นายกฯ เผย ‘ทรัมป์’ ส่งหนังสือเชิญร่วมลงนามสันติภาพ

9 ต.ค. 2568 - 11:11

  • นายกฯ เผย ‘ทรัมป์’ ส่งหนังสือเชิญไทยร่วมลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา จ่อตอบกลับ ยืนยันความพร้อม หากเขมรทำตาม 4 ข้อเสนอ ปัดไทยล่าช้าแก้ข้อพิพาท 2 ชาติ โยนกองทัพใช้กฎหมายจัดการสถานการณ์บ้านหนองจาน

  • บอกให้ผู้รับผิดชอบพื้นที่ ชี้แจงปมปล้นร้านทองสุไหงโกลกยังอยู่ในปท.หรือไม่ ยันหาก จนท. มีเอี่ยวต้องรับโทษสถานหนัก เตรียมลงใต้ 11 ต.ค.นี้ถกความมั่นคง ขออย่าโยงเหตุบึ้มถี่ต้องรับรบ.ใหม่ พร้อมปรับบุคลากรหากไม่ใส่ใจหน้าที่ ขณะที่10 ต.ค.จ่อลงพื้นที่ภาคกลางตอนบน ดูน้ำท่วม

  • ชี้ สปสช.ต้องเร่งจัดการหนี้บัตรทองหลัง ‘หมอเหรีญทอง’ ทวงค้างชำระกว่า 110 ล้านบาท เผยเตรียมพิจารณางบกลางเคลียร์ เชื่อแทบทุกรพ. พร้อมเผย ประชุมครม.เศรษฐกิจทุกบ่ายวันจันทร์ กลั่นกรองเรื่องก่อนเข้าครม.ชุดใหญ่

นายกฯ เผย ‘ทรัมป์’ ส่งหนังสือเชิญร่วมลงนามสันติภาพ

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กล่าวถึงภารกิจการเดินทางต่างประเทศในเดือนนี้ว่า ได้นัดหมายกันว่าจะไปเยือนที่ประเทศลาวในวันที่​ 16 ตุลาคมนี้ เพราะมีหลายประเด็นที่จะต้องพูดคุยกัน และหลังจากนั้น จะเดินทางไปประชุมสุดยอดอาเซียน (อาเซียน ซัมมิท) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการประชุมที่สำคัญ

ส่วนจะมีโอกาสได้พบกับผู้นำกัมพูชาหรือไม่นั้น นายกฯ กล่าวว่า เราได้แจ้งเงื่อนไขของเราไปแล้ว 4 ข้อที่จะทำให้เกิดการพูดคุยต่อได้ ซึ่งขอให้ทางกัมพูชาได้ปฏิบัติ คือ การถอนอาวุธหนัก ให้ฝ่ายไทยไม่รู้สึกว่ามีอันตรายต่อประชาชน รวมถึงการถอนทุ่นระเบิดและเรื่องสแกนเมอร์ รวมถึงการจัดการในพื้นที่ที่คนของกัมพูชาเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

สำหรับเส้นตายการผลักดันชาวกัมพูชาออกจากพื้นที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้วใน  วันที่ 10 ตุลาคมนี้ นายกฯ กล่าวว่า  ไม่มีคำว่าเดทไลน์ เพราะจะต้องปฏิบัติก่อน ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็ต้องดำเนินการ

เมื่อถามว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เสนอตัวเป็นประธานการลงนามสันติภาพระหว่างไทย-กัมพูชา  นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้มีหนังสือ และกำลังจะทำหนังสือแจ้งกลับ เพื่อแสดงความจำนงในการที่จะเห็นทั้งสองประเทศสามารถเจรจาหาข้อยุติในข้อพิพาท ซึ่งจะส่งข้อความกลับไปว่า​ หากฝ่ายกัมพูชาปฏิบัติตาม 4 ข้อที่ฝ่ายไทยยื่นเสนอไป ไทยก็พร้อมปฏิบัติตามขั้นตอนที่ควรจะเป็น เพราะ 4 ข้อนี้ เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ ที่สำคัญมีความเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน

