อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ ณ กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ โดย “ลอว์เรนซ์ หว่อง” นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น หลังจากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ร่วมหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ณ ห้อง Heritage ชั้น 2 กระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์
นายกรัฐมนตรีไทยกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์และรัฐบาลสิงคโปร์ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นในโอกาสเดินทางเยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก พร้อมขอบคุณสำหรับพิธีตั้งชื่อกล้วยไม้ในช่วงเช้า และแสดงความซาบซึ้งที่ลี เซียน ลุง ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ได้แสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ก่อนแสดงความยินดีที่มีโอกาสต้อนรับนายกรัฐมนตรีในช่วงต้นของการดำรงตำแหน่ง พร้อมกล่าวว่า “เฝ้ารอการเยือนของนายกรัฐมนตรีไทย หลังจากได้ใช้เวลาร่วมกันในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในการประชุมอาเซียนที่มาเลเซีย และการประชุมเอเปคที่เกาหลีใต้”
การเยือนครั้งนี้มีความสำคัญยิ่งเนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและสิงคโปร์ ทั้งยังสะท้อนมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างสองประเทศที่มีมาก่อนการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์กล่าว พร้อมยกตัวอย่างการเสด็จเยือนสิงคโปร์ของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งพระราชทานรูปหล่อช้างสำริดไว้เป็นที่ระลึก และยังคงตั้งอยู่ ณ อาคารรัฐสภาเก่าของสิงคโปร์มาจนถึงปัจจุบัน
พร้อมย้ำถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นระหว่างประชาชนและผู้นำของทั้งสองประเทศ อันเป็นรากฐานสำคัญของความร่วมมือที่เข้มแข็งและหลากหลายมิติ พร้อมแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับนายกรัฐมนตรีไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือไทย–สิงคโปร์ให้ก้าวหน้าและมั่นคงยิ่งขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความท้าทาย

ทั้งสองฝ่ายยังยินดีที่ความร่วมมือระหว่างกันมีความก้าวหน้าอย่างรอบด้าน และเห็นพ้องจะผลักดัน ‘ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่มองไปข้างหน้า’ (forward-looking strategic partnership) เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งในระดับทวิภาคีและภูมิภาค โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจสีเขียว ดิจิทัล และความมั่นคงทางพลังงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพของอาเซียนโดยรวม
ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสีเขียวและการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นแนวทางของอนาคต ทั้งสองประเทศมีเป้าหมายเดียวกันในการเปลี่ยนผ่านจากพลังงานฟอสซิลไปสู่พลังงานสะอาด มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการซื้อขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเป็นฉบับแรกของสิงคโปร์ในอาเซียน และเห็นควรให้ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาด สนับสนุนโครงการไฟฟ้าเชื่อมโยงระยะที่ 2 ระหว่างลาว–ไทย–มาเลเซีย–สิงคโปร์ เพื่อส่งเสริมโครงข่ายพลังงานอาเซียน
“ด้านเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานสีเขียว” ทั้งสองฝ่ายยินดีมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาความเป็นไปได้ในการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมสีเขียวและสนับสนุนการลงทุนร่วมด้านเทคโนโลยีสะอาด

“ด้านความมั่นคงทางอาหาร” ไทยพร้อมเป็นแหล่งความมั่นคงทางอาหารให้สิงคโปร์ โดยการลงนามบันทึกความร่วมมือด้านการค้าข้าวในวันนี้ จะช่วยให้สิงคโปร์มีข้าวไทยคุณภาพสูงเพียงพอต่อการบริโภค ทั้งยังเสนอให้มีการหารือแนวทางลงทุนร่วมในธุรกิจเก็บรักษาและแปรรูปอาหาร และจัดตั้งคณะทำงานความมั่นคงทางอาหารร่วมกัน เพื่อกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงทางอาหาร
“ด้านการลงทุน” ยินดีที่สิงคโปร์เป็นนักลงทุนอันดับ 1 ในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่สอง และต้องการให้แนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป พร้อมยินดีต้อนรับนักลงทุนสิงคโปร์ในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ไฟฟ้า ไบโอเทค และ Data Center
โดยนายกรัฐมนตรีมีกำหนดกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน SET Government Roadshow 2025 เพื่อเชิญชวนนักลงทุนสิงคโปร์เพิ่มการลงทุนในประเทศไทยอีกด้วย
“ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล” ไทยขอบคุณสิงคโปร์ที่สนับสนุนการเข้าร่วมภาคีความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และเห็นควรทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรฐานสากลด้านการค้าออนไลน์ที่เอื้อต่อประเทศขนาดกลางและขนาดเล็ก นอกจากนี้ ไทยในฐานะประธานคณะเจรจา จะผลักดันให้ลงนามกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) สำเร็จภายในปีหน้า โอกาสนี้ ไทยและสิงคโปร์ยังหารือถึงแนวทางในการเพิ่มความร่วมมือด้านพัฒนาทักษะดิจิทัล รัฐบาลดิจิทัล ความมั่นคงไซเบอร์ และการป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมทั้งเชิญชวนบริษัทสิงคโปร์ลงทุนในโครงการไทยแลนด์ดิจิทัลวัลเลย์ (Thailand Digital Valley) ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีด้วย

“ความร่วมมือด้านฟินเทค” ไทยและสิงคโปร์ยินดีกับความสำเร็จในการเชื่อมโยงระบบชำระเงินข้ามพรมแดน ระบบพร้อมเพย์ (PromptPay) ของไทย และระบบเพย์นาว (PayNow) ของสิงคโปร์ ซึ่งถือเป็นต้นแบบในภูมิภาค และกำลังขยายผลสู่ประเทศอื่นภายใต้โครงการ Project Nexus ที่มี 5 ประเทศเข้าร่วม
“ด้านสาธารณสุข” ทั้งสองฝ่ายยินดีต่อการลงนามบันทึกความร่วมมือ “ว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนาศักยภาพผู้นำด้านสาธารณสุขเพื่อการดูแลผู้สูงอายุในเมือง ในวันนี้” ซึ่งจะเปิดโอกาสความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบสาธารณสุข การแพทย์ป้องกันโรค
“ด้านแรงงาน” ไทยพร้อมร่วมมือกับสิงคโปร์ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึงความร่วมมือในการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยีสีเขียว
“ด้านความมั่นคง” ไทยและสิงคโปร์เห็นพ้องที่จะคงความร่วมมือด้านการฝึกทางทหารและการใช้สถานที่ฝึกของกองทัพสิงคโปร์ในไทย พร้อมหารือความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ การลงทุนร่วม วิจัยเทคโนโลยีทางทหาร และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
“ด้านการต่อต้านอาชญกรรมข้ามชาติ” นายกรัฐมนตรีได้ขอรับความร่วมมือในการทำงานร่วมกับสิงคโปร์อย่างใกล้ชิดในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมระดับนานาชาติว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ และขอให้สิงคโปร์เป็นพันธมิตรที่เข้มแข็งกับไทยในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงขยายเครือข่ายข่าวกรอง การฝึกอบรม และปฏิบัติการร่วมกัน

“ความร่วมมือในกรอบพหุภาคี” ไทยและสิงคโปร์เห็นพ้องที่จะร่วมกันเสริมสร้างความเข้มแข็งของอาเซียนให้สามารถรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันของมหาอำนาจ โดยต่างเห็นพ้องว่า อาเซียนควรเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจโลกในเอเชีย ซึ่งขณะนี้อาเซียนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก มี GDP รวมกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าควรเร่งส่งเสริมการเชื่อมโยงทางถนน รถไฟ ทางอากาศ ทางทะเล ดิจิทัล และพลังงาน เพื่อปลดล็อกศักยภาพของภูมิภาค ไทยพร้อมเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงอาเซียน กับจีน รวมถึงอินเดีย
ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องว่า “Joint Declaration ที่ไทยและกัมพูชาได้ลงนาม จะเป็นพื้นฐานสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์” โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า “ไทยให้ความสำคัญกับการดำเนินการใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม การแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ และการจัดการปัญหาการรุกล้ำพื้นที่ พร้อมขอบคุณสิงคโปร์ที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยสันติวิธี”




