ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 459/2568 เรื่อง “แต่งตั้งคณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัย” มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568
เนื้อหาคำสั่งดังกล่าวระบุว่า
โดยที่ในปี 2554 ได้เกิดมหาอุทกภัยขึ้นในภาคกลาง และในปีนี้เกิดมหาอุทกภัยขึ้นที่จังหวัดสงขลา และเกิดอุทกภัยขึ้นในภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก และมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะเกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต สมควรที่จะถอดบทเรียนเพื่อหาทางป้องกันมิให้เกิดความเสียหายมากอย่างในอดีต รวมทั้งวางแผนและมาตรการให้ความช่วยเหลือ แก้ไข เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัยหากมีเหตุทำนองดังกล่าวเกิดขึ้นด้วยความรวดเร็ว และโดยได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
อาศัยอำนาจตามมาตรา 11(6) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรี จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัยขึ้น โดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้
- นายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการ
- รองนายกรัฐมนตรีทุกคน รองประธานกรรมการ
ขณะที่กรรมการ ประกอบด้วย
- ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
- ปลัดกระทรวงกลาโหม
- ปลัดกระทรวงการคลัง
- ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย
- ปลัดกระทรวงสาธารณสุข
- ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
- เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ
- อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง
- อธิบดีกรมชลประทาน
- อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา
- อธิบดีกรมทางหลวง
- อธิบดีกรมเจ้าท่า
- ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
- ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา
- อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
- นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา
- นายกเทศมนตรีเทศบาลนครหาดใหญ่
- เลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
- ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา
- เสรี ศุภราทิตย์
- อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา
- แก้วสรร อติโพธิ
- ดุสิต เครืองาม
- อนุชิต อนุชิตานุกูล
- พณชิต กิตติปัญญางาม
- รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย และเลขานุการร่วม
- รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยมอบหมาย และเลขานุการร่วม
- เจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยเลขานุการ ที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีมอบหมาย จำนวนไม่เกิน 2 คน
ให้คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้
- 1. ศึกษาและถอดบทเรียนจากมหาอุทกภัยที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะที่อำเภอหาดใหญ่ รวมทั้งมหาอุทกภัยปี 2554 เพื่อเสนอแนวทางป้องกันมิให้เกิดความเสียหายใหญ่จากอุทกภัยในอนาคต ซึ่งรวมถึงแนวทางในการจัดทำ
(1.1) ระบบเตือนภัย ป้องกันภัย ศูนย์อพยพ ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้ภัย คลังอาหาร เวชภัณฑ์สำรอง และสิ่งจำเป็นอื่น
(1.2) ระบบสาธารณูปโภคที่พร้อมรับมืออุทกภัย ทั้งไฟฟ้า ประปา การโทรคมนาคม
(1.3) ระบบสาธารณสุขและโรงพยาบาลให้พร้อมรับมืออุทกภัย
(1.4) คู่มือประชาชนเพื่อรับมืออุทกภัย และจัดฝึกซ้อมจริงอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งครึ่ง
(1.5) คู่มือเจ้าหน้าที่ในการบรรเทาอุทกภัย และตั้งบัญชาการการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยที่มีเอกภาพ
- 2. ศึกษาการดำเนินการของประเทศที่มีความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยหรือภัยธรรมชาติอื่น และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอความร่วมมือให้มาช่วยสร้างระบบป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีประสิทธิภาพ
- 3. นำรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอต่าง ๆ ไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้อง
- 4. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือบุคคลให้ดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย หรือให้ดำเนินการแทนคณะกรรมการ แล้วรายงานให้คณะกรรมการทราบ
- 5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ในกรณีที่กรรมการคนใดพ้นจากตำแหน่งเพราะตาย หรือลาออก ให้คณะกรรมการเท่าที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้
ให้คณะกรรมการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามเดือนนับแต่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ และเสนอรายงานให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเพื่อถือปฏิบัติต่อไป เมื่อคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบรายงานของคณะกรรมการแล้ว ให้คณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาตินำรายงานผลการศึกษาและข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณากำหนดไว้ในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติด้วย และให้ฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการเผยแพร่ผลการศึกษาและถอดบทเรียนจากมหาอุทกภัยให้ประชาชนทั่วไปรับทราบโดยไม่ชักช้า
สำหรับการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมคณะกรรมการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน ให้เบิกจ่ายตามระเบียบทางราชการ โดยให้เบิกจ่ายจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี







