อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการนำเสนอนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ของพรรคเพื่อไทย โดย อนุทิน หัวเราะก่อนตอบด้วยการตั้งข้อสงสัยว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ เพราะต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ โดยเฉพาะคณะกรรมการไตรภาคี อย่างไรก็ตาม ไม่ขอก้าวก่ายการนำเสนอนโยบายดังกล่าวของพรรคเพื่อไทย
“ฟังดูดี แต่ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ ขอชื่นชมคนที่คิดเรื่องนี้ว่ามีความตั้งใจพี่จะทำให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน มีความมั่นคงขึ้น แต่การจะกำหนดเรื่องพวกนี้ต้องมีไตรภาคี และยังมีกระแสที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเท่าที่ได้ฟังจะมีขั้นตอนดำเนินการเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค ต้องไม่ไปก้าวก่าย” อนุทิน ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า หากประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน นโยบายดังกล่าวจะสามารถทำได้ในปี 2570 หรือไม่ อนุทิน ก็ตอบว่า “อย่าดูแค่เรื่องค่าแรง เพราะการเพิ่มค่าแรงไม่ใช่เพิ่มแค่ผู้ใช้รายงานอย่างเดียว ถ้าขึ้นค่าแรงต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อได้ค่าแรงเพิ่มก็ต้องกลับมาซื้อของที่แพงขึ้น และต้องดูว่าทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้ถามตนไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสนอเรื่องพวกนี้ส่วนพรรคที่เสนอ คงมีโมเดล วิธีการและความเชื่อ ที่ศึกษามาบ้างแล้วจึงต้องให้เขาชี้แจงออกมาก่อน อย่าไปก้าวก่าย เพราะเขาอาจจะถือว่านโยบายนี้เป็นนโยบายนำที่จะชูหาเสียง ถ้าไปบอกว่าดีหรือไม่ดี ในฐานะพรรคการเมืองด้วยกัน หากตนเสนอนโยบายดูแลพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) คนก็ยุ่ง และจะมาบอกว่าคิดคนเดียวอีก เรื่องอย่างนี้ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
อนุทิน ยังยืนยันด้วยว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยนั้นอยู่กันครบในสภาฯ หลังถูกถามถึงประเด็นสภาฯ ล่ม เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองเป็นปัญหาซ้ำซาก
“พรรคภูมิใจไทยครบตลอด ส่วนของผม ผมทำหน้าที่แล้ว เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผมก็นั่งอยู่ตรงนั้น” อนุทิน ระบุ
ส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่เข้าร่วม 9 คน อนุทิน ก็ตอบว่า “บางคนไปต่างประเทศ และคำว่าครบ ให้นับ ส.ส.ภูมิใจไทย อย่านับ ส.ส.ที่จะมาร่วมกับภูมิใจไทย ต้องแฟร์ๆ กัน”
“ฟังดูดี แต่ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ ขอชื่นชมคนที่คิดเรื่องนี้ว่ามีความตั้งใจพี่จะทำให้พี่น้องผู้ใช้แรงงาน มีความมั่นคงขึ้น แต่การจะกำหนดเรื่องพวกนี้ต้องมีไตรภาคี และยังมีกระแสที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยเท่าที่ได้ฟังจะมีขั้นตอนดำเนินการเป็นขั้นตอน ซึ่งเป็นเรื่องนโยบายของแต่ละพรรค ต้องไม่ไปก้าวก่าย” อนุทิน ระบุ
ส่วนเมื่อถามว่า หากประเมินสถานการณ์ปัจจุบัน นโยบายดังกล่าวจะสามารถทำได้ในปี 2570 หรือไม่ อนุทิน ก็ตอบว่า “อย่าดูแค่เรื่องค่าแรง เพราะการเพิ่มค่าแรงไม่ใช่เพิ่มแค่ผู้ใช้รายงานอย่างเดียว ถ้าขึ้นค่าแรงต้นทุนการผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เมื่อได้ค่าแรงเพิ่มก็ต้องกลับมาซื้อของที่แพงขึ้น และต้องดูว่าทำให้ชีวิตเขาดีขึ้นหรือไม่ เรื่องนี้ถามตนไม่ได้ เพราะพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เสนอเรื่องพวกนี้ส่วนพรรคที่เสนอ คงมีโมเดล วิธีการและความเชื่อ ที่ศึกษามาบ้างแล้วจึงต้องให้เขาชี้แจงออกมาก่อน อย่าไปก้าวก่าย เพราะเขาอาจจะถือว่านโยบายนี้เป็นนโยบายนำที่จะชูหาเสียง ถ้าไปบอกว่าดีหรือไม่ดี ในฐานะพรรคการเมืองด้วยกัน หากตนเสนอนโยบายดูแลพี่น้องอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) คนก็ยุ่ง และจะมาบอกว่าคิดคนเดียวอีก เรื่องอย่างนี้ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน”
อนุทิน ยังยืนยันด้วยว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทยนั้นอยู่กันครบในสภาฯ หลังถูกถามถึงประเด็นสภาฯ ล่ม เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกมองเป็นปัญหาซ้ำซาก
“พรรคภูมิใจไทยครบตลอด ส่วนของผม ผมทำหน้าที่แล้ว เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผมก็นั่งอยู่ตรงนั้น” อนุทิน ระบุ
ส่วนที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ไม่เข้าร่วม 9 คน อนุทิน ก็ตอบว่า “บางคนไปต่างประเทศ และคำว่าครบ ให้นับ ส.ส.ภูมิใจไทย อย่านับ ส.ส.ที่จะมาร่วมกับภูมิใจไทย ต้องแฟร์ๆ กัน”




