11 พฤษภาคม 2566 นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเหตุผลที่ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องเลือกพรรคภูมิใจไทย ไปบริหารประเทศ ว่า เพราะบ้านเมือง ต้องการพรรคที่ทำงานได้ และมีผลงาน เป็นประโยชน์ กับประชาชน ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่า เรามีความสามารถตรงนั้น รัฐมนตรีของพรรค ทำงานแบบทุ่มสุดตัว
อนุทิน กล่าวว่า วันนี้การคมนาคมขนส่งของไทยเติบโตอย่างมาก มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เรื่องค่าโง 2.5 หมื่นล้าน เราสู้ และตอนนี้ ต้องรื้อคดีกันใหม่ รถไฟฟ้า เราก็สู้ ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคา ขณะที่ในด้านการสาธารณสุข ช่วงมีโควิด-19 ระบาด องค์การอนามัยโลกชื่นชมให้ไทยเป็นแชมป์เปี้ยน ในการจัดการโรคระบาด และขอให้เรารักษามาตรฐานตรงนี้ต่อไป โดยยกให้เป็นประเทศต้นแบบด้วย
“ผมต้องขอบคุณแรงผลักดัน และความร่วมมือจากประชาชน ไปจนถึงภาคส่วนอื่นด้วย ส่วนการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากมาย เครื่องยนต์เศรษฐกิจขับเคลื่อนเต็มที่ เงินสะพัดในประเทศมหาศาล เหล่านี้ คือผลของการทำงานหนักของเรา
คำว่า พูดแล้วทำ มันเป็นนิยาม ที่ประชาชนมอบให้ ครั้งหนึ่งมีประชาชนมาบอกว่าผมว่า พรรคผม พูดแล้วทำ มันกินใจ และประทับใจ นี่คือภาพลักษณ์ของภูมิใจไทย ในสายตาประชาชน” อนุทิน กล่าว
อนุทิน กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งจุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย คือ การที่เรามุ่งทำงาน ไม่สร้างปัญหา ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ภูมิใจไทยถึงมีสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ก็ไม่เคยต่อรอง สร้างความวุ่นวายในสภา กลับกัน เรายังผลักดันงานให้ไปข้างหน้า ไม่เล่นเกมการเมืองแม้จะถูกกระทำอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ยอมไม่ได้คือเรื่องของคอร์รัปชัน และเรื่องสถาบัน นอกจากนั้น เราไม่สร้างความขัดแย้ง ซึ่งเป็นปัจจัยลบ เหนี่ยวรั้งประเทศ
“เราทะเลาะกันมาร่วม 20 ปี แล้ว มันควรจะมีใครสักคน มาทำหน้าที่เชื่อมประสานทุกฝ่าย ให้หันหน้าจับมือช่วยกันทำงาน คิดเพื่อชาติ บ้านเมือง และประชาชน พรรคภูมิใจไทย เรามีคุณสมบัติ ที่พร้อมรับฟังทุกฝ่าย และคิดว่า มีทักษะในการบริหารความขัดแย้งเช่นกัน”
อนุทิน กล่าวว่า วันนี้การคมนาคมขนส่งของไทยเติบโตอย่างมาก มีการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม เรื่องค่าโง 2.5 หมื่นล้าน เราสู้ และตอนนี้ ต้องรื้อคดีกันใหม่ รถไฟฟ้า เราก็สู้ ไม่ให้มีการปรับขึ้นราคา ขณะที่ในด้านการสาธารณสุข ช่วงมีโควิด-19 ระบาด องค์การอนามัยโลกชื่นชมให้ไทยเป็นแชมป์เปี้ยน ในการจัดการโรคระบาด และขอให้เรารักษามาตรฐานตรงนี้ต่อไป โดยยกให้เป็นประเทศต้นแบบด้วย
“ผมต้องขอบคุณแรงผลักดัน และความร่วมมือจากประชาชน ไปจนถึงภาคส่วนอื่นด้วย ส่วนการท่องเที่ยว มีนักท่องเที่ยวเข้ามามากมาย เครื่องยนต์เศรษฐกิจขับเคลื่อนเต็มที่ เงินสะพัดในประเทศมหาศาล เหล่านี้ คือผลของการทำงานหนักของเรา
คำว่า พูดแล้วทำ มันเป็นนิยาม ที่ประชาชนมอบให้ ครั้งหนึ่งมีประชาชนมาบอกว่าผมว่า พรรคผม พูดแล้วทำ มันกินใจ และประทับใจ นี่คือภาพลักษณ์ของภูมิใจไทย ในสายตาประชาชน” อนุทิน กล่าว
อนุทิน กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งจุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย คือ การที่เรามุ่งทำงาน ไม่สร้างปัญหา ทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพ ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ภูมิใจไทยถึงมีสมาชิกที่เพิ่มขึ้น ก็ไม่เคยต่อรอง สร้างความวุ่นวายในสภา กลับกัน เรายังผลักดันงานให้ไปข้างหน้า ไม่เล่นเกมการเมืองแม้จะถูกกระทำอยู่บ่อยครั้ง สิ่งที่ยอมไม่ได้คือเรื่องของคอร์รัปชัน และเรื่องสถาบัน นอกจากนั้น เราไม่สร้างความขัดแย้ง ซึ่งเป็นปัจจัยลบ เหนี่ยวรั้งประเทศ
“เราทะเลาะกันมาร่วม 20 ปี แล้ว มันควรจะมีใครสักคน มาทำหน้าที่เชื่อมประสานทุกฝ่าย ให้หันหน้าจับมือช่วยกันทำงาน คิดเพื่อชาติ บ้านเมือง และประชาชน พรรคภูมิใจไทย เรามีคุณสมบัติ ที่พร้อมรับฟังทุกฝ่าย และคิดว่า มีทักษะในการบริหารความขัดแย้งเช่นกัน”



