ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 12 พฤษภาคม 2566 บริเวณลานหน้าห้างสรรพสินค้าโชว์ดีซี ถ.พระราม 9 กทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้จัดเวทีปราศรัยใหญ่นำโดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยแกนนำพรรคคนอื่นๆ
โดยกำหนดการกิจกรรมการปราศรัยเริ่มขึ้นในเวลา 17.00 น. ซึ่งเป็นการแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต จากนั้น เปิดการปราศรัยด้วยคนรุ่นใหม่ของพรรค คือ อิสราพร บูรณอรรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอิทธิเดช สุพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 15 คันนายาว -บึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม) ต่อด้วยการปราศรัยของตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.กทม. 3 เขต ประกอบด้วย มณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 22 สวนหลวง - ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 5 ห้วยขวาง - วังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) และกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 4 คลองเตย - วัฒนา
จากนั้น พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. พรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัย ก่อนที่เวลา 18.50 น.จะปิดท้ายการปราศรัยใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้โดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค
อนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า จากที่ตนต่อสู้มาตลอด เพราะอยากมี ส.ส.กทม.ในครั้งนี้ ตนก็กล้าๆ กลัวๆ มาตลอด แต่เห็นพี่น้องวันนี้แล้วมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้เกิดในพื้นที่ กทม.แน่นอน ตนจะสวดมนต์ว่าขอให้พี่น้องเข้าคูหากาเบอร์ 7 และกาให้คนของพรรคภูมิใจไทย เราทำงานมา 4 ปี ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเรายึดกรอบเดิมๆ ว่าจังหวัดไหนไม่เลือกจะไม่ทำงานให้ แต่เราคิดตรงกันข้าม เพราะจังหวัดไหนไม่เลือกยิ่งต้องทำงานให้เขาเลือกเราจนได้ เรายึดคติตื๊อครองโลก ตื๊อด้วยการทำงาน ไม่ใช่ตื๊อด้วยการด่าทอต่อว่าพรรคอื่น
“การทำงานเพื่อประชาชนต้องมีประสบการณ์ มีความตั้งใจ ไม่ใช่ขายของอยู่จะมาเป็นนายกฯ ได้อย่างไร กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว กรุงเทพฯ ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะต้องมีประสบการณ์มาทำงาน จึงขอให้ใจเย็นๆ เพราะจะมารับใช้บ้านเมือง ต้องอย่ามองประชาชนเป็นเสาไฟฟ้า วันนี้เขาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารแยกแยะได้ เชื่อว่า ประชาชนเห็นการทำงานของพรรคภูมิใจไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่าพูดแล้วทำ” อนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัย อนุทิน ได้สั่งให้ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้งหมดของพรรคที่อยู่บนเวทีก้มกราบพี่น้องประชาชนที่มารับฟังการปราศรัยเพื่อขอคะแนน พร้อมกับพูดว่าถ้าใครไม่กราบขอให้สอบตก
ต่อมา เวลา 19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน กำลังปราศรัยอยู่บนเวทีนั้น ปรากฏว่าชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พร้อมมวลชนบางส่วนขึ้นไปบริเวณทางด่วนถนนพระราม 9 เหนือลานโชว์ดีซี พร้อมชูป้าย ข้อความ “เราไม่เอากัญชา เอากัญชากลับไป” “กัญชาฆ่าเยาวชน” “ยกเลิกกัญชา” “บ้ากัญชาพาสังคมพัง” โดยชูไปยังเวทีปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุทินหันไปเจอ จึงได้ปลุกประชาชนปรบมือให้กับชูวิทย์ ที่มาชูป้ายเชียร์พรรคภูมิใจไทย พร้อมตะโกนขอให้นายชูวิทย์ลงมา “ลงๆ ลงมาโดดมาๆ อย่าลืมว่าเรานัดกินข้าวกันอยู่ แล้วอาทิตย์หน้าเจอกันนะ” อนุทินกล่าวเพียงเท่านั้นก็กลับเข้าสู่การปราศรัยต่อ โดยระบุว่า “มีกระบวนการขัดขวางรถไฟฟ้าสายสีส้ม กลัวว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะมีคะแนนท่วมท้น จึงไปรับจ้างเขามาป่วน ใครห้ามใช้สายสีส้มเป็นคนทำลายชาติ ขอให้พี่น้องโห่ใส่”
จากนั้น 19.15 น. เจ้าหน้าตำรวจเข้าเจรจาให้ชูวิทย์ และทีมงานออกจากบริเวณทางด่วนเนื่องจากกีดขวางการจราจร ซึ่งทันทีที่ชูวิทย์เคลื่อนตัวออกไป อนุทินก็ตะโกนว่า “ออกไปไปไกลๆ” เช่นเดียวกับประชาชนที่มาฟังปราศรัยก็โห่ไล่ พร้อมตะโกนว่า “ไม่แน่จริงนี่หว่า ถ้าแน่จริงให้ลงมาข้างล่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนกิจกรรมการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยจะเริ่มขึ้น เมื่อเวลา 15.15 น. พ.ต.อ.จรินทร์ รำลึก ผกก.สน.มักกะสัน ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพื้นที่การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย บริเวณลานตรงข้ามห้างโชว์ดีซี พระราม 9 ว่า ทางตำรวจได้รับการประสานงานจากพรรคภูมิใจไทยว่าจะมีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ซึ่งจะมีกลุ่มคนจำนวนมากมาร่วมด้วยประมาณ 5,000 คน ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบช.น.1) ได้สั่งการให้ตำรวจควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย สนับสนุนการปฎิบัติงานของ สน.มักกะสัน อีก 130 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัย และดูแลความปลอดภัยให้กับผู้สมัคร ส.ส.ที่มาในวันนี้
โดยกำหนดการกิจกรรมการปราศรัยเริ่มขึ้นในเวลา 17.00 น. ซึ่งเป็นการแนะนำตัวผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต จากนั้น เปิดการปราศรัยด้วยคนรุ่นใหม่ของพรรค คือ อิสราพร บูรณอรรจน์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และอิทธิเดช สุพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 15 คันนายาว -บึงกุ่ม (เฉพาะแขวงคลองกุ่ม) ต่อด้วยการปราศรัยของตัวแทนผู้สมัคร ส.ส.กทม. 3 เขต ประกอบด้วย มณฑล โพธิ์คาย ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 22 สวนหลวง - ประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน) ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 5 ห้วยขวาง - วังทองหลาง (ยกเว้นแขวงคลองเจ้าคุณสิงห์) และกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 4 คลองเตย - วัฒนา
จากนั้น พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กทม. พรรคภูมิใจไทย ขึ้นปราศรัย ก่อนที่เวลา 18.50 น.จะปิดท้ายการปราศรัยใหญ่ในการเลือกตั้งครั้งนี้โดย อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค
