'อนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี 'พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส' สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย บุกถึงหน้าบ้าน 'เนวิน ชิดชอบ' ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ในฐานะครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ที่จ.บุรีรัมย์ มองปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไร ว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ เรื่องเขากระโดงก็ดีเรื่องฮั้วสว.ก็ดี มันอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่แล้ว คำพิพากษาทั้งหลายถ้าออกมาทุกคนก็ต้องปฏิบัติตาม ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายและไปฝ่าฝืนกฎหมายได้
เมื่อถามว่ากระทรวงคมนาคมได้รายงานความคืบหน้าการทวงคืนพื้นที่ ทีละแปลงหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องของการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาคงรายงาน 'พิพัฒน์ รัชกิจประการ' รองนายกฯและรมว.คมนาคม ส่วนของกระทรวงมหาดไทยกรมที่ดินก็รายงานมาโดยตลอด ว่ามันไม่ได้ผูกพันคำพิพากษาที่คนพยายามพูดและไปชี้นำ ให้สาธารณะเชื่อถือคำพิพากษามันผูกพันรายแปลง ซึ่งคำพิพากษาที่ออกมานั้นความจริงคือชาวบ้านฟ้องการรถไฟฯให้ออกโฉนดแล้วศาลบอกว่าไม่ให้ออกโฉนดอย่างนั้นจะไปทึกทักว่าแปลงอื่นเถื่อนไปหมดมันก็ไม่ใช่ การรถไฟฯต้องฟ้องรายแปลงไปซึ่งเขาก็ดำเนินการอยู่ และถ้าศาลมีคำวินิจฉัยทุกคนก็ต้องปฏิบัติตามไม่มีใครจะฝ่าฝืนไปได้
พร้อมกันนี้ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ 'กัมพูชา' ยื่นหนังสือแจ้งเตือน 'ประเทศไทย' และเลขาธิการสหประชาชาติ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเชิงบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) ภายหลังรัฐบาลไทยยกเลิก MOU 44 ว่า ยังไม่ได้รับทราบว่าเกิดปัญหาอะไร เรื่องของ MOU 44 เราแจ้งแก่ผู้นำกัมพูชา ตั้งแต่การประชุมสุดยอดอาเซียนเขาก็รับทราบ และได้แจ้งกลับว่ารู้สึกผิดหวัง หลังจากนี้จะใช้ UNCLOS ในการดำเนินการต่อไป ซึ่งไม่ได้กำหนดว่าจะดำเนินการเมื่อใด
ส่วนจะถูกมองว่าต่อหน้าและหลังฉากไม่เหมือนกันหรือไม่นั้น ใครมองส่วนตัวไม่ได้มองแบบนั้น มองว่าเหมือนกันหมด
เมื่อถามว่า คนไทยมองกัมพูชา ว่าบนเวทีนานาชาติเป็นอีกอย่าง แต่การเดินเกมก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อนุทิน กล่าวว่า อยู่ที่ประเทศไทยยืนบนหลักการอย่างไร และยังไม่มีจุดไหนที่ทำให้ประเทศเสียเปรียบ มีการพูดกันมาตลอดสัปดาห์ว่า เปิดด่าน เปิดนั่นเปิดนี่ แล้วมีไหมล่ะ กุเรื่องขึ้นมา บอกให้นักเรียนจากฝั่งกัมพูชาเข้ามาเรียนในฝั่งไทยเพื่อมนุษยธรรม เขียนเฟกนิวส์กันไปเรื่อย ต้องเดือดร้อนผผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ต่างประเทศต้องชี้แจงว่าไม่มีเพราะไม่มีใครชี้แจงได้ชัดเจนเท่าผู้ว่าฯและการที่เราไปเจรจากับนานาชาติ เวียดนามก็มาเยือนเรา เราก็เพิ่งไปพบกับผู้นำฝรั่งเศส หรือผอ.ยูเนสโก ก็ไม่ได้มีปัญหา ประเทศไทยไม่จำเป็นต้องมาปรับท่าที เพราะไม่มีใครหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาแม้แต่น้อย
ส่วนที่กัมพูชาพูดคุยกับนานาชาติมากขึ้น รัฐบาลไทยต้องแก้เกมอย่างไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทำไมต้องแก้เกม เราดำเนินการในแบบของไทย ที่เรารับฟังความคิดเห็นจากประชาชน และทำให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ทำให้ประเทศไทยเสียสถานะในเวทีนานาชาติ ยังดำรงไว้ซึ่งอธิปไตย เกียรติภูมิ และความมั่นคง ตลอดจนความเป็นที่ยำเกรงของอริกับประเทศของเรา ซึ่งเราก็มีหลักการในการดำเนินการอยู่แล้ว
สำหรับการเรียกรัฐมนตรีขึ้นไปหารือบนตึกไทยคู่ฟ้า รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง เมื่อช่วงเช้าก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ได้สั่งการ หรือกำชับอะไรเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ส่วนตัวเดินทางไปต่างประเทศ 2 สัปดาห์ และวันนี้ (2 มิ.ย.) มีเรื่องของงบประมาณที่จะต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมรัฐสภา ก็ให้ทางผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณมาสรุปรายละเอียดให้กับรองนายกฯและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรับทราบ ซึ่งไม่มีข้อกังวลอะไรเป็นพิเศษ ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบของวงเงินงบประมาณ ปีนี้มากกว่าปีที่แล้วเพียง 7 พันล้านบาท ซึ่งก็เป็นวงเงินที่ค่อนข้างจำกัด จึงกำชับให้ทุกหน่วยงานใช้งบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ และกระจายไปให้ถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด




