อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรกที่รัฐสภา เมื่อเวลาประมาณ 18.34 น. ภายหลังแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น
นายกฯ กล่าวในช่วงต้นการประชุมว่า “ในการอภิปรายนโยบาย 2 วันที่ผ่านมา ให้ ครม.ไปพิจารณาว่าจะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง ณ วินาทีนี้รัฐบาลของเราสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้อย่างสมบูรณ์แบบ สั่งการมอบนโยบายหรือการปฏิบัติใดๆ ณ ขณะนี้รัฐบาลชุดนี้มีความสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้เราจะเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้นำนโยบายที่ผมในฐานะนายกรัฐมนตรีได้แถลง ซึ่งรวมไปถึงนโยบายที่เกี่ยวพันกับกระทรวง ขอให้เร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน”
อนุทิน กล่าวว่า การประชุม ครม.ในวันนี้ ที่ต้องเรียนเชิญทุกท่านประชุมทันทีเมื่อการแถลงนโยบายได้เสร็จสิ้น เนื่องจากมีเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณของปี 68 เพื่อให้สามารถนำงบประมาณที่เหลืออยู่ประมาณ 60,000 กว่าล้านบาท ไปดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน รวมทั้งโครงการที่ใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่เขาดำเนินการไปก่อน
ขอถือโอกาสนี้ให้นำเรียนข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งนำไปปฏิบัติโดยทันที คือเรื่องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ในหลายจังหวัดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ทราบว่ามีรัฐมนตรีอีกหลายท่านได้ลงพื้นที่ที่ประสบภัยพิบัติ เช่น รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนรัฐมนตรีอีกหลายท่านที่ได้ร่วมคณะกับพวกผมไปลงพื้นที่นั้น ท่านคงได้เห็นแล้วว่าปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากอุทกภัยตอนนี้ถือว่าเขาเดือดร้อนมาก เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นทุกปี และเราคงต้องมีการดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เพื่อให้ความเดือดร้อนและความเสียหายของพี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยาช่วยเหลือโดยตรง
ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้เร่งสั่งการไปยังจังหวัด และลงไปถึงระดับอำเภอว่าต้องให้เร่งขึ้นทะเบียนครอบครัวผู้ประสบภัย เพื่อรัฐบาลจะได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้เสนอค่าเยียวยาเบื้องต้นให้แก่ครอบครัวผู้ประสบภัย เพื่อให้การช่วยเหลือเยียวยาประชาชนผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความเป็นเอกภาพ ไม่ซ้ำซ้อน และครอบคลุมทุกมิติ
อนุทิน กล่าวอีกว่า “ขอให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐได้ส่งเรื่องเกี่ยวกับมาตรการหรือแนวทางในการช่วยเหลือเยียวยาดังกล่าวที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศชภ.) เพื่อพิจารณาในภาพรวมก่อนที่จะนำเสนอต่อ ครม. ผมได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและบริหารสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (คอภ.) และจัดตั้ง ศชภ. ซึ่งพบว่ามีพื้นที่ในเขตจังหวัดภาคกลางพี่น้องประชาชนให้ความร่วมมือและเสียสละอันยิ่งใหญ่ ท่านได้เสียสละพื้นที่ซึ่งเป็นที่ดินเรือกสวนไร่นาของท่านให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ทำให้เป็นพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ที่ผ่านมามองว่าเป็นการทุ่มเทเสียสละของเขา เราต้องไปดูแลเขาอย่างเต็มที่”
จากนี้ไป ผมขอให้ถือว่าพี่น้องประชาชนที่ได้ให้พื้นที่ของเขาเป็นพื้นที่รับน้ำนั้น ให้เปรียบเสมือนเป็นผู้ประสบภัยด้วยเช่นกัน และรัฐบาลต้องให้การดูแลช่วยเหลือและเยียวยาเป็นการจำเพาะ โดยจัดให้มีมาตรการช่วยเหลือเป็นการประจำ ไม่ต้องไปตั้งเรื่องขอเป็นครั้งปีต่อปี ดังนั้น ผมขอมอบให้ศูนย์ ศชภ.นี้ได้ทำข้อเสนอมาตรการช่วยเหลือประชาชนในเขตพื้นที่รับน้ำเป็นการประจำทุกปีต่อเนื่อง
ทั้งนี้ นายกฯ ได้เน้นย้ำให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจราชการตามที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมทั้งสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยทบทวนหลักเกณฑ์ เงื่อนไข วิธีการจ่าย และวงเงินช่วยเหลือ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพโดยเร็ว เนื่องจากหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจ่าย รวมทั้งวงเงินช่วยเหลือดังกล่าวยังมีข้อจำกัดบางประการ ส่งผลให้การจ่ายเงินช่วยเหลือยังไม่ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง




