อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการรับประทานอาหารร่วมกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ว่า “มีการพูดคุยกันในหลายเรื่อง และในความเป็นจริงรู้จักกันมานานแล้ว จึงมีการหารือกันในหลายเรื่อง ซึ่งอภิสิทธิ์ก็ได้แสดงความยินดี และได้ให้กำลังใจ”
เมื่อถามว่า จะมีการร่วมมือกันทางการเมืองหรือไม่? อนุทิน กล่าวว่า “คนเจอกัน พรรคพวกเจอกันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องการเมืองทุกเรื่อง”
ส่วนเมื่อถามว่า อภิสิทธิ์ได้แนะนำการบริหารงานในช่วงระยะเวลาอันสั้นอย่างไรบ้าง? อนุทิน ระบุว่า “คุยกันในทุกเรื่อง ซึ่งทุกเรื่องที่อภิสิทธิ์ได้ให้คำแนะนำมาก็เป็นเรื่องที่มีคุณค่า”
‘ผู้นำมาเลเซียต่อสาย’ เชิญร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน
อนุทิน ยังเผยถึงการพูดคุยทางโทรศัพท์กับ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ว่า “อันวาร์ได้โทรมาหาผม พร้อมกล่าวว่าหากเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว หวังว่าจะได้พบกันโดยเร็วที่สุด ซึ่งเป็นการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ซึ่งตนพร้อมเดินทางไปอยู่แล้ว”
อนุทิน กล่าวอีกว่า “ไม่ได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านหนองจานเลย พร้อมยืนยันว่ายังไม่สามารถพูดได้ เพราะยังไม่ได้รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ ขณะนี้ยังมีรัฐบาลรักษาการอยู่ ตนจะรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการได้ก็ต่อเมื่อเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว ส่วนเรื่องนโยบายและข้อสั่งการต้องรอให้มีการแถลงนโยบายต่อสภาเรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งยังมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน ขณะนี้เราก็เก็บข้อมูลให้ได้มากที่สุด”
ลั่นไม่มีใครแทรกแซงอธิปไตยของไทยได้
ส่วนที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โทรหานายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้เข้ามาแทรกแซงความขัดแย้งไทย-กัมพูชานั้น อนุทิน กล่าวว่า “ไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงอธิปไตยของประเทศไทยได้ เรื่องการพูดคุยก็เป็นคนที่รู้จักกันทั้งนั้น แต่เมื่อมาถึงจุดที่เราต้องรักษาประโยชน์ ขอให้มั่นใจว่าเมื่อตนเข้ารับตำแหน่งแล้ว ต้องยึดประโยชน์ ศักดิ์ศรี อธิปไตย เกียรติภูมิของประเทศไทยเป็นเป้าหมายหลักอยู่แล้ว ไม่มีใครเคลียร์ได้”
พร้อมแล้ว 99%! ‘ร่างนโยบาย’ แถลงรัฐสภา
ส่วนความคืบหน้าการแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า “เตรียมพร้อมแล้ว ร่างนโยบายเตรียมมา 99% แล้ว แต่ช่วงนี้ที่เราเดินสายพบภาคเอกชน ผู้ประกอบการ หอการค้า สัปดาห์จะพบกับตลาดทุน สมาคมธนาคาร ก่อนที่เราจะเข้าไปรับหน้าที่อย่างเป็นทางการ อะไรที่เห็นควรจะเพิ่มเข้าไปในร่างนโยบายเราก็จะเพิ่มเข้าไป แต่โดยหลักได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว”
เมื่อถามว่าได้มีการกำหนดตุ๊กตาคร่าวๆ ไว้บ้างหรือไม่ว่าจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันไหน? นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “พอเข้ารับตำแหน่ง เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ เรียบร้อย อยู่กับประธานรัฐสภาจะนัดให้มีการแถลงและอภิปราย ประมาณ 2 วัน”
เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนได้ล็อกเป้าไว้ว่าบางคนที่มีคดีค้างในคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ว่าต้องมาพิสูจน์กัน แต่ก่อนที่จะนำรายชื่อทั้งหลายทูลเกล้าฯ มีพระบรมราชโองการ ก็มีการตรวจสอบทุกขั้นตอน ซึ่งไม่เคยมีการตรวจสอบในระดับนี้มาก่อน? นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เราใช้หน่วยงานที่ตรวจสอบทั้งหมด ก่อนที่จะเสนอชื่อก็มีการประชุมร่วมกัน ที่ผู้สื่อข่าวขนาดแอบเข้าใต้ตึกก็ยังเห็น เราทำทุกวิถีทาง ในขณะที่ยื่นเรื่องขึ้นไป ทุกหน่วยงานก็ไม่มีประเด็นอะไรที่เป็นปัญหา”
สั่งดูแนวทางร่วมประชุม UN ชี้ไทยควรได้เวทีชี้แจงบนเวทีโลก
นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ว่า “ได้รับแจ้งจากว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแล้ว ซึ่งหากไม่ทันแถลงนโยบายต่อสภาก็มีความจำเป็นที่จะต้องไปร่วมการประชุม ในฐานะตัวแทนของประเทศไทย แต่ต้องไปดูว่าหากยังไม่แถลงนโยบายต่อสภาจะสามารถเดินทางไปร่วมประชุมได้หรือไม่ และกรอบสามารถพูดได้แค่ไหน จึงต้องไปดูในเรื่องนี้ก่อนถึงจะสามารถยืนยันได้ว่าจะไปหรือไม่”
โดยกำหนดการหากไปในช่วงวันที่ 25 ถึง 26 กันยายนนี้ อาจจะไม่ทัน เพราะต้องเข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ในวันที่ 24 กันยายนนี้ รวมถึงต้องอ่านแถลงร่างนโยบายก่อนเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายร่างนโยบายที่แถลงต่อสภาให้สมบูรณ์ จึงคิดว่าไม่น่าจะทันในวันที่จะเดินทางไปร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ
หากประเทศไทยไม่เดินทางไปร่วมประชุม ในช่วงที่เกิดกรณีพิพาทกับประเทศกัมพูชานั้น ในขณะที่ประเทศกัมพูชาเขียนจดหมายถึงผู้นำสหรัฐว่าเราละเมิดข้อตกลงหยุดยิง เราจึงจำเป็นต้องไปชี้แจงด้วย
ผู้สื่อข่าวย้ำถามว่ามีโอกาสที่จะเดินทางไปเองใช่หรือไม่? อนุทิน บอกว่า “มีแนวโน้ม แต่ต้องตรวจสอบให้ดีว่าหากไปแล้วต้องไปเป็นตัวแทนของประเทศไทยได้อย่างสมบูรณ์ แต่หากไปแล้วยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้เต็มที่นั้น ประเด็นนี้ตนมีเงื่อนไขของตนเหมือนกัน ซึ่งไปต้องมีอาวุธให้ไปเจรจาความเมืองด้วย”




