อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่เขตห้วยขวาง กทม. เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 มกราคม ว่า ได้รับการตอบรับจากประชาชนดี โดยได้นำนโยบายของพรรค ภท.ไปบอกประชาชน ดูจากปฏิกิริยาแล้วประชาชนชื่นชอบ จากนี้จะลงไปทุกพื้นที่ใน กทม. เราตั้งใจจะส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม.ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเราคาดหวังจากทุกเขต แต่ขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งนโยบายพรรค ความขยันและความนิยมของผู้สมัคร ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจจะปักธงใน กทม.ได้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มั่นใจสิ ต้องมั่นใจ เพราะ กทม.ถือเป็นเมืองที่สำคัญ พรรค ภท.ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับจังหวัดอื่นๆ หมดแล้ว เหลือแต่ กทม.ที่พรรคยังมีผู้แทนไม่ได้ จึงอยากจะเสนอตัว กทม.เป็นเขตผู้บริหารพิเศษอยู่แล้ว แต่มีอยู่หลายเรื่อง ถ้ามีผู้แทนของ ภท.เอง เชื่อว่าปัญหาหลายอย่างที่ ภท.สามารถแก้ไขได้ ในรูปแบบของการร่วมมือช่วยกันให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ไม่ใช่ไปแข่งกันทำงานหรือแย่งกันทำงาน แม้ว่าใน กทม. จะมีผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว แต่เราจะเข้ามาเสริมแบ่งเบาภาระ ผู้ว่าฯ กทม.อีกแรงหนึ่ง สิ่งที่ดีที่สุดคือ ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด”
เมื่อถามว่า คิดว่านโยบายอะไรที่จะโดนใจคน กทม. เพราะมีหลายพรรคที่ต้องการปักธงใน กทม.ให้ได้ และมีการแข่งขันกันสูง หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า เราใช้ผลงานของเราในช่วงที่เป็นรัฐบาล 4 ปีที่ผ่านมา สามารถนำนโยบายที่สัญญาเอาไว้กับประชาชนออกมาเป็นรูปธรรมได้แทบทุกนโยบาย อีกทั้ง ภท.เป็นพรรคที่ไม่มีความขัดแย้งกับใคร ไม่ชอบเรื่องความขัดแย้ง ไม่เชื่อว่าความขัดแย้งจะพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าได้ แต่เชื่อว่าการทำงานที่เป็นประโยชน์จะทำให้บ้านเมืองได้ประโยชน์สูงสุด จะเน้นในเรื่องนี้ เป็นแนวทางการหาเสียงของ ภท. จะไม่มีการพูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่านโยบายของใครทั้งสิ้น
“นโยบายของพรรคการเมืองอื่นหากเป็นประโยชน์เราจะสนับสนุนด้วยซ้ำ เพราะถือว่าทุกคนมีความปรารถนาดีที่จะทำงานให้บ้านเมือง สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากๆ คือ ความขัดแย้งกัน ด้อยค่ากัน เสียดสีกัน ด่าทอกัน ตรงนี้คนที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนไม่ควรทำ ถ้ามัวทะเลาะกันจะหาความร่วมมือไม่ได้” หัวหน้าพรรค ภท.กล่าว
เมื่อถามว่า นโยบายของพรรคเรื่องลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า มั่นใจว่าจะซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มั่นใจ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ภท.กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ถ้าพูดว่าค่าโดยสารต้องไม่เกิน 40 บาท แสดงว่าเรามีการศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมาแล้ว ไม่ใช่มาพูดเพื่อให้ประชาชนรู้สึกดีและมาเลือกเรา คนที่บริหารบ้านเมืองมา 4 ปีแล้วจะไปพูดชุ่ยๆ ไม่ได้”
เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศยุบสภาฯในตอนนี้ พรรค ภท.มีความพร้อมใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “อย่างไรก็ต้องพร้อมแล้วตอนนี้ ต่อให้นายกฯ ไม่ยุบสภาฯ ตอนนี้เหลืออีกแค่ 2 เดือน และแนวโน้มหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) คาดเดาว่าการยุบสภาฯ น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งมันน่าจะน้อยกว่า 2 เดือน สำหรับ ภท.มีความพร้อมตั้งแต่ปีที่แล้ว ดังนั้น จะยุบเมื่อไหร่เราก็พร้อม”
