มีผู้สังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Observer Team : AOT) ส่วนใหญ่เป็นผู้ช่วยทูตทหารอาเซียน”

‘เงื่อนไข 4 ข้อ’ ไม่น่าจบทัน 4 เดือน

เมื่อถามว่า เงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ คาดหวังว่าจะจบรัฐบาลนี้หรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “น่าจะใช้เวลา 1-2 เดือน ในเรื่องการเก็บกู้วัตถุระเบิด”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หมายถึงการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 4 ข้อ? อนุทิน กล่าวว่า “ไม่น่าทัน อย่างเรื่องสแกมเมอร์ก็ต้องกลับมาทำงานร่วมกันใหม่ ซึ่งที่ผ่านมาฝ่ายตำรวจ และฝ่ายความมั่นคงเคยทำงานร่วมกัน แต่พอมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ก็หยุดไป แต่ต้องกลับมาทำใหม่ เพราะเรื่องสแกมเมอร์ต้องปรับไปเรื่อยๆ”

เมื่อถามว่า หากบรรลุข้อตกลง 4 ข้อแล้ว เรื่องการสร้างกำแพงต้องดำเนินการต่อไปหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ก็ต้องว่ากันไป เป็นเรื่องของกองทัพที่ต้องเจรจา”

ท้าเปิดชื่อ ‘นักการเมือง’ รับเงินสแกมเมอร์

ส่วนกรณีที่มีการเผยชื่อ “นักการเมือง ช.” ที่รับเงินสแกมเมอร์? อนุทิน กล่าวว่า “ผมไม่รู้ว่า ช. ไหน”

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า มีข้อมูลว่าอยู่ในขั้วของรัฐบาลด้วย? อนุทิน กล่าวว่า “ถ้ามีความชัดเจนแล้วก็น่าจะเปิดเผยชื่อ ถ้ามั่นใจว่าเขาทำผิด ก็จะช่วยได้มากถ้าเปิดเผยชื่อได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตำรวจที่รับผิดชอบก็ต้องดำเนินการอยู่แล้ว”

เมื่อถามว่าต้องประสาน รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชนด้วยหรือไม่ เพราะ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) อ้างว่า รังสิมันต์ มีข้อมูล? อนุทิน กล่าวว่า “ถ้ามีจังหวะก็คงต้องประสาน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลมอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเจ้าภาพหลักอยู่แล้ว”

เมื่อผู้สื่อข่าวตั้งข้อสังเกตว่า คนในพรรคภูมิใจไทยก็มีคนที่มีชื่อ ช. ด้วยหลายคน อนุทิน กล่าวว่า “พอแล้วนะ” ก่อนเดินออกจากการให้สัมภาษณ์

‘เอ็มโอยูแรร์เอิร์ธ’ ไม่ใช่สัมปทาน

อย่างไรก็ตาม นายกฯ ยังให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมกรณี “การลงนามเอ็มโอยู แรร์เอิร์ธ กับสหรัฐอเมริกา” ว่า “เป็นการลงนามว่าถ้าในอนาคตวันหนึ่งเกิดมีแร่อะไรในประเทศไทยขึ้นมาแล้วทำให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทย เราก็อาจมีการศึกษาร่วมกัน และแสวงหาความร่วมมือร่วมกันกับสหรัฐฯ ในกรณีที่เขามีเทคโนโลยีที่ดีกว่าและมีช่องทางการตลาดที่มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะเซ็นกับเขาฝ่ายเดียว และไม่ใช่เป็นเรื่องการให้สัมปทานเราถึงเซ็นเอ็มโอยู”

ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการให้สัมปทานรายเดียว ไม่มีผลผูกพันใดๆ ทางกฎหมาย ถ้าเราดูแล้ววันนั้นประเทศไทยทำได้เอง มีช่องทางการตลาดเอง หรือมีช่องทางในการนำเทคโนโลยีมาทำได้เอง เราก็ยกเลิกเอ็มโอยูมาทำเอง

ปัดถูกกดดันจากสหรัฐฯ ชี้เป็นการแสดง ‘ท่าทีอันเป็นมิตร’

เมื่อถามว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ทำไมไม่เปิดเผยก่อนการลงนาม? อนุทิน กล่าวว่า “เขาดำเนินการโดยผ่านการพูดคุยกันและทำความตกลงกัน ซึ่งทางกระทรวงต่างประเทศดำเนินการ เขาก็บอกว่าโอเค ถ้าเราแสดงท่าทีที่เป็นมิตร มันก็จะได้ประโยชน์ต่อการขอความร่วมมือต่างๆ จากสหรัฐฯ ยิ่งตอนนี้มีหลายเรื่องที่เราเจรจากับเขาอยู่ ถ้าเรามีท่าทีที่เป็นมิตรแล้วประเทศไทยไม่ได้เสียเปรียบ ก็อาจทำให้การเจรจาเรื่องการค้า เรื่องภาษี หรือเรื่องอื่นๆ ก็จะเป็นผลบวก”

ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาล “ลักไก่” ไปลงนาม? อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีครับ ลักไก่ ถ้าลักไก่จะผ่านมติ ครม. ได้อย่างไร”

เมื่อถามอีกว่าการลงนามครั้งนี้ถูกกดดันจากสหรัฐฯ หรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีครับ ไม่มีการกดดันใดๆ และไม่กังวลว่าเรื่องนี้จะกระทบต่อการรักษาสมดุลระหว่างประเทศมหาอำนาจ เจอกับจีนก็อธิบายให้เขาฟัง”

ส่วนที่มีสื่อบางสำนักออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การลงนามครั้งนี้แลกกับการซื้อเครื่องบิน 80 ลำ? อนุทิน กล่าวว่า “โอ คงไม่ทันสมัยผมมั้ง ผมทำไมต้องทำเช่นนั้น ถ้าซื้อเครื่องบิน 80 ลำ ทำไมต้องไปเซ็นให้เขา เราเป็นผู้ซื้อ อันนี้มันเป็นเรื่องการแสดงท่าทีอันเป็นมิตรต่อกัน”

ไทม์ไลน์ ‘ยุบสภา’ ยั่งเหมือนเดิม ไม่เคยเบรกซักฟอก

ผู้สื่อข่าวยังถามถามถึง “ไทม์ไลน์การยุบสภา” ยังเหมือนเดิมใช้หรือไม่? อนุทิน พยักหน้ารับพร้อมกล่าวว่า “เหมือนเดิม”

เมื่อถามถึงกระแสข่าวที่นายกฯ พยายามเบรกไม่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ? อนุทิน กล่าวว่า “การอภิปรายไม่ไว้วางใจอยู่ที่ฝ่ายค้าน หากเกิดขึ้นก็พร้อมชี้แจง”

ส่วนเมื่อย้ำถามว่านายกฯ ไม่ได้ไปเบรกอะไรใช่หรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “ไม่เคย”

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์