แบ่งฝ่ายหรือเปล่า ? ‘หนู’ ปัดตอบรักชาติต้องเลือก ‘ภท.’

29 ม.ค. 2569 - 10:53

  • 'อนุทิน' ยัน มท.ตรวจสอบชื่อปชช.ตลอด หลังคนโวยชื่อผีโผล่ในทะเบียนบ้าน

  • โยน 'พิพัฒน์' แจงปม ยุปชช.เลือกฝ่ายรักชาติ-ไม่รักชาติ

  • ลั่นปลด 'หมอสุภัทร' ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย เชื่อถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปโยงการเมือง

แบ่งฝ่ายหรือเปล่า ? ‘หนู’ ปัดตอบรักชาติต้องเลือก ‘ภท.’

'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการร้องเรียนชื่อบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน ในหลายพื้นที่ ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งการเลือก จะตรวจสอบทะเบียนราษฎร์ ว่า ต้องมีอยู่แล้ว ตอนที่กระทรวงมหาดไทยตรวจสอบก็ถูกกล่าวหาว่าตรวจสอบมากเกินไป และใช้เวลานานทำให้ประชาชนเดือดร้อน  พอมีชื่อผีเข้ามาในทะเบียน ก็เรียกร้องว่าทำไมมหาดไทยไม่ตรวจสอบ ซึ่งเรามีไทม์ไลน์เรื่องนี้และมีรายชื่ออยู่แล้ว เช่น กรณีที่จะต้องจ่ายเงินเยียวยาประชาชน ต้องตรวจสอบรายชื่อ ซึ่งเป็นไปได้ว่าอาจจะมี 5% ที่ตกหล่นไปบ้าง หรือประเมินความเสียหายไม่เสร็จ โดยกระทรวงมหาดไทย ติดตามอยู่ตลอด 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชื่อผีที่เข้าไปอยู่ในทะเบียนบ้านคนอื่นอยู่ในช่วงที่กำลังจะมีการเลือกตั้ง อนุทิน กล่าวว่า เป็นการผูกเรื่องกันไปเองทั้งนั้น ส่วนตัวทำงานในฐานะ นายกฯและรมว.มหาดไทย แยกแยะเรื่องพวกนี้ได้ ไม่มีคำว่าเลือกตั้งหรือหาคะแนน ไม่มีคำว่าพวกเราหรือพวกเขา ไม่มีนับญาติ ใครเคยเห็นว่านับญาติกับใครบ้างไม่ว่าจะกับคนไทยหรือคนต่างชาติ เวลาทำงานตามหน้าที่ 

ส่วนในช่วงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง พบมีเรื่องใดที่เคลื่อนไหว ผิดปกติหรือไม่นั้น ไม่มี ทุกคนทำตามหน้าที่และบทบาทของตัวเอง และการลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ลาราชการระหว่างเดินหาเสียงพบ 'ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ' ประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน ยังทักทายกันดี ซึ่งทุกคนต้องทำตามบทบาทหน้าที่กันไป เรื่องส่วนตัวไม่มีอะไร และต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน  

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่ 'พิพัฒน์ รัชกิจประการ' รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิไทย ดูแลการหาเสียงภาคใต้ เชิญชวนประชาชนให้เลือกพรรคที่รักชาติ เช่น พรรคภูมิใจไทย ฝ่ายไหนที่ไม่รักชาติไม่จำเป็นต้องเลือก  จะถูกทำให้มองว่าเป็นการแบ่งฝ่าย หรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ยังไม่ได้ยินอย่างนั้น ขอให้ถามจากนายพิพัฒน์ ที่อยู่ระหว่างไปช่วยหาเสียงในพื้นที่รับผิดชอบ จึงยังไม่ได้คุยกัน 

เมื่อถามย้ำว่าจะกำชับแกนนำพรรคภูมิใจไทย ให้ระวังการออกแคมเปญรณรงค์หาเสียงโค้งสุดท้ายหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ทุกคนทราบกรอบกฎหมาย ไม่ใช่แค่การประชุมพรรค แต่ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ย้ำให้ทุกคนแยกบทบาทหน้าที่ให้ดี เพราะยังมีความเป็นรัฐมนตรีอยู่ ไม่ใช่สมาชิกพรรคการเมืองต้องทำหน้าที่ให้ดี จนกว่าจะมีครม.ชุดใหม่ ส่วนรัฐมนตรี คนไหนจะไปหาเสียงเลือกตั้งในเวลาราชการต้องลาราชการให้ถูกต้อง ไม่ใช้ทรัพย์สินของราชการ ไม่ใช้รถประจำตำแหน่ง รถนำขบวน ไม่นำข้าราชการประจำไปเพื่ออำนวยความสะดวกหรือประสานงาน 

ส่วนกังวลหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกดิสเครดิตในช่วงใกล้วันเลือกตั้ง อยู่ที่มุมมองของแต่ละคน ส่วนตัวคิดว่าถ้าเราไม่ใช่คู่แข่งที่มีศักยภาพ เหมือนการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และ 2566 คงไม่โดนกระแส ดิสเครดิตหรือต่อต้านจากฝ่ายตรงข้ามแรงขนาดนี้ เราทราบอยู่ว่ากำลังทำอะไรและต้องทำต่อไป ยอมรับว่ามีกังวลบ้างว่าสส.จะสอบผ่าน เพราะเวลาที่ไปปราศรัยช่วยผู้สมัครสส. หาเสียง แล้วประชาชนไม่รู้จัก แสดงว่าขยันไม่จริง หรือผู้สมัครยังลงพื้นที่ไม่เต็มที่ ต้องเรียกมากำชับให้ลงพื้นที่ให้ใกล้ชิดประชาชน มากขึ้น  

ลั่นปลด 'หมอสุภัทร' ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย

พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 'ปริญญา เทวานฤมิตรกุล' นักวิชาการ ออกมาแนะนำนายกฯให้กระทรวงสาธารณสุข หยุดการปลด 'นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ' อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย ผู้สมัคร สส. จ.สงขลา เขต 2 สังกัดพรรคประชาชน (ปชน.) ในช่วงการเลือกตั้งเพราะจะมีผลเสียมากกว่าผลดีว่า ไม่ได้รับรู้รับทราบเรื่องพวกนี้ นอกจากรับทราบจากทางข่าวสารและการพูดถึง

ส่วนตัวออกจากกระทรวงสาธารณสุขมาหลายปีแล้ว และที่ได้พบกับรมว.สาธารณสุขในงานเมื่อคืนวันที่ 28 ม.ค.ได้สอบถาม ซึ่งรัฐมนตรีบอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีเรื่องของการเมือง คิดว่าอาจารย์ปริญญาที่บอกว่าให้เราถอยเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับพรรคภูมิใจไทย อาจารย์ปริญญาก็เป็นอาจารย์ ก็น่าจะทราบและมีความรู้ทางด้านกฎหมายดีว่าตรงไหนที่ฝ่ายการเมืองทำได้ ตรงไหนทำไม่ได้ ยิ่งตอนนี้เราเป็นรัฐบาลยิ่งไปมีความเกี่ยวข้องอะไรไม่ได้ใหญ่เลย ไม่เคยข้องแวะข้องเกี่ยวหรือไม่ได้ไปสั่งการใดๆในเรื่องของงานประจำ ที่ไม่ใช่นโยบายที่จะให้ปลดข้าราชการจำเพาะเจาะจง แบบนี้ให้ไม่ได้อยู่แล้วมันผิดอยู่แล้ว  

อนุทิน กล่าวว่า นโยบายที่บอกว่าให้ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดกฏหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือประชาชนทั่วไป อันนี้เป็นนโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลตน ตนถึงได้ใช้คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรม ผู้สื่อข่าวต้องอย่าลืมด้วยตนดำเนินแนวทางนี้มาตลอด มันถึงสามารถดำเนินคดีกับทุกคนที่ทำผิดกฎหมายได้ ซึ่งล่าสุดมีการจับกุมระดับผู้บริหารการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงด้วย ที่ไปมีส่วนร่วมกับการขุดบิตคอยน์ ซึ่งตนไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมีรายงานมาตนก็รับทราบ ใครผิดใครถูกก็ดำเนินการเต็มที่ 

ส่วนจะห่วงหรือไม่ว่าจะทำให้คะแนนเสียงของพรรคภูมิใจไทยจะลดลง เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย จะไปห่วงได้อย่างไร มันเป็นความพยายามที่จะนำไปเกี่ยวโยงมากกว่า คนที่นำไปเกี่ยวโยงก็คือคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่าไม่เกี่ยวเลย พรรคภูมิใจไทยไม่ได้คุมกระทรวงสาธารณสุขมา2ปีกว่าแล้ว เพิ่งเข้าไปแค่3เดือน ถ้าจะว่าไปแล้วสืบสวนสอบสวนข้าราชการกระทำผิดอะไรใดๆ ที่จะต้องเข้าออกสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งกว่าจะเข้าออกได้ต้องดูว่ามันเกิดขึ้นสมัยไหน ไม่ใช่ทำได้ภายใน 3-4 เดือน แล้วอยู่ดีๆจะมาบอกว่าคนที่จะต้องไปสั่งห้ามไม่ให้เข้าแล้วเราจะไปรู้ได้อย่างไร 

อนุทิน กล่าวด้วยว่า อย่าเอามานับญาติหรือข้องแวะอะไรกับเขาเลย แม้ว่าออกมาจากกระทรวง 3 เดือน ถามปลัดฯ ถามอธิบดีได้เลยว่าเคยเห็นหน้าไหม เคยต้องมารายงานหรือมาติดต่ออะไรกับไหม ไม่มีเลย กลับมาอีกที 3 เดือนหลังจากนั้นก็มาทำหน้าที่ โดยทำหน้าที่รมว.มหาดไทย ส่วนตัวมืออาชีพอยู่แล้วไม่ต้องห่วงหรอก 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์