อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุไฟไหม้ซ้ำบริเวณเครนถล่มถ.พระราม 2 ว่า พึ่งเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดี๋ยวคงมีการรายงานเข้ามา อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการคือกรมทางหลวง ก็ต้องดำเนินการ
อนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้คาดโทษแต่ให้ดำเนินการ โดยรัฐบาลให้ดำเนินการทางปกครอง หาวิธีบอกเลิกสัญญากับผู้รับเหมา ซึ่งรัฐบาลโดยสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่คู่สัญญา แต่เป็นนโยบายที่แจ้งให้กับหน่วยงานรับผิดชอบโครงการซึ่งต้องดำเนินการ ถ้าเขาไม่ดำเนินการก็มีความผิดเท่านั้นเอง โดยในส่วนของรัฐบาลได้ดำเนินการไปแล้ว
เมื่อถามว่า นายกฯ ในฐานะวิศวกรเหตุไฟไหม้ดังกล่าวถือเป็นการทำลายหลักฐานใช่หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ถ้าถามในฐานะวิศวกร เราต้องวางแผนงานควบคุมและใส่ใจ ในแต่ละประเภทของงาน ซึ่งมีทั้งเสี่ยงน้อย เสี่ยงมาก เสี่ยกลาง ซึ่งงานที่เสี่ยงมากๆ คืองานที่ต้องเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สาม ก็ต้องให้ความใส่ใจ และระมัดระวังให้มาก ต้องมีความปลอดภัยซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ บริษัทข้ามชาติที่เคยเป็นวิศวกรคุมงาน เคยได้รับรางวัล เนื่องจากไม่มีอุบัติเหตุจนมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต 30 ล้านชั่วโมง Lost time accident ซึ่งไม่ใช่เรื่องฟลุ๊ค โชคดี หรือจุดธูปเส้นไหว้ แต่มาจากการวางแผน และความใส่ใจการควบคุมงานที่เข้มข้น
ทั้งนี้ ที่มีการตั้งข้อสังเกต เหตุไฟไหม้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้หรือเป็นการทำลายหลักฐาน อนุทิน กล่าวว่า จะเป็นการไปทำลายหลักฐานได้อย่างไร ถ่ายรูปกันไปชัดเจนแล้ว หลักฐานก็คือเครนที่ร่วงลงมา ซึ่งเป็นความเสียหายทางโครงสร้างทางวิศวกรรม จะไปเผาเหล็กเผาเครนตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร เอกสารก็ไม่ได้ต้องการ เพราะถ้าเอกสารดีอย่างไรแต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันฟ้องดีกว่าเอกสาร
ส่วนที่ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ออกมาเรียกร้องให้ภาครัฐและช่วยเหลือเนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง อนุทิน กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหา ได้มอบนโยบายต่อกรมทางหลวง การรถไฟแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคมว่า ต้องไม่ฟังเงื่อนไขในสัญญา แต่มันมีเรื่องของกฎหมายทางปกครอง ให้ไปดำเนินการ เพราะมันเป็นภัยและอันตรายต่อสาธารณะ ทำให้ประโยชน์ของสาธารณะเสียไป รวมไปถึงความมั่นใจของนักลงทุนและนักท่องเที่ยว ไม่เว้นแม้แต่ความมั่นใจของคนในชาติวันนี้ กลายเป็นว่า ถ.เพชรเกษม รถติด เพราะไม่มีคนอยากวิ่งผ่าน ถ.พระราม 2 เราลงทุนก่อสร้างไปเท่าไหร่ เราก็ต้องสร้างความมั่นใจตรงนี้ คนที่ทำให้เกิดความไม่มั่นใจคือคนที่ก่อสร้าง และผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกตอนที่บอกว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ก็มีคนว่าไม่ใส่ใจ แต่ตอนที่จะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ก็บอกว่าระวังเสียค่าโง่ แต่ถ้าทำตรงนี้แล้วนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎหมาย เปลี่ยนระเบียบการควบคุมต่างๆได้ เพราะทุกอย่างมีต้นทุน ก็ไม่คิดว่าคำว่าเสียค่าโง่คืออะไรคือบริษัทไปฟ้องหรือ เครนล้มลงมาขนาดนี้ มีเสียชีวิต 30 กว่าคน เหตุเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก เหตุเกิดครั้งแรกยังโอเค แต่นี่เกิดเหตุ 4-5 ครั้งแล้ว แล้วจะไม่ให้รัฐทำอะไรเลยหรือ ทำแบบนี้ก็ว่าทำแบบนั้นก็ว่า อนุทินก็ทำในสิ่งที่ควรทำ และอนุทินไม่ได้เป็นคนเสียค่าโง่ แค่ไปบอกให้หน่วยงานว่าต้องทำอย่างไร มันไม่โง่หรอกที่ต้องทำแบบนี้ ทำแล้วทุกฝ่ายจะได้ฉลาดขึ้น จะได้ทำอะไรด้วยความระมัดระวัง เพราะคนที่เสียหายคือประชาชน ญาติเจ้าของบริษัทเสียชีวิตเสียเมื่อไหร่ล่ะ คนสัญจรไปมา ขับรถไปมาไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ต้องมาเสียชีวิตตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ทำให้เสียหายกับประเทศ และเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องดำเนินการ ไม่ต้องมานั่งนับญาติอะไรกับอนุทิน สิ้นคิดถึงขนาดบอกว่า เอาแม่ไปเป็นน้องสาวของเจ้าของบริษัทอิตาเลียนไทย เป็นไปได้อย่างไร เพราะสมัยก่อน แข่งขันกันมาตลอดชีวิต มันเริ่มที่จะออกไปเรื่องอื่นแล้ว เอาเรื่องวันนี้ดีกว่าว่าหน้าที่ของรัฐบาลคืออะไร มาตรการเร่งด่วนที่ออกมาจะทำให้เกิดความเชื่อมั่นหรือไม่ หน่วยงานที่รับผิดชอบไปเลิกสัญญาให้ได้ก่อนเถอะ เพราะตอนนี้คุณทำให้รัฐบาลทำให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้ความมั่นใจของคนไม่มี เตือนไปแล้วหลายครั้งก็ยังเกิดเหตุขึ้นอีก หากมีไฟไหม้เกิดตรงนั้น แสดงว่าคุณยังไม่ดำเนินการอะไรที่ทำให้เกิดความปลอดภัยเพิ่มขึ้น ตรงนี้ควรหรือยังที่จะต้องมีการดำเนินการอะไร อนุทินทำหน้าที่ของอนุทินแล้ว ต่อไปเป็นหน้าที่ของผู้ปฏิบัติ ถ้าไม่ทำก็คาอยู่ที่เขา ประชุมครม.กี่สัปดาห์ ก็จะถาม รมว.คมนาคม และหลังเลือกตั้ง หากอนุทินเป็นฝ่ายค้าน ก็จะไปนั่งไล่ถาม รมว.คมนาคม ดำเนินการไปแล้วหรือยังก็แค่นี้
ทั้งนี้ ควรจะมีไทม์ไลน์ดำเนินการเรื่องนี้ให้จบก่อนส่งไม้ต่อรัฐบาลได้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ทำหน้าที่ไปแล้ว ใครไม่ทำตามคำสั่งรัฐบาล เขาก็ต้องรับผิดชอบ ตามระเบียบและกฎหมาย
เมื่อถามว่า จะมีการยุติโครงการอื่นหรือไม่ เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ซ้ำซาก อนุทิน กล่าวว่า เอาสองเรื่องนี้ให้ได้ก่อน