เมื่อถามว่า มองกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ที่ลงพื้นที่เยาวราช เมื่อวันที่ 22 มกราคม อย่างไรบ้าง อนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ลงคนเดียว แต่ลงกันถึง 3 พรรค ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคก้าวไกล พรรค รทสช. ส่วน ภท.เราไปที่เขตห้วยขวาง ซึ่งไม่ได้ต่างกัน และโปรแกรมเยาวราช ภท.เองก็คงจะต้องไป
“การลงพื้นที่เป็นเรื่องปกติในการเดินเข้าหาประชาชน ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจากการลงพื้นที่จะเห็นเลยว่าทุกวันนี้คน กทม.ไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าคนต่างจังหวัดเลย บางที่คนต่างจังหวัดมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคน กทม.ด้วยซ้ำ เราต้องเอารูปแบบการแก้ปัญหาในต่างจังหวัดมาแก้ใน กทม. โดยเฉพาะคนที่อยู่ในชุมชนแออัด ซึ่งเมื่อเราตัดสินใจที่จะเข้ามาใน กทม. ได้เห็นปัญหา ต้องแก้ไขให้ได้” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า เท่าที่ดูกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าน่ากลัวและน่ากังวลหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ต้องให้กำลังใจท่าน ให้กำลังใจทุกพรรค ตรุษจีนได้อวยพรให้หัวหน้าพรรคทุกพรรค เพราะทุกคนมีความปรารถนาที่จะรับใช้ประชาชน ได้ให้กำลังใจกัน ส่วนคนที่จะตัดสินใจคือประชาชน”
เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่กับกระแสตอบรับของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ค่อนข้างดีในขณะนี้ อนุทิน กล่าวว่า “ผมว่ากระแส ‘ลุงหนู’ ก็ดี เวลาลงพื้นที่ต่างๆ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากประชาชน หลายคนเข้ามาให้กำลังใจ ซึ่งในฐานะหัวหน้าพรรคตถือว่าดีมาก และการที่เราเข้ามาใน กทม. ทำให้รู้ว่าประชาชนรู้จัก ภท.มากขึ้น และมีความเชื่อมั่นในการทำงานของ ภท. แต่จะประสบความสำเร็จแค่ไหน อยู่ที่ชาว กทม. ได้ ส.ส.ก็ทำงาน หรือต่อให้ไม่ได้ ส.ส. เราก็ทำงานอยู่ดี ถ้าได้ใน กทม.ถือว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่ง”
เมื่อถามว่า ขณะนี้ทุกพรรคอาจจะแข่งกัน แต่หลังเลือกตั้งสามารถจับมือกันได้ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ผลของการเลือกตั้ง ภท.ชัดเจนอยู่แล้ว วันนี้ตนคิดว่าเราเลิกพูดกันได้แล้วว่าใครอยู่พรรคนี้เป็นประชาธิปไตย ใครไม่อยู่พรรคนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือ ภท.พรรคดูด แต่ปรากฏว่า ภท.ก็ถูกดูด ถือว่าครบหมดแล้ว องค์ประกอบของพรรคการเมืองครบหมดแล้ว มีคนเข้ามา มีคนออกไป และคนที่ไปก็เคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพรรคที่ตัวเองไปอยู่ด้วย
“ฉะนั้น คำว่าไล่หนูตีงูเห่า รับใช้เผด็จการ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งด้วยการกระทำและสิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนแล้วว่าทุกพรรคการเมืองเหมือนกันหมด มีรูปแบบและองค์ประกอบในทางการเมืองเหมือนกันหมด ภท.ไม่เคยพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดอย่างเดียวคือ ทำงานรับใช้บ้านเมืองและประชาชน เพราะถึงอย่างไรเป็นประชาธิปไตยโดยเสียงโหวตของสภาฯ ยิ่งครั้งหน้ายิ่งชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ของพรรคการเมืองทั้งหมด ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนผ่านวงจรอำนาจจาก คสช.มาเป็นรัฐสภา” อนุทิน กล่าว