ส่วนจะทันหรือไม่ เพราะทรัมป์ยื่นข้อตกลงว่าจะให้ไทยลงนามในสิ้นเดือนนี้ นายกฯ กล่าวว่า ต้องไปถามกัมพูชา เราพร้อมปฎิบัติ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องยาก แค่โทรศัพท์สั่งให้ปฏิบัติ 4 ข้อ

สำหรับข้อกล่าวอ้างว่าของนายกฯ กัมพูชา ที่ระบุการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัพูชา บริเวณบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว มีความล้าช้า เพราะต้องผ่านที่ประชุม GBC ที่มี พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ลงนามนั้น นายกฯ กล่าวว่า ไทยไม่ได้ล่าช้า แต่ฝ่ายล่าช้าคือกัมพูชา และไทยเป็นผู้ถูกรุกราน เป็นผู้ถูกกระทำ ฉะนั้น คำว่าล่าช้าไม่มี

ทั้งนี้ จะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัด ที่จะต้องบริหารสถานการณ์ตรงนั้น ซึ่งได้มีการหารือกับฝ่ายกองทัพ กองทัพก็รับไปในเรื่องของการใช้กฎหมาย กฎอัยการศึกในการบริหารสถานการณ์ตรงนั้น ฝ่ายปกครองต้องร่วมกับตำรวจและกรมป่าไม้

เมื่อถามถึงการยกเลิกเอ็มโอยู 2543 และ 2544 อนุทิน กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ข้อดีข้อเสียการยกเลิกเอ็มโออยู่ 2543 และ 2544 เพื่อแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นเรื่องของทางสภาที่จะดำเนินการพิจารณาศึกษาอยู่ เราก็ฟัง เพราะทั้ง 2 สภา ตั้งกรรมาธิการขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างต้องนำไปสู่การแก้ไขปัญหาทีละประเด็น ถึงจะนำไปสู่จุดนั้น แต่ว่า 4 เดือนนี้อย่าเพิ่งไปคาดหวังอะไรยาวๆ 4 เดือนนี้เราต้องทำให้สถานการณ์ปัจจุบันคลี่คลายให้มากที่สุด

นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงเหตุการณ์ปล้นร้านทองที่ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส สูญทองคำมากกว่า 600 บาท มูลค่า 36 ล้านบาท คาดว่าแก๊งโจรหนีเข้ามาเลเซียว่า มีรายงานก็รับรายงานมา เราก็ต้องไปดูแล ก็มีทหารเข้าไปช่วยเจ้าของร้านทองที่ได้รับบาดเจ็บส่วนทองคำยังอยู่ในประเทศหรือไม่นั้น ไม่ทราบรายละเอียด

เมื่อถามว่าพอจะระบุได้หรือไม่ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มใด นายกฯ กล่าวว่า ในรายละเอียดขอให้ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ได้ชี้แจง จะได้ชัดเจน

ทั้งนี้ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าเจ้าหน้าที่อาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว ซึ่งไปดูในร่างนโยบายที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภา รัฐบาลนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐคนใดกระทำความผิดกฎหมายหรือผิดระเบียบ ก็จะมีโทษสถานหนัก โดยให้ออกจากราชการไว้ก่อน

นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงการก่อเหตุถี่ขึ้นในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ได้มีการกำชับมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีความรุนแรง และวันนี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม ได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อไปติดตามสถานการณ์ และในวันเสาร์ที่ 11 ต.ค.นี้ นายกฯ จะลงพื้นที่ไปตรวจดูอีกครั้งหนึ่ง และจะลงไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ด้วย

นายกฯ ยังก่อนกล่าวด้วยว่า “เดี๋ยวไปตรงโน้นก็บอกทำไมไม่ไปตรงนี้ เดี๋ยวไปชายแดน ก็บอกทำไมไม่ไปน้ำท่วม พอไปน้ำท่วมก็บอกทำไมไม่ไปภาคใต้ ก็วนลูปอยู่แบบนี้” และ วันศุกร์นี้ (10ต.ค.) จะไปตรวจดูน้ำท่วมที่ต้นทางแถวภาคกลางตอนบน แต่ไปแล้วต้องไปให้ได้เนื้อหามากที่สุด นัดฝ่ายความมั่นคง ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง กองทัพ ที่จะต้องมีการนัดหารือกัน

ส่วนฝ่ายความมั่นคงมีการประเมินการก่อเหตุในช่วงนี้ เป็นการต้อนรับรัฐบาลใหม่ นายกฯ ระบุว่า เราไม่ฟังเรื่องพวกนี้ จะต้อนรับหรือไม่ต้อนรับ แต่ต้องรับมือให้ได้ และจะต้องมีมาตรการเชิงรุกบ้าง

เมื่อถามว่าเหตุการณ์มักเกิดขึ้นบ่อยครั้งและถูกจับตาถึงการแก้ไขปัญหาในฐานะกำกับดูแลหน่วยงานความมั่นคง นายกรัฐมนตรี พยักหน้ารับ พร้อมตอบในลำคอว่า อืม และยิ้ม

ส่วนแผนยุทธศาตร์แก้ไขปัญหาชายแดนใต้จะทำให้เป็นรูปธรรมหรือไม่ อนุทิน ยืนยันว่า เป็นรูปธรรมอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ผู้รับผิดชอบจะนำไปปฏิบัติ ไม่ว่าจะเน้นให้นโยบายชัดเจนแค่ไหน ในส่วนของตนหากดูแล้วบุคลากรไม่เหมาะสม ไม่ใส่ใจ หรือทำอะไรไม่เต็มที่ ก็จะมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนบ้าง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงเวลา 14.00 น. วันนี้ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม จะเป็นประธานการประชุมกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุก (กบฉ.) ที่ตึกสภาความมั่นคงแห่งชาติ

นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ทวงถามถึงค่ารักษาผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) อ้างค้างชำระรวมกว่า 110 ล้านบาท พร้อมประกาศหากถึงวันที่ 16 ต.ค.ยังไม่จ่าย จะหยุดรับผู้ป่วยนอกสิทธิบัตรทองชั่วคราวว่า คิดว่า สปสช. ต้องเร่งบริหารจัดการเรื่องการเงิน เรื่องติดหนี้ คงไม่ใช่เรื่องที่เกิดกับบางโรงพยาบาลเท่านั้น รู้สึกว่าจะติดหนี้อยู่แทบทุกโรงพยาบาลเลย กำลังพิจารณาเตรียมเสนอพิจารณางบกลางไปเคลียร์บัญชีเหล่านี้ ซึ่งเรื่องกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสำนักงบประมาณ ถ้ามีความจำเป็นเร่งด่วน และเข้าเกณฑ์ก็จะเร่งดำเนินการให้

นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงการประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า ครม.เศรษฐกิจได้มีการตั้งขึ้นมาแล้ว โดยคาดว่าจะประชุมทุกบ่ายวันจันทร์ จะได้มีการกลั่นกรองชั้นหนึ่งก่อน ซึ่งในครม.เศรษฐกิจก็มีหลายคนที่อยู่ในคณะรัฐมนตรีอยู่แล้ว ฉะนั้นเวลามีเรื่องที่จะเข้าสู่การประชุมครม.ประจำสัปดาห์จะได้ทำความเข้าใจและพิจารณาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ส่วนระยะเวลาการทำงาน 4 เดือนนี้จะตั้งคู่สมรสคณะรัฐมนตรีขึ้นมาช่วยทำงานและสนับสนุนภารกิจด้วยหรือไม่นั้น อนุทิน ระบุว่า เอาไว้หลังเลือกตั้ง ตอนนี้เป็นครม.มู ก่อนขอตัวขึ้นไปไหว้องค์นรสิงห์จำลองที่ด้านบนตึกไทยคู่ฟ้า

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์