อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เดินทางไปตรวจเยี่ยมกองบิน 1 อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยมี พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ของกองทัพอากาศ ให้การต้อนรับ
ครั้งนี้ อนุทินขับเครื่องบินส่วนตัวมายังกองบิน 1 โดยเมื่อเข้าสู่พื้นที่ มีเครื่องบิน F-16 จำนวน 3 ลำขึ้นบิน โดย 2 ลำบินขนาบข้างเครื่องบินของนายกรัฐมนตรีทั้งซ้ายและขวา ขณะที่อีก 1 ลำบินอยู่เหนือเครื่องบิน เป็นการจำลองภารกิจฝึกบินอารักขาในลักษณะที่มีบุคคลสำคัญร่วมบินจริง ก่อนบินลงจอด
จากนั้น อนุทินขึ้นแท่นรับความเคารพจากกองทหารเกียรติยศ โดยมี F-16 จำนวน 3 ลำบินเป็นเกียรติต้อนรับ พร้อมชมการสาธิตภารกิจของกองทัพอากาศ ทั้งการโจมตีทางอากาศแบบอากาศสู่พื้น หรือ Air-to-Ground และอากาศสู่อากาศ หรือ Air-to-Air
ยกระดับทัพฟ้า สู่ขีดความสามารถขั้นสูงสุด
ในการกล่าวให้โอวาทแก่ข้าราชการทหารกองบิน 1 อนุทินระบุว่า รู้สึกยินดีที่ได้มาตรวจเยี่ยมหน่วยบินยุทธวิธี ซึ่งเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของกองทัพอากาศ และได้เห็นถึงความพร้อมและศักยภาพจากการปฏิบัติภารกิจที่ผ่านมา โดยเฉพาะการบินขับไล่ยุทธวิธีเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ ท่ามกลางสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน
“ผมขอชื่นชมผู้บังคับบัญชา กำลังพล และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ทุ่มเทแรงกายแรงใจ เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติและสร้างความอุ่นใจให้กับพี่น้องประชาชน การเพิ่มศักยภาพของกองทัพอากาศ โดยเฉพาะการปฏิบัติการของเครื่องบินขับไล่ ถือเป็นภารกิจสำคัญ รัฐบาลพร้อมและยินดีให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถดำรงขีดความสามารถขั้นสูงสุด”
— อนุทิน ชาญวีรกูล
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีมอบนโยบายสำคัญ 5 ด้าน เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศและเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศในระยะยาว
1. พัฒนาขีดความสามารถทางอากาศ
เดินหน้าจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีเพื่อทดแทน เครื่องบินเติมเชื้อเพลิงทางอากาศ และอากาศยานไร้คนขับติดอาวุธ หรือโดรนโจมตี เพื่อเป็น Game Changer และยกระดับการปฏิบัติการทางอากาศในอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมศักยภาพและอุตสาหกรรมของคนไทย
2. เดินหน้ากิจการอวกาศเพื่อความมั่นคง
ขับเคลื่อนการลาดตระเวนและเฝ้าระวังทางอวกาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดหาดาวเทียมวงโคจรต่ำ การประยุกต์ใช้กล้องโทรทรรศน์ และผลักดันศูนย์ประสานงานการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางอากาศและอวกาศให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติอย่างครอบคลุม
3. เพิ่มบทบาทช่วยเหลือประชาชน
บูรณาการกำลังพลและยุทโธปกรณ์ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้กองทัพอากาศสามารถเข้าถึงและช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และทันต่อทุกสถานการณ์วิกฤต
4. เชื่อมโยงกำลังรบเป็นหนึ่งเดียว
เร่งพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางยุทธวิธี หรือ Tactical Data Link สู่ National Link เชื่อมโยงกับระบบควบคุมร่วมหลายมิติของกองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมสนับสนุนแนวคิด One Team ทัพไทย เพื่อให้ทั้ง 3 เหล่าทัพมีภาพสถานการณ์เดียวกันและสามารถปฏิบัติการร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ
5. ผลักดันอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
มุ่งสู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ด้วยการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทย โดยเฉพาะอากาศยานไร้คนขับ ไปสู่การผลิตและใช้งานจริง สร้างผลิตภัณฑ์ Made in Thailand และยกระดับอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย
“ขอขอบคุณกำลังพลกองทัพอากาศทุกนายที่ร่วมกันแสดงถึงความเป็นหนึ่งเดียว ความรักชาติ และความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม พร้อมขอให้ทุกคนรักษาความพร้อม ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณแห่งการรับใช้ชาติ เพื่อเป็นกำลังหลักในการพิทักษ์อธิปไตย ผลประโยชน์ของชาติ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศสืบไป”
— อนุทิน ชาญวีรกูล
ฝูงบิน 103 มอบ “Patch F-16” นามเรียกขาน ‘มิกกี้’
จากนั้นนายกรัฐมนตรีตรวจยุทโธปกรณ์ทางยุทธวิธี และชมการสาธิตค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่การรบ หรือ Combat Search and Rescue โดยเฮลิคอปเตอร์ H225M
ก่อนปิดท้ายด้วยสีสันเล็กๆ เมื่อผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมการปฏิบัติทางอากาศ (ผบ.คปอ.) มอบแพตช์ F-16 ของฝูงบิน 103 ที่ออกแบบเป็นพิเศษ ปักภาพมิกกี้เมาส์ พร้อมข้อความ “F-16 Fighting Mickey” ซึ่งเป็นนามเรียกขานของนายกรัฐมนตรีขณะขึ้นบินว่า ‘มิกกี้’










