อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงลงพื้นที่หาเสียงการเลือกตั้งซ่อมสส.ศรีสะเกษ เขต 5 ที่ทางแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาโจมตีใช้วาทกรรมการเมืองแบบเก่าว่า ยังไม่ได้ฟังว่าแกนนำพรรคเพื่อไทยคนไหนพูด จึงยังไม่ขอชี้แจง เพราะจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เรื่องนี้ไม่สำคัญที่จะฟัง และไม่ต้องการต้องโต้ตอบ ยืนยันว่า การปราศรัยไม่ได้เป็นเรื่องวาทกรรม แต่สไตล์การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยคือการพูดกับประชาชนให้เข้าใจสถานการณ์ เข้าใจในพรรคภูมิใจไทย สร้างความมั่นใจให้ผู้สมัคร เราไม่ได้พูดถึงคนอื่น
อนุทิน กล่าวต่อว่า หลังจากนี้ อนุทินและแกนนำของพรรคจะลงพื้นที่ไปช่วย จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมสส.เขต5 อ.ขุนหาญ - อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย อย่างต่อเนื่อง เพราะเหลืออีก 20 วันจะถึงวันเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 10 ส.ค.นี้
ทั้งนี้ ได้ประเมินหรือไม่ว่า ผลการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะสะท้อนคะแนนนิยม โดยเฉพาะ 7 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดชายแดนไทย-กัมพูชา จากกรณีคลิปเสียงหลุด อนุทิน กล่าวว่า เราลงพื้นที่เพื่อสะท้อนให้ประชาชนทราบว่า เราพร้อมเข้ามาแก้ปัญหา และเข้าใจปัญหาที่พวกเขาประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นสินค้าการเกษตรที่ราคาไม่ดี เช่น ทุเรียน รัฐบาลต้องแก้ไข เชื่อว่า หากมีสส.พรรคภูมิใจไทยเพิ่มเข้ามาอีก 1 คนก็จะนำเรื่องเหล่านี้ไปนำเสนอ เพื่อให้เกิดการแก้ไขได้
เมื่อถามว่า จากที่ลงพื้นที่ศรีสะเกษมา ชาวบ้านติดใจปมคลิปเสียงลุดหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ได้พูดรายละเอียดกับชาวบ้านเรื่องนี้ ให้ความสำคัญเรื่องปากท้องชาวบ้าน และเรื่องคลิปเสียงหลุดก็อยู่ในกระบวนการยุติธรรมแล้ว ไม่ควรไปก้าวล่วง
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังกล่าวถึงการทำงานของกระทรวงมหาดไทยในยุคภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงจำนวนมาก จะทำให้เกิดข้าราชการเกิดการเสียขวัญหรือไม่ว่า ต้องไปถามข้าราชการ ออกมาแล้ว ก็ได้แต่เอาใจช่วย และเชื่อว่าระดับข้าราชการประจำในกระทรวงมหาดไทยชุดปัจจุบัน อยู่ในสมัยที่เป็นรัฐมนตรี ทุกคนมีความสามารถ มีความทุ่มเท และมีความเสียสละ มีความเป็นมืออาชีพ ไม่ได้ทำงานตอบสนองการเมือง และสมัยที่เป็นรัฐมนตรี ก็ไม่เคยมองว่า คนนี้เป็นคนของพรรคไหน หรือขั้วไหน ทั้งที่ทราบดีว่าใครเป็นใคร ก็ถือว่ายุคของอนุทินไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหาย และมีกำลังใจดี มีความสมัครสมานสามัคคี ทำงานเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต้องให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์
ส่วนที่มีคำสั่งให้อธิบดีกรมที่ดิน ชี้แจงภายใน 7 วัน กรณีที่ดินเขากระโดง ที่เหมือนเตรียมรื้ออีกรอบ อนุทิน กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องระดับรัฐมนตรี เขากระโดงมีคำพิพากษาของศาลชัดเจน กรมที่ดินที่เป็นเจ้าของเรื่อง ก็ยืนยันแล้วว่า ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษา ครบถ้วนกระบวนการทุกอย่าง และการใช้ดุลยพินิจหรือการตัดสินใจ ก็อยู่ในอำนาจที่กรมที่ดินใช้ได้ ไม่มีส่วนไหนที่จะมาถึงระดับการเมือง ไม่มีช่องไหนที่รัฐมนตรีจะเข้าไปสั่งการได้เลย เพราะฉะนั้น การสั่งการต่างๆ ก็ควรจะต้องตรวจสอบ ว่า เรื่องระดับไหนที่คนระดับรัฐมนตรีจะก้าวล่วงได้
หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยังกล่าวถึงการพูดคุยกับ ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม ,ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์ และอรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ ทั้งหมด 3 สส.ที่มีการโหวตสวนมติพรรค โดยโหวตหนุนพรรคเพื่อไทยให้ถอนร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ ออกจากการพิจารณาของสภา ว่า เราต้องตรวจสอบก่อนว่า จะมีกี่คนเข้าประชุม เพราะเขาบอกว่าจะเข้ามาประชุม และอย่างที่เลขาธิการพรรคบอกไปว่า อย่าพึ่งเรียกว่างูเห่า เพราะเขาใช้เอกสิทธิ์ของเขา ถ้าเขามาก็คงมีการสอบถามข้อเท็จจริง
ส่วนถ้าไม่มาประชุมในวันนี้ จะมีการตามอย่างไรนั้น อนุทิน กล่าวว่า เราก็ต้องถามให้เรียบร้อยก่อนว่าเหตุผลเป็นอย่างไร อย่าง ชูกัน สส.นครพนม พรรคภูมิใจไทย เขาอธิบายว่าที่โหวต เพราะต้องการให้กาสิโนถอนออกไปเลย
เมื่อถามว่า นอกจาก 3 สส.นี้ จะมีบุคคลอื่นอีกหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า สส.เป็นผู้ทรงเกียรติ จะไปนั่งไล่เช็กก็คงไม่ได้ ต่อให้เช็กได้ ก็ไม่ควรทำ ถือว่า ภูมิใจไทยมีสส.ทั้งหมด 69 คน ถ้าชนะที่จ.ศรีสะเกษก็จะเป็น 70 คน เพราะฉะนั้น ต้องเชื่อมั่นในสส.ของพรรคภูมิใจไทยว่า เขาจะไม่ทำอะไรที่ทรยศประชาชน เพราะการเป็นงูเห่าก็ถือว่าเป็นการทรยศประชาชนเหมือนกัน
ส่วนขณะนี้มีกระแสเรื่องการดูดสส.เพิ่มหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่นำพาที่จะไปเช็ก เชื่อว่า บ้านภูมิใจไทยก็น่าอยู่ในแบบของเรา
ส่วนเรื่องตัวเลขที่ได้ยินมา มีตัวเลขเท่าไหร่ในการดึงสส. นั้น อนุทิน ระบุว่า ไม่เคย พร้อมกล่าวติดตลกว่า “ได้ยินมา เดี๋ยวไปเอง”