อนุทิน ขึ้นเวทีปราศรัย กล่าวว่า จากที่ตนต่อสู้มาตลอด เพราะอยากมี ส.ส.กทม.ในครั้งนี้ ตนก็กล้าๆ กลัวๆ มาตลอด แต่เห็นพี่น้องวันนี้แล้วมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้เกิดในพื้นที่ กทม.แน่นอน ตนจะสวดมนต์ว่าขอให้พี่น้องเข้าคูหากาเบอร์ 7 และกาให้คนของพรรคภูมิใจไทย เราทำงานมา 4 ปี ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ถ้าเรายึดกรอบเดิมๆ ว่าจังหวัดไหนไม่เลือกจะไม่ทำงานให้ แต่เราคิดตรงกันข้าม เพราะจังหวัดไหนไม่เลือกยิ่งต้องทำงานให้เขาเลือกเราจนได้ เรายึดคติตื๊อครองโลก ตื๊อด้วยการทำงาน ไม่ใช่ตื๊อด้วยการด่าทอต่อว่าพรรคอื่น
“การทำงานเพื่อประชาชนต้องมีประสบการณ์ มีความตั้งใจ ไม่ใช่ขายของอยู่จะมาเป็นนายกฯ ได้อย่างไร กรุงโรมไม่ได้สร้างในวันเดียว กรุงเทพฯ ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะต้องมีประสบการณ์มาทำงาน จึงขอให้ใจเย็นๆ เพราะจะมารับใช้บ้านเมือง ต้องอย่ามองประชาชนเป็นเสาไฟฟ้า วันนี้เขาเข้าถึงข้อมูลข่าวสารแยกแยะได้ เชื่อว่า ประชาชนเห็นการทำงานของพรรคภูมิใจไทยตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ว่าพูดแล้วทำ” อนุทิน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัย อนุทิน ได้สั่งให้ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ทั้งหมดของพรรคที่อยู่บนเวทีก้มกราบพี่น้องประชาชนที่มารับฟังการปราศรัยเพื่อขอคะแนน พร้อมกับพูดว่าถ้าใครไม่กราบขอให้สอบตก
ต่อมา เวลา 19.05 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่นายอนุทิน กำลังปราศรัยอยู่บนเวทีนั้น ปรากฏว่าชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ พร้อมมวลชนบางส่วนขึ้นไปบริเวณทางด่วนถนนพระราม 9 เหนือลานโชว์ดีซี พร้อมชูป้าย ข้อความ “เราไม่เอากัญชา เอากัญชากลับไป” “กัญชาฆ่าเยาวชน” “ยกเลิกกัญชา” “บ้ากัญชาพาสังคมพัง” โดยชูไปยังเวทีปราศรัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อนุทินหันไปเจอ จึงได้ปลุกประชาชนปรบมือให้กับชูวิทย์ ที่มาชูป้ายเชียร์พรรคภูมิใจไทย พร้อมตะโกนขอให้นายชูวิทย์ลงมา “ลงๆ ลงมาโดดมาๆ อย่าลืมว่าเรานัดกินข้าวกันอยู่ แล้วอาทิตย์หน้าเจอกันนะ” อนุทินกล่าวเพียงเท่านั้นก็กลับเข้าสู่การปราศรัยต่อ โดยระบุว่า “มีกระบวนการขัดขวางรถไฟฟ้าสายสีส้ม กลัวว่าหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะมีคะแนนท่วมท้น จึงไปรับจ้างเขามาป่วน ใครห้ามใช้สายสีส้มเป็นคนทำลายชาติ ขอให้พี่น้องโห่ใส่”
จากนั้น 19.15 น. เจ้าหน้าตำรวจเข้าเจรจาให้ชูวิทย์ และทีมงานออกจากบริเวณทางด่วนเนื่องจากกีดขวางการจราจร ซึ่งทันทีที่ชูวิทย์เคลื่อนตัวออกไป อนุทินก็ตะโกนว่า “ออกไปไปไกลๆ” เช่นเดียวกับประชาชนที่มาฟังปราศรัยก็โห่ไล่ พร้อมตะโกนว่า “ไม่แน่จริงนี่หว่า ถ้าแน่จริงให้ลงมาข้างล่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนกิจกรรมการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยจะเริ่มขึ้น เมื่อเวลา 15.15 น. พ.ต.อ.จรินทร์ รำลึก ผกก.สน.มักกะสัน ให้สัมภาษณ์ถึงการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยรอบพื้นที่การปราศรัยของพรรคภูมิใจไทย บริเวณลานตรงข้ามห้างโชว์ดีซี พระราม 9 ว่า ทางตำรวจได้รับการประสานงานจากพรรคภูมิใจไทยว่าจะมีการจัดเวทีปราศรัยใหญ่ ซึ่งจะมีกลุ่มคนจำนวนมากมาร่วมด้วยประมาณ 5,000 คน ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 1 (ผบช.น.1) ได้สั่งการให้ตำรวจควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย สนับสนุนการปฎิบัติงานของ สน.มักกะสัน อีก 130 นาย เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มาร่วมฟังปราศรัย และดูแลความปลอดภัยให้กับผู้สมัคร ส.ส.ที่มาในวันนี้