พร้อมกับย้ำด้วยว่า ครั้งหน้าจะเป็นพรรคการเมืองล้วนๆ ขอให้แข่งกันทำความดีให้กับประชาชน ประชาชนจะตัดสินเองว่าจะเลือกใคร ถ้าทำดี รวมกันได้ ไม่มีความขัดแย้งก็เป็นรัฐบาล ถ้าเสียงไม่พอ ไม่เป็นที่ต้องการของพรรคการเมืองอื่นก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านก็ทำงานได้ ไม่ใช่ทำงานไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า กระแสลุงหนู จะสู้ลุงตู่ได้หรือไม่ อนุทิน หัวเราะและกล่าวว่า “ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจจะปักธงใน กทม.ได้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มั่นใจสิ ต้องมั่นใจ เพราะ กทม.ถือเป็นเมืองที่สำคัญ พรรค ภท.ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับจังหวัดอื่นๆ หมดแล้ว เหลือแต่ กทม.ที่พรรคยังมีผู้แทนไม่ได้ จึงอยากจะเสนอตัว กทม.เป็นเขตผู้บริหารพิเศษอยู่แล้ว แต่มีอยู่หลายเรื่อง ถ้ามีผู้แทนของ ภท.เอง เชื่อว่าปัญหาหลายอย่างที่ ภท.สามารถแก้ไขได้ ในรูปแบบของการร่วมมือช่วยกันให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ไม่ใช่ไปแข่งกันทำงานหรือแย่งกันทำงาน แม้ว่าใน กทม. จะมีผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว แต่เราจะเข้ามาเสริมแบ่งเบาภาระ ผู้ว่าฯ กทม.อีกแรงหนึ่ง สิ่งที่ดีที่สุดคือ ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด”
เมื่อถามว่า คิดว่านโยบายอะไรที่จะโดนใจคน กทม. เพราะมีหลายพรรคที่ต้องการปักธงใน กทม.ให้ได้ และมีการแข่งขันกันสูง หัวหน้าพรรค ภท. กล่าวว่า เราใช้ผลงานของเราในช่วงที่เป็นรัฐบาล 4 ปีที่ผ่านมา สามารถนำนโยบายที่สัญญาเอาไว้กับประชาชนออกมาเป็นรูปธรรมได้แทบทุกนโยบาย อีกทั้ง ภท.เป็นพรรคที่ไม่มีความขัดแย้งกับใคร ไม่ชอบเรื่องความขัดแย้ง ไม่เชื่อว่าความขัดแย้งจะพาประเทศไปสู่ความก้าวหน้าได้ แต่เชื่อว่าการทำงานที่เป็นประโยชน์จะทำให้บ้านเมืองได้ประโยชน์สูงสุด จะเน้นในเรื่องนี้ เป็นแนวทางการหาเสียงของ ภท. จะไม่มีการพูดถึงพรรคอื่น ไม่ด้อยค่านโยบายของใครทั้งสิ้น
“นโยบายของพรรคการเมืองอื่นหากเป็นประโยชน์เราจะสนับสนุนด้วยซ้ำ เพราะถือว่าทุกคนมีความปรารถนาดีที่จะทำงานให้บ้านเมือง สิ่งที่เป็นอุปสรรคมากๆ คือ ความขัดแย้งกัน ด้อยค่ากัน เสียดสีกัน ด่าทอกัน ตรงนี้คนที่อาสาเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชนไม่ควรทำ ถ้ามัวทะเลาะกันจะหาความร่วมมือไม่ได้” หัวหน้าพรรค ภท.กล่าว
เมื่อถามว่า นโยบายของพรรคเรื่องลดค่าโดยสารรถไฟฟ้า มั่นใจว่าจะซื้อใจประชาชนได้หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “มั่นใจ เพราะ 4 ปีที่ผ่านมา ภท.กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม ถ้าพูดว่าค่าโดยสารต้องไม่เกิน 40 บาท แสดงว่าเรามีการศึกษาความคุ้มค่าในการลงทุนและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับมาแล้ว ไม่ใช่มาพูดเพื่อให้ประชาชนรู้สึกดีและมาเลือกเรา คนที่บริหารบ้านเมืองมา 4 ปีแล้วจะไปพูดชุ่ยๆ ไม่ได้”
เมื่อถามว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประกาศยุบสภาฯในตอนนี้ พรรค ภท.มีความพร้อมใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “อย่างไรก็ต้องพร้อมแล้วตอนนี้ ต่อให้นายกฯ ไม่ยุบสภาฯ ตอนนี้เหลืออีกแค่ 2 เดือน และแนวโน้มหลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ มาเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) คาดเดาว่าการยุบสภาฯ น่าจะเกิดขึ้น ซึ่งมันน่าจะน้อยกว่า 2 เดือน สำหรับ ภท.มีความพร้อมตั้งแต่ปีที่แล้ว ดังนั้น จะยุบเมื่อไหร่เราก็พร้อม”
