ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และสส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวภายหลังการประชุม สส.พรรคภูมิใจไทยประจำสัปดาห์ว่า ที่ประชุม สส.พรรค มีมติ 190 เสียง รวมกันลงชื่อ เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคภูมิใจไทย โดยเนื้อหาในร่างของพรรคภูมิใจไทย จะแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 โดยเพิ่มเติมหมวด 15/1 เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามผลการลงประชามติของประชาชน 21 ล้านเสียง เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569
วันพรุ่งนี้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย คาดว่า ไม่เกินเวลา 10:30-11:00 น. จะนำทีมคณะกรรมการบริหารพรรคและ สส.ของพรรค ไปยื่นร่างแก้ไขต่อประธานรัฐสภา ที่รัฐสภา
— ภราดร ปริศนานันทกุล
ด้านนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า สำหรับร่างของพรรคภูมิใจไทยมีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จำนวน 100 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ 23 คน และมาจากการสมัครจากทั่วประเทศจำนวน 77 คน และมีสำรองอีก 300 คน
สำหรับสัดส่วนที่จะมีการตั้งนั้น จะแบ่งเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น 45 คน ประกอบด้วย สสร. 30 คน สำรอง 14 คน และกรรมาธิการรับฟังความคิดเห็นอีก 45 คน ประกอบด้วย สสร. 15 คน สำรอง 15 คน และประชาชน 15 คน โดยมีกรอบเวลาการทำงานของ สสร. 360 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่ โดยหลักการจะไม่ได้มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะจะขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
จากนั้นจะให้สมาชิกรัฐสภาเป็นผู้เลือก โดยสัดส่วนของ สสร. เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีรูปแบบเดียวกับการเลือกกรรมาธิการสามัญ กล่าวคือ สมาชิกรัฐสภามีทั้งสิ้น 700 คน แบ่งเป็น สส. 500 คน สว. 200 คน ซึ่ง สส. จะได้โควตาประมาณ 71 คน และ สว. ได้ 29 คน
นิกร กล่าวอีกว่า ส่วนที่เป็นปัญหาเรื่อง สว. ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ในครั้งที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอให้ 1 ใน 5 นั้น ปรับให้เหลือ 1 ใน 4 หรือใช้เสียง สว. ประมาณ 50 เสียง ในการเห็นชอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการประนีประนอมกับ สว. ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง นอกจากนี้ ร่างของพรรคภูมิใจไทยจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 โดยเขียนไว้อย่างชัดเจน

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้ สว. เสนอให้เขียนบทเฉพาะกาลคุ้มครองอำนาจของ สว. จนกว่าจะครบวาระ 5 ปีต่อไป ในร่างของพรรคภูมิใจไทยได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้หรือไม่นั้น นิกร กล่าวว่า “จะต้องมีการพูดคุยกันในชั้นกรรมาธิการว่าจะมีความคิดเห็นอย่างไร”
เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะถูกชี้นำโดยพรรคภูมิใจไทย หลังจากพรรคประชาชนเคยกล่าวหาไว้ นิกร กล่าวว่า “เป็นไปตามสัดส่วนของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งแฟร์ที่สุดแล้ว ประชาชนเลือกมาแบบนี้ เราก็ยึดตามหลักการนี้”
สำหรับจำนวนเสียง สส. ของพรรคภูมิใจไทยทั้งสิ้น 192 เสียง และเสียงของ สว. จะทำให้การโหวต สสร. ถูกครอบงำหรือไม่นั้น นิกร กล่าวว่า “ไม่สามารถมารวมกันได้ เพราะอยู่คนละสภา ใครจะเชื่ออย่างไรก็เชื่อ เพราะเป็นสัดส่วนของรัฐสภา สว. ก็ของ สว. สส. ก็ของ สส. เป็นไปตามหลักการเสียงข้างมาก”
เมื่อถามว่า เห็นอุปสรรคใดในการผลักดันร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ นิกร กล่าวว่า “ไม่น่าจะมี เพราะเราพิจารณาให้แฟร์ที่สุดแล้ว และถ้าเดินไปตามนี้จะทำให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันการเลือกตั้งในครั้งหน้าอย่างแน่นอน” พร้อมย้ำว่า ในวันพรุ่งนี้เมื่อพรรคภูมิใจไทยได้มีการยื่นร่างต่อประธานสภาฯ แล้ว การพิจารณาในวาระที่ 1 จะเริ่มต้นในการประชุมสมัยนี้ หรือเดือนมิถุนายนนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิด สสร. เสร็จสิ้นแล้ว และมีการทำประชามติในครั้งที่ 2 หากประชาชนเห็นชอบก็มีผลบังคับใช้ หากมีการยุบสภา สสร. ก็จะมีชีวิตอยู่ ไม่ล้มหายตายจาก
— นิกร จำนง




