‘อนุทิน’ กระตุกเตือน! ‘อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่’

5 ส.ค. 2568 - 15:34

  • ‘อนุทิน’ กระตุกเตือน ‘อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่’ ดูปมที่ดิน ‘เขากระโดง’ ตามกฎหมาย ยกอดีตย้อนเกล็ดเซ็นสุ่มสี่สุ่มห้า- เกิดความเสียหาย ติดคุกกันมาแล้ว

  • ชี้ คนระดับ ‘ภูมิธรรม’ พูดก็ต้องเชื่อ ใช้มาตรฐานเดียวกับ ‘คดีอัลไพน์’

  • ปัด ‘อธิบดี ปภ.’ ถูกเด้งไม่เกี่ยว ‘สายสีน้ำเงิน’ ลั่นรู้อยู่เป็นเด็กใคร ไม่ขัดถูกตรวจสอบ ‘สนามบินขนงพระ’

‘อนุทิน’ กระตุกเตือน! ‘อธิบดีกรมที่ดินคนใหม่’

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่หากอธิบดีกรมที่ดินคนใหม่เซ็นเพิกถอนโฉนดที่ดินเขากระโดง จะมีผลอย่างไรต่อไปว่า ต้องดูตามกฏหมาย ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้า เซ็นแล้วผิดกฎหมาย ทำไปด้วยเจตนารมณ์ที่ไม่บริสุทธิ์ จงใจทำให้เกิดความเสียหาย หรือเป็นการกลั่นแกล้งกัน ก็ให้ดูว่าในสมัยก่อน มีอธิบดีกรมที่ดิน อดีตปลัดกระทรวง ต้องถูกโทษจำคุกเรื่อง แบบนี้เราก็เห็นกันมาหมดแล้ว เที่ยวไปเพิกถอนมติหรืออะไรต่างๆ ก็เห็นตัวอย่างกันมาหมดแล้ว ถ้าใครที่ทำเพื่อที่ต้องการจะมาดำรงตำแหน่งนี้ ก็ไม่มีใครห้าม และไม่มีอะไรมาห้ามให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบหรือความเสียหายไม่ให้เขาดำเนินคดีกลับ

ส่วนเรื่องที่ดินเขากระโดง จะอยู่แค่ระดับอธิบดีหรือฝ่ายการเมืองจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ ส่วนนี้ต้องไปถามผู้ที่เสียหาย

เมื่อถามว่า ภูมิธรรมประกาศใช้มาตรฐานเดียวกันกับกรณีที่ดินอัลไพน์ เชื่อหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า “ถ้าคนระดับท่านพูดก็ต้องเชื่อ แต่ขอให้ท่านทำให้เร็วเหมือนกับเรื่องเขากระโดง”

ทั้งนี้ มองอย่างไร ที่มีการเดินหน้าเพิกถอนที่ดินเขากระโดง ทำให้ 4 อธิบดีถูกโยกย้ายออกจากตำแหน่ง เหมือนเป็นการล้างบาง อนุทิน กล่าวว่า อธิบดีกรมที่ดินขอย้ายตัวเองเพราะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามข้อสั่งการ

เมื่อถามว่าอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดนโยกย้ายอีกหนึ่งตำแหน่ง อนุทิน กล่าวว่า ตรงนี้ไม่รู้ว่าโดนเรื่องอะไร

เมื่อถามต่อว่า เป็นการตั้งใจล้างบางสายสีน้ำเงินหรือไม่ อนุทิน ตอบทันทีว่า อธิบดีปภ. ไม่ใช่สายสีน้ำเงิน ซึ่งอธิบดีปภ.อยู่กับ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่เป็นเด็กติดตามกันมาซึ่งตัวเสริมศักดิ์เอง ก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าจะมานั่งเป็นมท.1 - มท.2 ด้วยซ้ำ อันนี้จึงไม่เกี่ยวกับสายสีน้ำเงินแน่นอน และไม่เกี่ยวกับอนุทินแน่นอน เพราะใครๆ ก็รู้ว่าอธิบดีปภ.  ทำงานมาตั้งแต่เป็นรุ่นเด็กอยู่แล้วว่า อยู่กับใครมา

ทั้งนี้ สุดท้ายที่ดินเขากระโดงจะต้องรื้อหรือจะยื้อกันไปอีกนาน  อนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้ว่าจะใช้คำว่ายื้อถูกหรือไม่ เพราะเรื่องพวกนี้ เป็นเรื่องของกฎหมาย สมัยอยู่กระทรวงมหาดไทยก็ยัง เรียกอธิบดีกรมที่ดินมาถามว่า ถ้าอนุทินไม่ใช่มท.1 ผลจะเป็นแบบนี้หรือไม่ อธิบดีกรมที่ดินก็ยังยืนยัน นอนยัน นั่งยันว่า ก็เป็นแบบนี้ ไม่ว่าใครจะมาเป็นมท.1 ผลของคณะกรรมการมาตรา 61 ก็เป็นเช่นนี้ ก็ยังบอกให้ทุกคนเป็นพยานบันทึกกันไว้ ซึ่งก็มีบันทึกไปที่ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขอให้ดำเนินการทุกอย่างในเรื่องนี้ เพราะเป็นที่สนใจของประชาชน และเป็นเรื่องที่มีความกังขาขอให้ทำให้ถูกต้องทุกอย่าง ใครที่คิดว่าทำถูกต้องตามกฏหมายก็ทำไป และรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองได้กระทำ ถ้าทำไม่ผิดมันก็ไม่ผิด

