จากกรณีที่ เศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย (พท.) และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท. ประกาศนโยบายจะเติมเงินดิจิทัลเข้ากระเป๋าประชาชนจำนวน 10,000 บาท ให้คนไทยตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปนั้น
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบและไม่ขอวินิจฉัยพรรคอื่น เพราะเราก็ทำของเราไป พรรคอื่นจะเป็นอย่างไรขอไม่พาดพิง เราคิดว่าของเราคือวิธีการหาเสียงที่ดีที่สุด และประชาชนต้องการ ทั้งนี้ การปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่พาดพิงถึงพรรคอื่น ยกเว้นมีการพาดพิงพรรค ปชป. ที่ทำให้เกิดการเสียหาย หรือทำให้เข้าใจผิด เราก็ต้องชี้แจงและทำความเข้าใจ แต่อยู่ๆ จะให้พาดพิงพรรคอื่นโดยไม่จำเป็นเราไม่ทำ แต่เราขอนำเสนอแต่ทางเลือก ว่าคนและนโยบายของเราดีกว่าอย่างไรและแคนดิเดตนายกฯ สู้เขาได้อย่างไร
ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ขอไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพรรคอื่น แต่ยังมั่นใจว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทย มีประโยชน์กับประชาชน และต้องปฏิบัติได้จริง เพราะประชาชนไม่ใช่ยาจก เป็นคนที่มีพระคุณต่อพรรคการเมืองทุกพรรค เราจึงต้องทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสในการทำมาหากิน ไม่ใช่ไปแบมือขอ การจะเอาอะไรไปให้เขาถือเป็นการไม่เห็นหัวประชาชน แต่ต้องทำให้ประชาชนคิดว่า นี่คือสิทธิที่เขาควรจะพึงได้
ด้าน ชัยวุฒิ ธนาขมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ผมก็เพิ่งทราบ ขอศึกษานโยบายดังกล่าวก่อน
ส่วนจะเป็นนโยบายที่ตอกย้ำเรื่องประชานิยมหรือไม่ ชัยวุฒิ มองว่าทุกนโยบายจะต้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ส่วนคนจะชอบหรือไม่ชอบ จะส่งผลกระทบกับสังคมอย่างไร จะคุ้มค่าหรือไม่ จะต้องศึกษากันต่อไป พร้อมขอให้ ให้ฝ่ายวิชาการและทีมเศรษฐกิจได้วิเคราะห์ก่อน
ชัยวุฒิ กล่าวว่า เมื่อได้ยินคำว่า 10,000 บาทครั้งแรก รู้สึกคล้ายๆ เดิมๆ ที่เคยทำมา เพราะต้องให้ประโยชน์กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่างในสมัยก่อนกองทุนหมู่บ้านละหนึ่งล้านบาท เป็นการเอาเงิน 1 ล้านบาทมาแบ่งกันในหมู่บ้าน มุขเดิม เพียงเปลี่ยนจาก 1 ล้านบาทเป็น 1 หมื่นบาท
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ทราบและไม่ขอวินิจฉัยพรรคอื่น เพราะเราก็ทำของเราไป พรรคอื่นจะเป็นอย่างไรขอไม่พาดพิง เราคิดว่าของเราคือวิธีการหาเสียงที่ดีที่สุด และประชาชนต้องการ ทั้งนี้ การปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่พาดพิงถึงพรรคอื่น ยกเว้นมีการพาดพิงพรรค ปชป. ที่ทำให้เกิดการเสียหาย หรือทำให้เข้าใจผิด เราก็ต้องชี้แจงและทำความเข้าใจ แต่อยู่ๆ จะให้พาดพิงพรรคอื่นโดยไม่จำเป็นเราไม่ทำ แต่เราขอนำเสนอแต่ทางเลือก ว่าคนและนโยบายของเราดีกว่าอย่างไรและแคนดิเดตนายกฯ สู้เขาได้อย่างไร
ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ขอไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบายพรรคอื่น แต่ยังมั่นใจว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทย มีประโยชน์กับประชาชน และต้องปฏิบัติได้จริง เพราะประชาชนไม่ใช่ยาจก เป็นคนที่มีพระคุณต่อพรรคการเมืองทุกพรรค เราจึงต้องทำให้เขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทำให้มีโอกาสในการทำมาหากิน ไม่ใช่ไปแบมือขอ การจะเอาอะไรไปให้เขาถือเป็นการไม่เห็นหัวประชาชน แต่ต้องทำให้ประชาชนคิดว่า นี่คือสิทธิที่เขาควรจะพึงได้
ด้าน ชัยวุฒิ ธนาขมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ผมก็เพิ่งทราบ ขอศึกษานโยบายดังกล่าวก่อน
ส่วนจะเป็นนโยบายที่ตอกย้ำเรื่องประชานิยมหรือไม่ ชัยวุฒิ มองว่าทุกนโยบายจะต้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ส่วนคนจะชอบหรือไม่ชอบ จะส่งผลกระทบกับสังคมอย่างไร จะคุ้มค่าหรือไม่ จะต้องศึกษากันต่อไป พร้อมขอให้ ให้ฝ่ายวิชาการและทีมเศรษฐกิจได้วิเคราะห์ก่อน
ชัยวุฒิ กล่าวว่า เมื่อได้ยินคำว่า 10,000 บาทครั้งแรก รู้สึกคล้ายๆ เดิมๆ ที่เคยทำมา เพราะต้องให้ประโยชน์กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง อย่างในสมัยก่อนกองทุนหมู่บ้านละหนึ่งล้านบาท เป็นการเอาเงิน 1 ล้านบาทมาแบ่งกันในหมู่บ้าน มุขเดิม เพียงเปลี่ยนจาก 1 ล้านบาทเป็น 1 หมื่นบาท