เมื่อถามว่า มองกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ที่ลงพื้นที่เยาวราช เมื่อวันที่ 22 มกราคม อย่างไรบ้าง อนุทิน กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ลงคนเดียว แต่ลงกันถึง 3 พรรค ทั้งพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พรรคก้าวไกล พรรค รทสช. ส่วน ภท.เราไปที่เขตห้วยขวาง ซึ่งไม่ได้ต่างกัน และโปรแกรมเยาวราช ภท.เองก็คงจะต้องไป
“การลงพื้นที่เป็นเรื่องปกติในการเดินเข้าหาประชาชน ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะจากการลงพื้นที่จะเห็นเลยว่าทุกวันนี้คน กทม.ไม่ได้มีความเป็นอยู่ที่ดีมากกว่าคนต่างจังหวัดเลย บางที่คนต่างจังหวัดมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคน กทม.ด้วยซ้ำ เราต้องเอารูปแบบการแก้ปัญหาในต่างจังหวัดมาแก้ใน กทม. โดยเฉพาะคนที่อยู่ในชุมชนแออัด ซึ่งเมื่อเราตัดสินใจที่จะเข้ามาใน กทม. ได้เห็นปัญหา ต้องแก้ไขให้ได้” อนุทิน กล่าว
เมื่อถามว่า เท่าที่ดูกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ถือว่าน่ากลัวและน่ากังวลหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ต้องให้กำลังใจท่าน ให้กำลังใจทุกพรรค ตรุษจีนได้อวยพรให้หัวหน้าพรรคทุกพรรค เพราะทุกคนมีความปรารถนาที่จะรับใช้ประชาชน ได้ให้กำลังใจกัน ส่วนคนที่จะตัดสินใจคือประชาชน”
เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่กับกระแสตอบรับของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ค่อนข้างดีในขณะนี้ อนุทิน กล่าวว่า “ผมว่ากระแส ‘ลุงหนู’ ก็ดี เวลาลงพื้นที่ต่างๆ ก็ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากประชาชน หลายคนเข้ามาให้กำลังใจ ซึ่งในฐานะหัวหน้าพรรคตถือว่าดีมาก และการที่เราเข้ามาใน กทม. ทำให้รู้ว่าประชาชนรู้จัก ภท.มากขึ้น และมีความเชื่อมั่นในการทำงานของ ภท. แต่จะประสบความสำเร็จแค่ไหน อยู่ที่ชาว กทม. ได้ ส.ส.ก็ทำงาน หรือต่อให้ไม่ได้ ส.ส. เราก็ทำงานอยู่ดี ถ้าได้ใน กทม.ถือว่าเป็นการเสริมความแข็งแกร่ง”
เมื่อถามว่า ขณะนี้ทุกพรรคอาจจะแข่งกัน แต่หลังเลือกตั้งสามารถจับมือกันได้ใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ทุกอย่างอยู่ที่ผลของการเลือกตั้ง ภท.ชัดเจนอยู่แล้ว วันนี้ตนคิดว่าเราเลิกพูดกันได้แล้วว่าใครอยู่พรรคนี้เป็นประชาธิปไตย ใครไม่อยู่พรรคนี้ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือ ภท.พรรคดูด แต่ปรากฏว่า ภท.ก็ถูกดูด ถือว่าครบหมดแล้ว องค์ประกอบของพรรคการเมืองครบหมดแล้ว มีคนเข้ามา มีคนออกไป และคนที่ไปก็เคยอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับพรรคที่ตัวเองไปอยู่ด้วย
“ฉะนั้น คำว่าไล่หนูตีงูเห่า รับใช้เผด็จการ ไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ซึ่งด้วยการกระทำและสิ่งที่เกิดขึ้นชัดเจนแล้วว่าทุกพรรคการเมืองเหมือนกันหมด มีรูปแบบและองค์ประกอบในทางการเมืองเหมือนกันหมด ภท.ไม่เคยพูดถึงเรื่องเหล่านี้เลย พูดอย่างเดียวคือ ทำงานรับใช้บ้านเมืองและประชาชน เพราะถึงอย่างไรเป็นประชาธิปไตยโดยเสียงโหวตของสภาฯ ยิ่งครั้งหน้ายิ่งชัดเจนว่าเป็นการต่อสู้ของพรรคการเมืองทั้งหมด ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนผ่านวงจรอำนาจจาก คสช.มาเป็นรัฐสภา” อนุทิน กล่าว
พร้อมกับย้ำด้วยว่า ครั้งหน้าจะเป็นพรรคการเมืองล้วนๆ ขอให้แข่งกันทำความดีให้กับประชาชน ประชาชนจะตัดสินเองว่าจะเลือกใคร ถ้าทำดี รวมกันได้ ไม่มีความขัดแย้งก็เป็นรัฐบาล ถ้าเสียงไม่พอ ไม่เป็นที่ต้องการของพรรคการเมืองอื่นก็ไปเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านก็ทำงานได้ ไม่ใช่ทำงานไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า กระแสลุงหนู จะสู้ลุงตู่ได้หรือไม่ อนุทิน หัวเราะและกล่าวว่า “ให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ”