เมื่อถามว่า ถ้าประชาชนที่ได้รับโฉนดอย่างถูกต้อง ถูกเพิกถอนสิทธิ์ จะมีคำแนะนำอย่างไร อนุทิน กล่าวว่า ควรต้องหาวิธีแก้ไขกันต่อไป เพราะไม่ใช่แค่ชาวบ้าน แต่เศรษฐกิจก็จะพังไปหมด ซึ่งที่ดินส่วนใหญ่มีโฉนดหมดแล้ว คงไม่มีใครโง่ที่จะซื้อที่ดินที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เรื่องของที่ดิน ไม่ใช่การโอนเฉพาะ 2 ฝ่าย เจ้าหน้าที่กรมที่ดินต้องรับรู้ ไม่ใช่ว่าโอนวันนี้อีก 3 ปี 5 ปี จะไปเพิกถอน ไม่เช่นนั้นจะไม่มีใครกล้าลงทุน

“หากไม่ลงทุน ทุกอย่างก็กระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เอาชัวร์ๆ ซื้อบนถนนสีลม สุขุมวิท เท่านั้นหรือ อีกหน่อยตำบลปากช่อง เขาค้อ สันกำแพง ก็ไม่มีใครกล้าไปลงทุน ถ้าทำแบบนี้ ทุกอย่างต้องมีความชัดเจน”

อนุทิน กล่าว

อนุทิน กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญมีการคุ้มครองอยู่แล้ว แต่บางคนก็ตีลูกมึน ไปทำความเดือดร้อนให้ประชาชน ขออย่าลืมว่า เขากระโดงมีกว่า 900 ครอบครัว ไม่ใช่จ้องแต่ครอบครัวการเมือง แล้วได้รับผลกระทบไปด้วยก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร

ส่วนจะให้มีการฟ้องร้องกลับหรือไม่ อนุทิน กล่าวว่า ไม่มีที่ดินตรงนั้น คงตอบแทนไม่ได้ แต่เห็นว่ารัฐบาลควรมีมาตรการคุ้มครอง ไม่ใช่พอถึงเวลาก็เอาเงินภาษีประชาชนมาเวนคืน

เมื่อถามถึงกรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบสนามบินขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อาจรุกล้ำทางสาธารณะ อนุทิน กล่าวว่า ประเด็นนี้ก็ให้หน่วยงานตรวจสอบ และมีเอกสารหลักฐานที่จะต้องไปชี้แจง

ทั้งนี้ ดีเอสไอควรจะไปตรวจสอบรีสอร์ทบนที่ดินของ แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และรมว.วัฒนธรรมด้วยหรือไม่ อนุทินหัวเราะพร้อมย้อนว่า “ชอบถามแบบนี้” ก่อนกล่าวต่อว่า หากจะทำก็ต้องทำให้เท่าเทียมกันทุกคน แต่การเที่ยวไปตรวจที่ตรงนั้นตรงนี้ แล้วอีกหน่อยใครจะกล้าลงทุน เศรษฐกิจก็นิ่งหมด พร้อมย้ำว่า เศรษฐกิจดีขึ้นเพราะมีการเปลี่ยนมือ การลงทุน การขาย การได้กำไร คนถึงจะไปจับจ่ายใช้สอย ใช้เงิน เศรษฐกิจต้องหมุนด้วยเงิน

“ฉะนั้น หากทำแบบนี้ อีกหน่อยมีคนนำที่ดินต่างจังหวัดมาขาย ใครจะกล้าซื้อ แล้วโฉนดถูกต้องหรือไม่ ใครจะทราบ เพราะบางโฉนดออกมาตั้งแต่ พ.ศ.2480 จะไม่ถูกได้อย่างไรก็ต้องอนุมานว่าถูกไว้ก่อน จึงขออย่าใช้กลไกทางราชการมากลั่นแกล้งทางการเมือง แบบนี้ถือว่าไม่มีประโยชน์ เพราะหากมีการเปลี่ยนขั้วเปลี่ยนข้างก็โดนกลับ ประเทศไทยก็ไม่สงบสุข ทีนี้รู้หรือยัง ทำไมประเทศไทยไม่สงบสุข เพราะคนแบบนี้ไง”

อนุทิน กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์